Brand’s กางแผนปี 2567 ชิงลูกค้าสูงวัย-เบอร์ 1 โซลูชั่นสุขภาพ
ปี 2567 Brand’s หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่และเก่าแก่ของวงการสินค้าสุขภาพของไทย เตรียมปรับยุทธศาสตร์หลายด้าน โดยมีหัวใจเป็นกลยุทธ์ Pack Price Architecture หรือใช้ความหลากหลายของแพ็กเกจจิ้งและราคา มาเอาชนะความท้าทายและการแข่งขันในตลาดซุปไก่สกัดและรังนก พร้อมกับเดินหน้าเจาะกลุ่มผู้บริโภคใหม่ ๆ ไม่เพียงกลุ่มสูงวัย แต่ยังรวมไปถึงกลุ่มใกล้สูงวัยอีกด้วย ตามเป้าหมายรักษาตำแหน่งเบอร์ 1 ของตลาดซุปไก่สกัดและรังนกเอาไว้ พร้อมกับรุกคืบขยายฐานสู่การเป็นศูนย์รวมโซลูชั่นสุขภาพให้ได้ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า
โดย “ประชาชาติธุรกิจ” ได้พูดคุยกับ “จตุรพร ธนาพรสังสุทธิ์” รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาด (ประเทศไทยและอินโดไชน่า) บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตซุปไก่สกัด รังนก วิตามินชอตและอื่น ๆ ภายใต้ตราสินค้า Brand’s เกี่ยวกับรายละเอียดของยุทธศาสตร์ทั้ง Pack Price Architecture และวิธีการเจาะกลุ่มสูงวัยอายุ 60+ และก่อนสูงวัยอายุ 40+ ด้วย
เทรนด์สุขภาพสายกลางมาแรง
“จตุรพร” อธิบายว่า ในปี 2567 แม้ตลาดเครื่องดื่มสุขภาพทั้งซุปไก่สกัดและรังนกจะยังมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งในระดับที่จะมีมูลค่าสูงกว่าปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 แล้ว แต่ก็มีความท้าทายมากขึ้นเช่นเดียวกัน เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคหลังโควิด-19 นั้นเปลี่ยนแปลงไปมาก และเชื่อว่าจะไม่กลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว เช่นเดียวกับสภาพเศรษฐกิจ-กำลังซื้อที่ยังคงท้าทาย
โดยความเปลี่ยนแปลงที่จะส่งผลต่อภาคธุรกิจมากที่สุดจากการเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย คือ ความสนใจสุขภาพแบบผสมผสานหรือแบบสายกลาง ซึ่งผู้บริโภคจะไม่เคร่งครัดกับรูปแบบของอาหารเครื่องดื่มหรือช่วงเวลาแบบที่ผ่านมา รวมถึงไม่ทนกับรสชาติที่ไม่ชอบ แต่จะเปลี่ยนเป็นดูแลสุขภาพแบบผสมผสาน เน้นทานสิ่งที่ดีกับสุขภาพ พร้อมลดสิ่งที่ไม่ดีลง ให้รู้สึกผิดน้อยลง แต่ไม่ถึงกับไม่ทานเลย ทั้งนี้เนื่องจากการมีตัวเลือกมากขึ้น
“ตอนนี้ผู้บริโภคมีความรู้สึกว่า ไม่ต้องยอมทนแล้ว จะไม่ Make Choice หรือยอมทิ้งบางอย่างเพื่อแลกกับสุขภาพเหมือนสมัยก่อน ผู้บริโภคจะมองการทานเจเหมือนการฝึกแม้จะไม่อร่อยก็ยอมทาน แต่ปัจจุบันจะเป็นแบบสายกลาง เช่น เลือกอาหารเจที่อร่อย บางคนทานแพลนต์เบสก็ไม่ได้ทานทุกวัน อาจ 1-2 วันต่อสัปดาห์ หรือแบบวันนี้ได้ทำสิ่งที่ดีกับตัวเองสัก 2 อย่างก็โอเคแล้ว ซึ่งเริ่มเห็นได้ตั้งแต่ปี 2565 และเชื่อว่าจะต่อเนื่องไปในปี 2567 ด้วยเช่นกัน”
