โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ทลายเครือข่าย ‘เบน สมิธ-ยิม เลียก’ ฟอกเงินข้ามชาติ ยึดทรัพย์ทะลุ 3.5 หมื่นล้าน

ไทยโพสต์

อัพเดต 27 ตุลาคม 2569 เวลา 22.33 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตำรวจ ปอศ.-กองปราบ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต.เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายมหากาพย์ฟอกเงินข้ามโลก “เบน สมิธ-ยิมเลียก” ซ่อนเงินผ่านธนาคารและกองทุนต่างประเทศหลายชั้น ก่อนแปรสภาพเป็นหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

27 ตุลาคม 2569 - ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร.ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตฉอ.ตร. / ACSC) ,พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ.,พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.ร่วมกับ นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง., ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. นายวิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการ ปปง., นายธวัชชัย พิทยโสภณ รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ร่วมกันแถลงทลายเครือข่ายมหากาพย์ ฟอกเงินข้ามโลก ซ่อนเงินผ่านธนาคารและกองทุนต่างประเทศหลาย ก่อนแปรสภาพเป็นหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอศ.และบก.ป. สนธิกำลังกับ เจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. รวม 90 นาย ร่วมกันตรวจค้นติดตามจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา1. นายเบนจามิน (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี 2. นายยิม (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี 3. นางสาวแคทรียา (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี 4. นางสาวสุภารัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี 5. นายยูจีน (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี 6. นายไคปิง (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี 7. นายณัฐกร (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน,ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด และเป็นผู้มีหน้าที่รายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์แต่ไม่รายงานต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด”ผู้ต้องหาตามหมายจับลำดับที่ 1 - 6 หลบหนีอยู่ต่างประเทศ ส่วนผู้ต้องหาลำดับที่ 7 ถูกจับดำเนินคดีแล้ว

พล.ต.อ.อิทธิพล เปิดเผยว่า คดีนี้สืบเนื่องจากการสืบสวนขยายผลเครือข่ายของนายเบนจามินฯ และนายยิมฯ สัญชาติกัมพูชา ซึ่งนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดส่งผ่านธนาคารกองทุน ในต่างประเทศหลายชั้น แล้วย้อนกลับเข้ามาในรูปของ “เงินลงทุนจากต่างประเทศ” เพื่อเข้าถือหุ้นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จากตำรวจสอบสวนกลาง ทำงานร่วมกับ ปปง. ก.ล.ต. และหน่วยงานต่างประเทศ

จากข้อมูลการสืบสวน นายเบนฯ มีประวัติในต่างประเทศมาก่อน โดยโทรศัพท์เสนอขายหุ้นนอกตลาดแก่นักลงทุนรายย่อยในประเทศนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย จนถูกทางการนิวซีแลนด์ห้ามประกอบอาชีพนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ 7 ปี และเมื่อปี 2559 ได้หลอกลวงนักลงทุนต่างชาติในประเทศไทย จนศาลอาญาออกหมายจับและองค์การตำรวจสากลออกหมายแดงไว้แล้ว ในช่วงเวลาเดียวกัน นายเบนฯ และนายยิมฯ ร่วมกันจัดตั้งธนาคาร B.I.C. ในประเทศกัมพูชา และธนาคารแห่งนี้ต่อมากลายเป็นท่อส่งเงินของเครือข่ายโดยมีการแบ่งขั้นตอนและรูปแบบการกระทำความผิด ดังนี้

ช่วงที่ 1 (ปี 2562 ถึง 2564) เครือข่ายใช้บัญชีส่วนตัว บัญชีของคนในครอบครัว และบัญชีนิติบุคคลที่ให้ภรรยาถือหุ้นและเป็นกรรมการไขว้กัน ซึ่งมีรายได้น้อยและขาดทุนเกือบทุกปี ขณะที่นายยิมฯ และนางสาวแคทรียาฯ ไม่เคยยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ตั้งแต่ปี 2558 ในช่วงนี้เริ่มพบเงินที่ได้จากการฉ้อโกงออนไลน์เข้าบัญชีของนายยิมฯ แล้วถูกถ่ายเทต่อไปยังบัญชีคนในครอบครัว บัญชีส่วนตัว และนิติบุคคลที่ตั้งขึ้น ต่อมาเมื่อต้นปี 2565 บัญชีที่เกี่ยวข้องกับนายยิมฯ เริ่มถูกอายัด

