“ทนายอั๋น” ผวาถูกตามเก็บ พบกล่องปริศนาติด GPS จี้กองปราบฯ เปิดชื่อเจ้าของเบอร์ใน 3 วัน
“ทนายอั๋น” ผวาถูกตามเก็บ พบกล่องปริศนาติด GPS จี้กองปราบฯ เปิดชื่อเจ้าของเบอร์ใน 3 วัน ลั่นหากหายไป 3 คดีดังอาจเงียบ
วันที่ 16 ต.ค. 2569 ที่กองปราบปราม นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น เดินทางเข้าแจ้งความหลังระบุว่ารู้เบอร์ที่ใช้ใน GPS ติดตามแล้ว พร้อมระบุว่า วันนี้ตนรู้สึกว่าชีวิตไม่เหมือนเดิมนับตั้งแต่ไปเยือนจังหวัดอำนาจเจริญ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กระทั่งวันนี้วันศุกร์ ตลอดทั้งอาทิตย์ตนรู้สึกว่าเดินทางเข้าสู่ใกล้ความตาย รู้สึกว่าชีวิตไม่เหมือนเดิม เมื่อวันจันทร์ตนถูกโห่ไล่ และปรากฏไปว่า สจ.คนดัง ไปร่วมอยู่ในกับสถานที่ใกล้กับม็อบที่มาไล่ตน และเขาก็ออกมาพูดเองว่าต้องการมาดูหน้าตน ยอมรับว่าอยู่ในส่วนหนึ่งของม็อบ และคนที่เป็นแกนนำม็อบก็คือญาติของเขา หลังจากนั้นตนเดินทางกลับมาปรากฏว่ามีคนถ่ายรูปหน้าบ้านเป็นวีดีโอแต่แคปเอาภาพนิ่งไปโพสต์ลงในเพจ ฮักนะอำนาจ พร้อมกับระบุเรียลไทม์ว่าตนมาถึงบ้านประมาณเกือบ 21:00 น. หลังจากนั้นเช้าอีกวันตนเอาเรื่องนี้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจภูธรภาค 3 และมีการนำมาโพสต์อีกครั้ง ตนจึงเห็นว่าน่าจะเป็นบุคคลที่อยู่ซ้ายมือของตนที่คิดว่าเป็นตำรวจหรือ กอ.รมน. หรือเจ้าหน้าที่มาเก็บข้อมูลว่าตนเข้าในพื้นที่ ไม่คิดว่าจะมีอะไร แต่เมื่อมาดูมุมกล้องจึงรู้ว่าใช่
จากนั้นมีการลงภาพรถของตน ซึ่งเป็นการถ่ายส่งให้กับคนที่อำนาจเจริญเพื่อโพสต์ลงกลุ่ม และก่อนเข้านอนก็มีการราตรีสวัสดิ์ตนด้วยภาพรถของตน ระบุว่า ขับรถเดินทางปลอดภัยนะทนายสายอินฟลูฯ และในวันเดียวกันตนเดินทางไปที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 โดยระบุว่าตนไม่ปลอดภัยขอให้เปิดกล้องวงจรปิดให้ดู แต่เขาบอกว่าให้ตนมาในวันพรุ่งนี้เนื่องจากวันนี้เจ้าหน้าที่ไม่อยู่ กระทั่งตนเดินทางไปที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากกังวลว่าจะโดนติดเครื่องติดตามตัว ปรากฏว่าเจอเป็นกล่องปริศนา 2 กล่อง มีซิมการ์ด ใช้งานได้ 1 กล่อง ส่วนอีกกล่องน่าจะจมน้ำเสียหาย และเมื่อตนขับรถออกจากศูนย์ซ่อมก็มีรถคันหนึ่งขับตามมาเป็น vios สีบรอนซ์ทอง
ทนายอั๋น กล่าวต่อว่า ตนได้ถอดซิมการ์ดจากกล่องมาใส่ในโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะโทรเข้าเครื่องของตน จนทราบว่าซิมการ์ดดังกล่าวใช้เบอร์ 09450123.. โดยกล่องปริศนาดังกล่าวนี้จะทำงาน 2 ระบบคือส่งพิกัดไปยัง application ของเจ้าของเบอร์โทรแบบ real time และละเอียด นอกจากจะรู้พิกัด GPS แล้วยังสามารถดักฟังโทรศัพท์ได้ ซึ่งตนก็สามารถเช็คได้ว่าใครที่โทรเข้ามาที่ซิมการ์ดดังกล่าว โดยเชื่อว่าสัญญาณที่ส่งออกไปนั้นน่าจะส่งไปที่คนที่ติดตามตน แต่อยากรู้ว่าคนจากอำนาจเจริญโทรมาด้วยหรือไม่ และคนที่ทำงานบางคนบอกว่าทนายอั๋นคือใคร ต้นเดาว่าอาจเป็นตำรวจเลว คนเก็บเงินกู้ หรือพวกที่ช่วยทำเว็บพนัน เพราะคนอำนาจเจริญคนหนึ่งที่ตนสงสัยมีอาชีพปล่อยเงินกู้และเปิดเว็บพนัน ซึ่งวันนี้ตนหวังว่ากองปราบจะอำนวยความยุติธรรมให้ตนได้ โดยกวางกรอบเวลาให้ 3 วัน นับจากวันนี้ที่ตนแจ้งความเอาผิดกับเจ้าของเบอร์ ซึ่งตนอยากรู้ว่าเจ้าของเบอร์คือใคร และเบอร์นี้โทรเข้าโทรออกอย่างไร เพราะไม่ใช่เบอร์ปกติที่ไม่มีใครโทรเข้า คาดว่ามีคนโทรเข้า 2-3 คนอยู่แล้ว
"ผมว่านี่คือใบเสร็จสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าหลักฐานที่ผมทำอยู่ มีอยู่ คดีสำคัญไม่ว่าจะเป็นเขากระโดง โกงสอบ ฉั้ว สว. ที่ผมทำอยู่มันถึงจุดที่ไอ้หอกหักกลัวที่สุดแล้ว ถึงขั้นจะหมายปองเอาชีวิตผมแบบนี้" ทนายอั๋นกล่าว
ทนายอั๋น กล่าวอีกว่า ในวันอังคารที่จะถึงนี้จะเดินทางไปที่ กกต. หรือกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของ สส.ไอเดียร์ สามี และครอบครัว ว่าโอนเงินให้พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ จากนั้นตนจะไปพบอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในช่วงเย็นวันเดียวกัน
เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่ากล่องปริศนาทั้ง 2 กล่องเกิดขึ้นที่อำนาจเจริญ ไม่ได้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ทนายอั๋น ระบุว่า ตนไม่รู้ แต่ความรู้สึกว่าเราใช้ชีวิตผิดปกติหลังกลับจากอำนาจเจริญ รูปภาพใบแรกคือรูปภาพที่ถูกถ่ายหน้าบ้าน หลังกลับมาจากอำนาจเจริญ นั่นหมายความว่าชีวิตตนได้เปลี่ยนไปแล้ว
เมื่อถามว่าการถูกติดตามตัวในครั้งนี้เชื่อเลยหรือไม่ว่าเป็นการหมายเอาชีวิต ทนายอั๋น กล่าวว่า ชีวิตตนนอกจากการว่าความ แล้วการต่อสู้ทางการเมือง ซึ่งตนยอมรับว่าหลายปีที่ผ่านมาใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเพราะต้องเจียดเงินมาต่อสู้ รายการว่าความทุกวันนี้ก็มีข้อจำกัดเรื่องไหนสุ่มเสี่ยงตนก็ไม่เอา ซึ่งตอนนี้ก็ไม่มีอะไรนอกจาก 3 คดีหลัก
เมื่อถามต่อว่าทนายอั๋นหายไปใครจะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้มากที่สุด ทนายอั๋น กล่าวว่า หากตนหายไป ก็จะหายไปกับความเงียบของ 3 คดีสำคัญ เขากระโดง ซึ่งหากไม่มีตนคนในประเทศนี้ก็ไม่มีใคร ส่วนคนดีโกงสอบ ก็ต้องรอดูว่าพรรคฝ่ายค้านจะจี้แค่ไหน สำหรับคดี ฮั้ว สว. ก็ไปตามสภาพ สมมุติว่าในสมการไม่มีตนมารบกวนให้สื่อมวลชนมาทำข่าวให้ จะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ ใครจะได้ประโยชน์