ควานหาวันว่าง! ‘ไอติม’ วอนช่วยเคาะหน่อย 7-11 หรือ 9-13 พ.ย.ก็ได้
27 ต.ค.2569-ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิป) 3 ฝ่าย เพื่อกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ว่า ยังไม่ได้มีการนัดหมายใดๆ แต่เท่าที่ได้ยินจากประธานสภาผู้แทนราษฎรก็บอกว่ายินดีทำตามข้อเสนอของฝ่ายค้านที่จะทำหนังสืออย่างเป็นทางการไปที่คณะรัฐมนตรี (ครม. ) เพื่อสอบถามช่วงวันเวลาที่ครม.สามารถจัดสรรให้เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นได้ในสมัยประชุมนี้ หวังว่าจะได้รับความชัดเจนจาก ครม.โดยเร็ว และจะสามารถหาช่วงเวลาได้เร็วที่สุดภายในเดือนพฤศจิกายน
ผู้สื่อข่าวถามว่า สัญญาณจากรัฐบาลอาจจะเป็นช่วงต้น ธันวาคม นายพริษฐ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่าอาจจะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนธันวาคม แต่เรามองว่าเดือนพฤศจิกายนน่าจะมีเวลาอยู่ และเข้าใจว่าในบางกรณีเช่น การประชุมเอเปค การประชุมเวทีสุดยอดผู้อาเซียน ที่มีการกำหนดการไว้ล่วงหน้าสำหรับหลายประเทศ แต่หากตัดช่วงเวลาดังกล่าวออกไป ตนคิดว่ายังเหลือช่วงวันอีกพอสมควรที่หวังว่าครม. จะบริหารจัดการได้ เช่น วันที่ 7-11 พ.ย. หรือวันที่ 9-13 พ.ย. ก็เป็นช่วงเวลาที่พรรคฝ่ายค้านพร้อมทำหน้าที่อยู่แล้ว
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น หวังว่าจะสามารถหาข้อสรุปเรื่องสัปดาห์และช่วงวันที่จะอภิปรายได้โดยเร็ว และเราต้องรอความชัดเจนจากทางครม. แต่ส่วนของพรรคฝ่ายค้าน เราจะมีการประชุมร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการในช่วงสัปดาห์นี้เพื่อจัดสรรเรื่องเวลาในการอภิปราย เพื่อรองรับกับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น
เมื่อถามว่า ข้อมูลการอภิปรายจะต้องมีการปรับลดหรือไม่ หากรัฐบาลให้เวลาเพียงแค่ 4 วัน นายพริษฐ์ กล่าวว่า สิ่งที่เราต้องทำคือการปรับลดเนื้อหาสาระสำคัญ ที่ผ่านมาพรรคฝ่ายค้านเตรียมเนื้อหาบนกรอบเวลาอภิปราย 5 วัน 60 ชั่วโมง ซึ่งเวลาดังกล่าวถูกอิงจากมาตรฐานที่เคยใช้ในอดีต เมื่อรัฐมนตรีเพิ่มขึ้นมาเป็น 18 คน ก็ควรจะมีตัวเลขที่สมเหตุสมผล เราวางแผนเนื้อหาบนกรอบเวลาดังกล่าวมาโดยตลอด แต่เมื่อมีการพูดคุยกันล่าสุด หากต้องมีการทบทวนหรือเจอกันครึ่งทาง เราก็ยินดีพูดคุยหาทางออก แต่ก็ต้องขอเวลาเพื่อปรับเนื้อหาเพื่อทำให้ภายใต้กรอบเวลาใหม่ ไม่ลดทอนเนื้อหาสาระสำคัญที่จะอภิปราย
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เพราะเมื่ออภิปรายเสร็จแล้ว สส. ทุกคนต้องลงมติรัฐมนตรีทั้ง 18 คนแยกกัน ซึ่งเนื้อหาที่เราเตรียมไว้และหลักฐานต่างๆ ที่มีต้องเพียงพอที่จะทำให้สส.ทั้ง 500 คน สามารถใช้ประกอบการตัดสินใจ ย้ำว่าสัปดาห์นี้พรรคฝ่ายค้านจะหารือเรื่องกรอบเวลาเป้าหมายคือทำจะอย่างไร ให้เราบริหารจัดการได้ แต่ต้องไม่ลดสาระสำคัญของข้อมูลหลักฐานที่จะนำเสนอ.