โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮือฮา! “สิงคโปร์” จับมือ “ซาอุฯ” เตรียมเก็บ “น้ำมันดิบ” มหาศาลไว้ที่ "อุโมงค์หินใต้ดินเกาะจูร่ง" ฐานพลังงานใต้ดินเชิงพาณิชย์แห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดใช้ปีหน้า

Manager Online

อัพเดต 27 ตุลาคม 2569 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

เอเจนซีส์/รอยเตอร์/MGRออนไลน์ – สิงคโปร์และบริษัท Saudi Aramco ของซาอุดีอาระเบีย ตกลงที่จะเก็บน้ำมันดินไว้ที่ฐานเก็บพลังงานใต้ดินเชิงพาณิชย์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งอยู่ในอุโมงค์หินใต้ดินเกาะจูร่งลึกกว่าพื้นทะเลไป 150 เมตรของสิงคโปร์ใช้เวลาก่อสร้างนาน 8 ปีในโปรเจกต์มูลค่า 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คาดเปิดใช้ได้ในปีหน้าเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานให้กับภูมิภาคท่ามกลางปัญหาราคาเชื้อเพลิงพุ่งและช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตี

.อนาโดลูของตุรกีวันนี้(26 ต.ค)ว่า รัฐมนตรีพลังงาน พาณิชย์ และอุตสาหกรรมสิงคโปร์ ตัน ซี เหลิ่ง (Tan See Leng)แถลงวันจันทร์(26) เกี่ยวกับการจับมือด้านความมั่นคงทางพลังงานระหว่างสิงคโปร์และซาอุดีอาระเบีย

ตันแถลงว่า ความร่วมมือนี้จะเพิ่มความคล่องตัวให้กับห่วงโซ่อานของน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

และย้ำว่าโปรเจกต์ความริเริ่มนี้จะช่วยเหลือความมั่นคงทางพลังงานแก่สิงคโปร์เองในระหว่างเกิดปัญหาการฉุกเฉินทางพลังงาน

รอยเตอร์รายงานว่า เป็นการแถลงในสัปดาห์พลังงานซึ่งฐานพลังงานใต้ดินเชิงพาณิชย์แห่งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “อุโมงค์หินใต้ดินเกาะจูร่ง” (Jurong Rock Caverns) จะเริ่มเก็บน้ำมันดิบได้ตั้งแต่ครึ่งหลังของปีหน้าเป็นต้นไป

“วันนี้ซาอุดีอาระเบียและสิงคโปร์ประกาศเจตุจำนงค์ร่วมกันเพื่อสถาปนาการจัดการน้ำมันดิบซาอุฯที่จะถูกเก็บพักไว้ที่ฐานเก็บพลังงานใต้ดินเกาะจูร่งตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2027 เป็นต้นไป” รัฐมนตรีพลังงานสิงคโปร์แถลง

ทั้งนี้บริษัทพลังงานซาอุดีอาระเบีย Saudi Aramco องค์การตลาดด้านพลังงานซาอุฯ(Energy Market Authority) และ JTC ในวันจันทร์(26)ได้ลงนามใน MOU เพื่ออนุมัติขั้นสุดท้ายข้อตกลงการกักเก็บพลังงาน

JTC ซึ่งเป็นเจ้าของโปรเจกต์ฐานพลังงานใต้ดินเกาะจูร่งซึ่งตั้งอยู่บนเกาะจูร่งที่เป็นเกาะเทียมนี้อยู่ภายใต้การกำกับกระทรวงพลังงานสิงคโปร์

เจ้าหน้าที่ตั้งเป้าที่จะทำให้การเจรจาบรรลุภายในไม่กี่เดือนหลังจากนี้

ที่ผ่านมาพลังงานโลกนั้นเผชิญความท้าทายมหาศาลอย่างยิ่งในปีนี้หลังสหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อต้นปีและส่งผลทำให้อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นช่องทางการไหลของเชื้อเพลิงจากทั้งซาอุดีอาระเบียและชาติอ่าวอาหรับอื่นๆไปสู่ภูมิภาคอื่นๆของโลก

