โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กระทรวงแรงงาน ห่วงแรงงานไทยถูกหลอกทำงานไต้หวัน สั่งลงพื้นที่ตรวจสอบช่วยเหลือทันที

The Bangkok Insight

อัพเดต 04 ม.ค. 2567 เวลา 17.05 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. 2567 เวลา 01.04 น. • The Bangkok Insight

"ไพโรจน์" ห่วงแรงงานไทยถูกหลอกทำงานไต้หวัน สั่ง กรมการจัดหางาน เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ 2 บริษัท พบหลอกลวงไม่มีจริง

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีผู้แจ้งเบาะแสว่ามีบริษัทแห่งหนึ่งเปิดรับสมัครและจัดส่งคนหางานไปทำงานไต้หวัน โดยการอ้างชื่อของบริษัทและภาพถ่ายมาโพสต์ผ่านสื่อโซเซียลมีเดีย เพื่อเชิญชวนให้คนมาสมัครงานนั้น

ทำงานไต้หวัน

ในเรื่องนี้ ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มีความห่วงใยแรงงานไทยทุกคนที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ เพื่อให้เดินทางไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางานก่อน เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง

จากกรณีดังกล่าวกระทรวงแรงงานไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้กรมการจัดหางานลงพื้นที่เข้าตรวจสอบในทันที ซึ่งจากรายงานของกองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ทราบว่า ในวันนี้ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ จำนวน 4 คน ลงพื้นที่ไปทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ย่าน อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ และอีกบริษัท ซึ่งตั้งอยู่ย่าน อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

กรณีดังกล่าว มีผู้แจ้งเบาะแสว่า บริษัททั้งสองแห่งเปิดรับสมัครและจัดส่งคนหางานไปทำงานที่ไต้หวัน จากการตรวจสอบบริษัทแรกมีลักษณะเป็นโรงงานอุตสากรรม ประกอบกิจการผลิตอุปกรณ์ชิ้นส่วนไฟฟ้า มีพนักงานเป็นคนไทย ซึ่งบริษัทไม่มีการรับสมัครและจัดส่งคนไปทำงานที่ไต้หวัน

ผู้ใช้เฟซบุ๊กได้โพสต์ข้อความว่า ได้นำคนหางานมาสอบสัมภาษณ์และทดสอบความพร้อมทางร่างกายก่อนไปทำงานที่ไต้หวัน โดยการนำชื่อของบริษัทและภาพถ่ายมาโพสต์ เพื่อเชิญชวนให้คนมาสมัครงาน

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลว่า ไม่รู้จักกับบุคคลที่โพสต์และไม่ได้เป็นพนักงานของบริษัทและสถานที่ดังกล่าวไม่ได้เป็นสถานที่ของบริษัทแต่อย่างใด ทั้งนี้ จะได้นำเรียนผู้จัดการบริษัทให้ทราบเบื้องต้น และจะดำเนินการกับผู้ที่นำชื่อบริษัทไปแอบอ้างทำให้ได้ความรับความเสียหายตามกฎหมายต่อไป

จากนั้นเจ้าหน้าที่ยังได้เข้าตรวจสอบอีกบริษัท ซึ่งมีลักษณะเป็นบ้านพักอาศัย ขณะเข้าตรวจสอบ พบว่า ประตูรั้วได้มีการล๊อคกุญแจไว้ ซึ่งได้สอบถามบ้านพักอาศัยข้างเคียง ได้ให้ข้อมูลว่าบ้านหลังดังกล่าวได้ปิดมาหลายเดือนแล้ว และไม่พบเห็นบุคคลเข้าออกในบริเวณดังกล่าว

กรมการจัดหางานได้มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน ไปดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินในฐานความผิดตาม พรบ.จัดหางานฯ พ.ศ.2528 ตามมาตรา 91 ตรี ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปคม. ตาม ปจว.ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2566 ทั้งนี้ จะได้มีหนังสือถึง บก.ปคม.เพื่อขอความร่วมมือในการเร่งรัดการออกหมายจับกับบุคคลที่ได้หลอกลวงคนหางานดังกล่าวต่อไป

ด้าน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการจัดหางานมีศูนย์ประสานการปราบปรามผู้เป็นภัยต่อคนหางาน กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน ทำหน้าที่ติดตาม เฝ้าระวัง การโฆษณาจัดหางานบนสื่อโซเชียลมีเดียอย่างเข้มงวด

หากพบผู้ใดโฆษณาจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางาน ถือว่ามีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้ใดหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ โดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง ต้องระวางโทษจำคุก 3 -10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 6 หมื่น-2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ผู้ใดที่จัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 6 หมื่น-2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้ที่สนใจไปทำงานต่างประเทศสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่ตนจะเดินทางไปทำงานผ่านระบบ e-Service กรมการจัดหางาน ที่เว็บไซต์ doe.go.th หรือเว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...