โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

พม. จับมือ สธ. เร่งตรวจสอบ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุคล้ายกรงขัง พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี

สวพ.FM91

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“นิกร โสมกลาง” รมว.พม. ส่ง "ชนก" นำทีม ลงพื้นที่ด่วน สั่ง พม. จับมือ สธ. เร่งตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุคล้ายกรงขัง พร้อมวางมาตรการระยะสั้น–ระยะยาว ย้ำ “คุ้มครองผู้สูงอายุ–ยกระดับมาตรฐานทั้งระบบ”

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมายให้นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. นำทีมศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) จังหวัดกาญจนบุรี และกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) โดยศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่ร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและมาตรฐานการดูแลของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมทั้งประเมินสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้สูงอายุและผู้รับบริการเป็นรายบุคคล

นายนิกร กล่าวว่า จากกรณีมีการนำเสนอข่าวศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งปรากฏภาพการติดตั้งรั้วเหล็กและลวดหนามบริเวณโดยรอบ รวมทั้งอุปกรณ์ลักษณะคล้ายกรงเหล็กบริเวณเตียงของผู้สูงอายุและผู้รับบริการบางราย นั้น ตนรู้สึกสะเทือนใจและมีความกังวลอย่างยิ่งต่อภาพและข้อมูลที่ปรากฏตามสื่อ โดยสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุดในขณะนี้ คือ ความปลอดภัย สวัสดิภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้สูงอายุและผู้รับบริการทุกคน ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดย กรมกิจการผู้สูงอายุ มีภารกิจหลักในการคุ้มครองและดูแลคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุด้วยการจัดสวัสดิการสังคม และให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน โดยศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ 12 แห่งทั่วประเทศ ขณะที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีภารกิจในการกำกับควบคุมดูแลมาตรฐานและให้อนุญาต

นายนิกร กล่าวต่อไปว่า จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่า ศูนย์ดังกล่าวดำเนินกิจการในนามบริษัท เอกชน ให้บริการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง และมีชื่อปรากฏในรายชื่อกิจการที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง โดยระบุวันที่ได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับควบคุมดูแลมาตรฐานและให้อนุญาต โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ขณะที่กระทรวง พม. มีภารกิจหลักในการคุ้มครองและดูแลคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุด้วยการจัดสวัสดิการสังคม และให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน โดยศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม การได้รับใบอนุญาตไม่ได้หมายความว่าการกำกับดูแลจะสิ้นสุดลง ผู้ประกอบการยังมีหน้าที่ต้องรักษามาตรฐานการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านความปลอดภัย การเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมและรูปแบบการดูแลให้เหมาะสมกับสภาวะของผู้รับบริการแต่ละราย

นายนิกร กล่าวต่อไปอีกว่า กรณีนี้ต้องไม่จบเพียงการตรวจสอบสถานประกอบการแห่งเดียว แต่ต้องนำไปสู่การทบทวนระบบกำกับดูแลสถานดูแลผู้สูงอายุทั้งประเทศ เพื่อให้ผู้สูงอายุและครอบครัวมั่นใจว่า ไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลของภาครัฐหรือภาคเอกชน จะต้องได้รับการดูแลอย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี

สำหรับมาตรการระยะสั้น “คุ้มครองทันที–ทบทวนระบบกำกับดูแล” นั้น กระทรวง พม. จะนำกรณีดังกล่าวและประเด็นมาตรฐานสถานดูแลผู้สูงอายุเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) เพื่อทบทวนระบบกำกับ ติดตาม และตรวจสอบสถานดูแลผู้สูงอายุทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะสถานดูแลที่รับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง สมองเสื่อม หรือปัญหาด้านสุขภาพจิต ซึ่งต้องมีการดูแลเฉพาะบุคคลและมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม โดยไม่จำกัดสิทธิหรือเสรีภาพเกินความจำเป็น

ในขณะที่ มาตรการระยะยาว “การนำเทคโนโลยีระบบติดตามการดูแลผู้สูงอายุ” พัฒนาต่อยอดระบบ “นิรันดร์ (Nirun)” เพื่อสนับสนุนการติดตามผู้สูงอายุในสถานดูแลภาคเอกชน และนำข้อมูลมาใช้ในการตรวจติดตามสถานดูแล เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและเข้าช่วยเหลือผู้สูงอายุได้อย่างรวดเร็ว

นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวง พม. พร้อมประสานนักสังคมสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่ และทีมสหวิชาชีพ เข้าให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟูสภาพจิตใจ และดูแลสวัสดิภาพของผู้สูงอายุที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้ประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวัง หากพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิ การทอดทิ้ง การใช้ความรุนแรง หรือการดูแลผู้สูงอายุที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) ผ่านสายด่วน พม. 1300 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

“เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงให้สถานดูแลมีใบอนุญาต แต่ต้องทำให้ผู้สูงอายุทุกคนที่อยู่ภายในได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ การมีใบอนุญาตต้องมาคู่กับมาตรฐาน และมาตรฐานต้องตรวจสอบได้ ผู้สูงอายุไม่ว่าจะมีภาวะพึ่งพิง สมองเสื่อม หรือมีปัญหาสุขภาพจิต ก็ยังเป็นบุคคลที่มีสิทธิ มีศักดิ์ศรี และต้องได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพ” นายนิกร กล่าวย้ำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...