ตันได้ออกมาย้ำว่าวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซจะไม่ใช่การติดขัดทางพลังงานสุดท้าย

อ้างอิงจากรอยเตอร์พบว่า 2 ใน 3 ของเชื้อเพลิงในภูมิภาคเอเชียมาจากตะวันออกกลาง

ฐานพลังงานใต้ดินแห่งนี้ตั้งลึกต่ำจากพื้นทะเลลงไป 150 เมตรเป็นอุโมงค์ชั้นหินแข็งสามารถเก็บเชื้อเพลิงน้ำมันดิบได้ 1.47 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือราว 9 ล้านบาร์เรล

ปัจจุบันบริษัท Saudi Aramco เก็บน้ำมันดิบไว้ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นจะสามารถซื้อเชื้อเพลิงในยามฉุกเฉินได้

CNA ของสิงคโปร์รายงานว่า ความพิเศษของฐานพลังงานใต้ดินเกาะจูร่งนี้จากการที่เป็นฐานเก็บพลังงานใต้ดินแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พัฒนาโดย JTC ในโปรเจกต์มูลค่า 950 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ( 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)ที่ใช้เวลาวางแผนนาน 6 ปีและก่อสร้างอีก 8 ปีและจะเตรียมเปิดใช้ในปีหน้า

ฐานพลังงานใต้ดินเกาะจูร่งนั้นประกอบไปด้วย 5 อุโมงค์เท่ากับความสูงตึก 9 ชั้น

พิธีเปิดครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2014 ในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ลี เซียน ลุง

อ้างอิงจาก AI ของกูเกิลพบว่า ข้อดีของการใช้แหล่งเก็บพลังงานใต้ดินได้แก่

ความปลอดภัยสูงและทนทานต่อการโจมตี: การอยู่ลึกลงไปใต้ชั้นดินและชั้นหินหนาหลายสิบถึงร้อยเมตร ช่วยป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ (เช่น แผ่นดินไหว พายุ) และเพิ่มขีดความสามารถในการอยู่รอดจากการโจมตีทางทหารหรือระเบิดได้อย่างดี

ช่วยลดการใช้พื้นที่ผิวโลก ทำให้สามารถนำที่ดินด้านบนไปพัฒนาเชิงพาณิชย์หรือทำประโยชน์อื่นๆ ได้ เช่น คลังน้ำมันอุโมงค์ใต้ดินเกาะจูร่ง (Jurong Rock Caverns) ของสิงคโปร์ที่ช่วยคืนพื้นที่บนดินได้ถึง 60 เฮกตาร์ (เทียบเท่าสนามฟุตบอล 84 สนาม)

ประหยัดค่าบำรุงรักษาในระยะยาว: โครงสร้างหินใต้ดินไม่จำเป็นต้องทาสีกันสนิมหรือซ่อมบำรุงบ่อยครั้งเหมือนถังเหล็กบนดิน และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า

ควบคุมอุณหภูมิได้ดี: อุณหภูมิใต้ดินค่อนข้างคงที่ ช่วยลดการระเหยกลายเป็นไอของน้ำมัน

นอกเหนือจากที่สิงคโปร์ที่กำลังจะเปิดใช้แล้วพบว่า แหล่งเก็บพลังงานใต้ดินยังพบที่เป็นต้น “จีน” มีการสร้างคลังน้ำมันใต้ดินขนาดใหญ่ในหลายเมือง เช่น จินโจว หวงเต่า หุ้ยโจว และจ่านเจียง เพื่อสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve) โดยสร้างอยู่ใต้ชั้นดินและหินลึกประมาณ 100 เมตร

และ “เกาหลีใต้” มีการก่อสร้างโครงสร้างจัดเก็บน้ำมันดิบใต้ดินในพื้นที่อุลซัน เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานเช่นกัน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...