พฤติกรรมใหม่นี้ ทำให้สินค้าทุกแบบทุกหมวดที่ชูจุดขายด้านสุขภาพกลายเป็นคู่แข่งต่อกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นซุปไก่สกัด รังนก วิตามิน ฯลฯ เพราะผู้บริโภคจะเลือกทาน-ดื่ม-ใช้ตามความชอบ ความต้องการในเวลาและสถานที่ที่สะดวกกับตน ซึ่งเป็นทั้งความท้าทายที่มีคู่แข่งมากขึ้น แต่ก็เป็นโอกาสขยายฐานผู้บริโภคให้กว้างขึ้นเช่นกัน
นอกจากนี้การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคยังให้น้ำหนักกับความโปร่งใสของสินค้ามากขึ้น พร้อมหาข้อมูลไม่ว่าจะเป็นส่วนผสม กระบวนการผลิต ไปจนถึงผลลัพธ์ที่จะต้องมีคำอธิบายและผลวิจัยที่ชัดเจนน่าเชื่อถือมารองรับ ก่อนตัดสินใจซื้อ
ขณะที่สภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค และเป็นความท้าทายของกลุ่มซุปไก่สกัดและรังนกซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง ทำให้กลยุทธ์ทั่วไปอย่างการประหยัดต่อหน่วยเมื่อซื้อปริมาณเยอะแล้วถูกกว่าซื้อแยกชิ้น หรือแม้แต่การลดราคาโดยตรงไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากแม้จะลดราคาอย่างไรก็ไม่ถูกเท่าหรือถูกกว่าตัวเลือกอื่นที่มีในตลาด จึงต้องพัฒนากลยุทธ์อื่นขึ้นมาใช้รับมือ
ลุย Pack Price Architecture
ผู้บริหารซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด เปิดเผยว่า เพื่อรับมือความท้าทายเหล่านี้ บริษัทจึงนำกลยุทธ์ Pack Price Architecture หรือการเพิ่มความหลากหลายของทั้งขนาด ดีไซน์ รวมไปถึงราคาของแพ็กเกจและสินค้า ในแต่ละช่องทางทั้งห้าง ซูเปอร์ ร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงโชห่วย ให้สอดคล้องกับจุดประสงค์และกำลังซื้อ รวมถึงความถี่ของการบริโภคของผู้บริโภคในช่องทางนั้น ๆ ช่วยให้ผู้ที่มีข้อจำกัดในเรื่องสภาพเศรษฐกิจสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายที่สุด
ตัวอย่างการใช้กลยุทธ์นี้ เช่น แพ็กเกจช่วงเทศกาลที่พัฒนาเป็นพิเศษเพื่อชิงความได้เปรียบในช่วงหน้าขายสำคัญ โดยมีทั้งแพ็กเกจที่เน้นราคาจับต้องง่ายไม่ถึง 200 บาท อย่างชุดของขวัญที่ออกแบบแพ็กเกจกล่องกระดาษเป็นรูปหัวใจ พร้อมทำสีกล่องให้แวววาวเหมือนวัสดุโลหะ
และยังมีพื้นที่ให้เขียนคำอวยพรอยู่ด้านหลัง ในราคาชุดละ 189 บาท ตอบโจทย์ทั้งความพรีเมี่ยมสำหรับการให้เป็นของขวัญ ความต้องการเทเลอร์เมดของขวัญให้มีความเฉพาะตัว ไปจนถึงราคาจับต้องง่ายในคราวเดียวกัน
