โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ผู้ว่าอุดรฯ ควงผู้การฯ–สตง. ลุยตรวจ รพ.สต. 39 ล้าน เบิกงบครบแต่สร้างไม่เสร็จ 5 ปี

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จังหวัดเร่งตรวจสัญญา การเบิกจ่าย และเอกสารตรวจรับงาน หากพบความผิดดำเนินการทั้งอาญา ละเมิด และวินัย ขณะที่ผู้รับเหมารับปากเสร็จสิ้นเดือน ต.ค.นี้
วันที่ 17 ต.ค.69 เวลา 13.00 น. นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยนางชุติมา สิริจับทพันธุ์ รองผู้ตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 6 และ พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าและตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้าง รพ.สต.บ้านหลวง มูลค่าการก่อสร้าง 39 ล้านบาท มีการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2564 ผ่านล่วงเลยมา 5 ปียังไม่เสร็จ แต่มีการเบิกงบประมาณการก่อสร้างไปครบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว หลังมีการร้องเรียนและนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์

406335 0

โดยระหว่างการลงพื้นที่ พ.ต.ท.อุดลชัย ขาวขำ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ชี้แจงว่า ขั้นตอนต่อไปจะตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมขอเอกสารรับรองสำเนาถูกต้อง ก่อนพิจารณาออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูลตามกระบวนการสอบสวน ขณะที่ผู้แทน สตง. ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า จากการตรวจสอบเอกสาร พบการเบิกจ่ายงบประมาณครบ 100% แล้ว ขณะที่สภาพการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ จึงต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมว่า การเบิกจ่ายเงินแต่ละงวดเป็นไปตามผลงานที่ดำเนินการจริงและระเบียบราชการหรือไม่ โดยข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องจะถูกนำไปประกอบการพิจารณา และหากพบประเด็นที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. จะส่งเรื่องให้หน่วยงานดังกล่าวดำเนินการต่อไป

406341 0

ผู้แทน สตง. ระบุด้วยว่า จะลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคมนี้ พร้อมตรวจสอบเอกสารและขั้นตอนการปฏิบัติงานของบุคลากรที่เกี่ยวข้องว่าเป็นไปตามระเบียบหรือไม่ ก่อนรวบรวมข้อเท็จจริงเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

406339 0

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า จังหวัดได้ประสานหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่เข้ามาตรวจสอบอย่างจริงจัง หลังได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนและสื่อมวลชน โดยต้องการให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจน และดำเนินการตามกฎหมายในทุกมิติ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของทางราชการและงบประมาณแผ่นดิน

406351 0

สำหรับแนวทางตรวจสอบ แบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ความรับผิดทางอาญา ให้ตำรวจประสานการทำงานกับ สตง. และ ป.ป.ช. ตรวจสอบรายละเอียดโครงการ สัญญาจ้าง การเบิกจ่าย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หากพบพยานหลักฐานเข้าข่ายกระทำความผิด จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมพิจารณาสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมหากจำเป็น ความรับผิดทางละเมิด ให้ สตง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงประเมินมูลค่าความเสียหาย เพื่อพิจารณาเรียกให้ผู้ที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายตามกฎหมาย
ความรับผิดทางวินัยและมาตรการทางปกครอง หากพบเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิด จะให้นายอำเภอเพ็ญดำเนินการสอบสวนและพิจารณาโทษตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ส่วนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายและอำนาจหน้าที่ที่ใช้บังคับ
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบคือ การเบิกจ่ายงบประมาณที่ครบถ้วนแล้วสอดคล้องกับความก้าวหน้าของงานจริงหรือไม่ โดยต้องตรวจสอบทั้งผลงานแต่ละงวด เอกสารการตรวจรับงาน การอนุมัติเบิกจ่าย และเงื่อนไขในสัญญาจ้าง เพื่อระบุข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องให้ชัดเจน ส่วนการแก้ไขปัญหาเพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อ จังหวัดจะพิจารณาสถานะสัญญาและข้อกฎหมายอย่างรอบคอบ หากสัญญายังมีผลบังคับใช้และไม่มีคำสั่งระงับงาน ต้องตรวจสอบเงื่อนไขก่อนพิจารณาให้ผู้รับจ้างดำเนินการต่อ แต่หากมีการสั่งระงับหรือยกเลิกสัญญา จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเงินงบประมาณแผ่นดินเพิ่มเติม
ส่วนกรณีที่นายกอบต.นาพู่อ้างว่า ต้องรีบเบิกเงินออกมากลัวงบตีพับกลับไปเพราะสิ้นปีงบประมาณ ผู้ว่าฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปทำถามนายกฯ อบต.นาพู่ ทำไมถึงทำแบบนั้น ตอนท้าย ผวจ.อุดรธานี ยังกล่าวขอบคุณประชาชนและสื่อมวลชนที่ช่วยกันติดตามและสะท้อนปัญหาการดำเนินโครงการภาครัฐ โดยย้ำว่าข้อมูลจากประชาชนเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ขณะที่ พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ตำรวจจะเรียกเจ้าหน้าที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล พร้อมรวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งประเด็นการรับรองเอกสารและการกระทำที่อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ โดยจะตั้งคณะทำงานเร่งรัดการสอบสวน เนื่องจากคดีดำเนินมาแล้วประมาณ 30 วัน ทั้งนี้ การสอบสวนทางอาญาจะดำเนินควบคู่กับการตรวจสอบของ สตง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อำเภอเพ็ญ เพื่อให้การตรวจสอบครอบคลุมทุกประเด็น และหากพบหลักฐานการกระทำความผิด จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ขณะที่ผู้รับเหมาแจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนนี้ทีมช่างทุกแผนกกำลังเร่งงานทำทั้งกลางวันและกลางคืน คาดว่ารพ.สต.บ้านหลวงจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้แน่นอน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...