โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สุดยื้อ “วาฬเบลนวิลล์” เกยตื้นหาดสะกอมตายแล้ว

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 05 ธ.ค. 2566 เวลา 15.15 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2566 เวลา 07.27 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

สงขลา 5 ธ.ค. – วาฬเบลนวิลล์ ซึ่งเกยตื้นที่หาดสะกอม อ.เทพา จ.สงขลา ตายแล้ว แม้ทีมสัตวแพทย์ ทช. ช่วยชีวิตสุดความสามารถ หลังจากนำมาดูแลรักษาใกล้ชิด โดยวาฬเบลนวิลล์ตัวนี้เป็นตัวที่ 2 ที่พบในไทย

นายสัตวแพทย์ รัตนากร พากเพียร นายสัตวแพทย์กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า เย็นวานนี้ขนย้ายวาฬจากร่องน้ำบริเวณหาดสะกอม อ.เทพา มารักษาที่บ่อน้ำขนาดใหญ่ของจากศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสัตว์น้ำ (NICA) อ.เมือง จ.สงขลา เนื่องจากสภาพพื้นที่และสภาพน้ำบริเวณที่ดูแลรักษาอยู่เดิมไม่เหมาะสม

ทั้งนี้ วาฬตัวผอมและไม่กินอาหาร ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานสัตว์ทะเลหายาก พยายามช่วยชีวิตจนสุดความสามารถแล้ว จึงตายลงในวันนี้ โดยสัตวแพทย์จะผ่าพิสูจน์ซากต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2566 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่จากเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง-แหลมขาม พบเกยตื้นอยู่ ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าเขาปะช้างได้ผลักดันออกไปในทะเล 3 ครั้ง แต่คลื่นซัดกลับมาเกยตื้นซ้ำบริเวณใกล้เคียง สัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศวทล. ได้ไปตรวจสอบพบเป็น “วาฬเบลนวิลล์” (Blainville’s beaked Whale) ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายาก สภาพผอม ตัวยาวประมาณ 4 เมตร จึงให้ยาซึมเพื่อเคลื่อนย้ายมาบริเวณร่องน้ำด้านใน

ต่อมาให้ยาลดการอักเสบ ยาฆ่าเชื้อ และให้น้ำเกลือ พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อนำส่งตรวจ วาฬมีอาการคงที่จึงได้ให้อาหารเหลวและเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

ศวทล. เห็นว่าสภาพพื้นที่และน้ำไม่เหมาะสมต่อการดูแลรักษา เจ้าหน้าที่ประสานงานขอความช่วยเหลือกำลังคนจากหน่วยงานเขตห้ามล่าเขาปะช้าง-แหลมขาม กู้ภัย อบต.สะกอม และ อ.จะนะ

นอกจากนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสัตว์น้ำ (NICA) อ.เมือง จ.สงขลา ให้ใช้พื้นที่บ่อขนาดใหญ่ในการดูแลรักษาวาฬเบลนวิลล์ ทีมสัตวแพทย์ให้ยาซึมก่อนขนย้ายด้วยรถหกล้อ เพื่อลดความเครียดของตัวสัตว์ ใช้เวลาขนย้ายประมาณ 1 ชั่วโมง จึงมาถึงพื้นที่ใหม่ แต่ตายลงในเวลาต่อมา

ข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่า วาฬเบลนวิลล์ถูกพบในประเทศไทยเพียงครั้งเดียว ซึ่งเกยตื้นที่บ้านอ่าวน้ำบ่อ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2554 จนกระทั่งพบครั้งนี้ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 วาฬชนิดนี้อยู่ในวงศ์ Ziphiidae หากโตเต็มที่ยาวได้ถึง 4.7 เมตร หนักประมาณ 1 ตัน เพศเมียใหญ่กว่าเพศผู้เล็กน้อย ลูกแรกเกิดยาว 2.0-2.5 เมตร รูปร่างเป็นทรงกระสวย ยาว ส่วนหัวมีขนาดเล็ก มีร่องตื้นๆ ใต้คาง 1 คู่ ตัวเต็มวัยมีจะงอยปากยาว ขากรรไกรล่างโค้งขึ้นคล้ายซุ้มประตูในทุกเพศทุกวัย ในเพศผู้ตัวเต็มวัยจะมีขนาดใหญ่ ลำตัวสีน้ำตาล หรือน้ำเงินเทา ส่วนท้องมีสีจาง รอบดวงตาเป็นวงสีดำเข้ม ตัวเต็มวัยมีรอยวงรีหรือวงกลมสีขาวกระจายไปทั่ว มีรอยขีดข่วนเป็นคู่ๆ ซึ่งมักจะเป็นเพศผู้

เพศผู้มีเขี้ยวงอกที่ขากรรไกรล่างตรงจุดที่สูงสุดของส่วนโค้ง และปลายของเขี้ยวจะยื่นยาวเหนือขากรรไกรบน ช่องหายใจเป็นรูปเสี้ยวปลายชี้ไปด้านหน้า อยู่ตรงกลางหัว ครีบหลังมีขนาดเล็ก ตั้งอยู่ 2/3 ของความยาวลำตัว ปกติอยู่เพียงลำพัง หรือเป็นคู่ แต่อาจรวมฝูง 3-7 ตัว เหมือนกับฮาเร็ม โดยมีเพศผู้เพียงตัวเดียวและเพศเมียหลายตัว

อาหารหลักคือปลาหมึก แต่ก็กินปลาน้ำลึกเป็นอาหารด้วยเช่นกัน โดยการดูดอาหารที่อยู่ใกล้ๆ เข้าไปในปาก (Suction feeder) การแพร่กระจายค่อนข้างกว้าง ในเขตร้อนและเขตอบอุ่น พบไกลฝั่งบริเวณที่มีน้ำลึกประมาณ 200-1,000 เมตร.-512-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...