รวมถึงยังมีชุดของขวัญที่เปลี่ยนมาจัดใส่ในกระเป๋าผ้า หรือใช้ผ้าห่อสไตล์ญี่ปุ่น สามารถไปใส่ของหรือใช้เป็นผ้าพันคอต่อได้แทนกระเช้าพลาสติก เพื่อตอบโจทย์การลดขยะพลาสติก ซึ่งเป็นจุดที่ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยใช้ตัดสินใจซื้อ หรือชุดของขวัญแบบรวมซุปไก่กับรังนกไว้ด้วยกัน
ส่วนสินค้าปกติมีการเพิ่มขนาด รูปแบบและสูตร ไม่ว่าจะเป็น ไซซ์ขวดขนาดต่าง ๆ สูตรผสมสมุนไพร ไปจนถึงรูปแบบเม็ด เพื่อให้ตอบโจทย์ของผู้บริโภคได้หลากหลายที่สุด
นอกจากนี้ ในปี 2567 บริษัทมีแผนต่อยอดกลยุทธ์นี้ด้วยการเปิดให้ผู้บริโภคร่วมประกวดออกแบบแพ็กเกจชุดของขวัญอีกด้วย
ลุยคว้ากลุ่มสูงวัย-ก่อนสูงวัย
“จตุรพร” เสริมว่า นอกจากการรับมือความท้าทายแล้ว ปีนี้บริษัทจะขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพและมีจำนวนเพิ่มขึ้น อย่าง กลุ่มก่อนสูงวัย หรือกลุ่มอายุ 40-45 ปีขึ้นไป ซึ่งมีทั้งกำลังซื้อและความสนใจสังเกต-ดูแลสุขภาพตนเองแบบเข้มข้นตามแนวคิดป้องกันก่อนป่วยที่กำลังได้รับความนิยม ทำให้มีความต้องการสินค้าสุขภาพเช่นเดียวกับกลุ่มสูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นอีกกลุ่มที่บริษัทจะโฟกัส
โดยช่วงไตรมาส 2 ของปี 2567 เตรียมลอนช์สินค้าใหม่สำหรับทั้ง 2 กลุ่มนี้ออกมามุ่งตอบโจทย์ความต้องการด้านต่าง ๆ ของทั้งกลุ่มสูงวัยและก่อนสูงวัย พร้อมปรับรูปแบบและช่องทางการสื่อสารให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการรับสื่อและซื้อสินค้า ทั้งเลือกเอง ซื้อเอง ฝากลูกหลานซื้อ ไปจนถึงลูกหลานเลือกและซื้อให้ เช่นเดียวกับช่องทางจำหน่ายใหม่ ๆ เช่น ร้านขายยา หรือร้านอาหารสุขภาพ
พร้อมกันนี้ ปี 2567 บริษัทจะเพิ่มงบฯการตลาดให้สูงขึ้นอีก หลังเมื่อปี 2566 ใช้งบฯสูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 ระบาดแล้ว แต่ปีหน้าจะใช้งบฯมากขึ้นตามแผนการหลายด้านที่ต้องลงทุนทั้งสร้างการรับรู้ ซึ่งจะต้องลงรายละเอียดมากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการความโปร่งใส และเทเลอร์เมดตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม
การกระตุ้นการขายเพื่อผลักดันทั้งยอดขายของบริษัทและตลาดรวมให้เติบโต เสริมแกร่งไลน์สินค้าให้เป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภค รวมถึงเพื่อบรรลุเป้าหมายระยะ 3-5 ปี ที่จะก้าวขึ้นเป็นโซลูชั่นสุขภาพที่ผู้บริโภคนึกถึงเมื่อต้องการดูแลสุขภาพ
- อายิโนะโมะโต๊ะ เปิดไลน์อาหารเสริมสูงวัย ชิงตลาดหมื่นล้าน
- “ซันโทรี่เป๊ปซี่โค” ทวงบัลลังก์ เทพันล้านเขย่าตลาดเครื่องดื่ม
- ซันโทรี่ผนึกสภากาชาด แบรนด์…พลังเลือดใหม่ต่อพลังชีวิต
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Brand’s กางแผนปี 2567 ชิงลูกค้าสูงวัย-เบอร์ 1 โซลูชั่นสุขภาพ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net