ช่วงที่ 2 (ปี 2565 ถึง 2566) เครือข่ายเปลี่ยนวิธี ใช้บัญชีจากประเทศกัมพูชาโอนเงินตรงเข้ามาบัญชีของเครือข่ายในประเทศไทย แล้วส่งต่อไปยังกองทุนในประเทศสิงคโปร์ภายในไม่กี่วัน

3. ช่วงที่ 3 (ปี 2567 ถึง 2568) ธนาคาร B.I.C. โอนเงินเข้าบัญชีของกองทุน CAI สิงคโปร์ กว่าหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งดูเหมือนเป็นธุรกรรมปกติระหว่างธนาคารกับกองทุน

4. ปลายทางของเงิน คือหุ้นบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ก.ล.ต. ตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานต่างประเทศ พบว่าผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงคือ เครือข่ายนายเบนฯ และ นายยิมฯ ซึ่งแหล่งเงินที่มาล้วนมาจากกลุ่มนายเบนฯ และนายยิมฯ เช่นกัน

จากการสืบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ดังนี้ โดยนายเบนฯ เป็นผู้ตัดสินใจและสั่งการ,นายยิมฯ ควบคุมธนาคารและกองทุนที่เป็นช่องทางเงิน, นายยูจีนฯ ผู้บริหารกองทุนในประเทศสิงคโปร์ จัดโครงสร้างผู้ลงทุนและแหล่งเงิน,นางสาวแคทรียาฯ และ นางสาวสุภารัตน์ฯ ถือผลประโยชน์แทน, นายณัฐกรฯ และ นายไคปิงฯ ประสานงานกองทุน ผู้ลงทุน และเอกสาร

พล.ต.อ.อิทธิพล เผยอีกว่า ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นคนชุดเดิม ใช้วิธีเดิม เพื่อปกปิดที่มาของเงินและผู้ถือหุ้นที่แท้จริง พฤติการณ์ดังกล่าวจึงมีเหตุอันควรเชื่อว่า ผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการโดยไม่รายงานการได้มาและไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ

ด้านทรัพย์สินที่ยึดอายัดไว้ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งยึดและอายัดหุ้นไทยของเครือข่ายไว้ชั่วคราว มูลค่ารวมกว่า 14,808 ล้านบาท นอกจากนี้ยังยึดอายัดเรือยอชต์ รถยนต์ เงินฝาก และที่ดิน มูลค่ารวมกว่า 21,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง โดยปัจจุบันสำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างดำเนินการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่ออีกว่า เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 6 ราย และแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมนำกำลังเข้าทำการตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 4 จุด สามารถตรวจยึดของกลางสำคัญที่เชื่อมโยงเส้นทางเงินของเครือข่ายได้ อาทิ สัญญากู้ยืมเงินและสัญญาซื้อขายหุ้น เอกสารเกี่ยวกับกองทุนหุ้นและกองทุนคริปโต 6 แฟ้ม และอุปกรณ์เก็บคริปโตชนิด Ledger พร้อมอุปกรณ์ยืนยันตัวตน (Authenticator) รวม 3 เครื่อง นอกจากนี้ยังยึดโทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง แท็บเล็ต 1 เครื่อง และแฟลชไดรฟ์ 1 อัน ซึ่งจะนำไปตรวจพิสูจน์เพื่อขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องและทรัพย์สินที่ยังซุกซ่อนอยู่ต่อไป รวม 6 รายการ

ปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายมหากาพย์ ฟอกเงินข้ามโลก” เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการฟอกเงินข้ามชาติ ปกป้องความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย ตัดวงจรเงินจากการกระทำความผิดที่ถูกนำกลับเข้ามาลงทุนในประเทศ พร้อมขยายผลติดตามทรัพย์สินตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...