ตร.คุมตัว ไรเดอร์โหด ทำแผน มัดมือ-เท้า ปิดปาก 'ดีเจจุ' ก่อนโยนทิ้งกลางป่าจนสิ้นใจ
ตร.คุมตัว ไรเดอร์โหด ทำแผน มัดมือ-เท้า ปิดปาก ‘ดีเจจุ’ ก่อนโยนทิ้งกลางป่าจนสิ้นใจ สามีเศร้า ยังทำใจไม่ได้
ความคืบหน้ากรณี นายไพโรจน์ อายุ 36 ปี อดีตพนักงานไรเดอร์ ใช้ผ้ามัดมือ มัดข้อเท้า มัดปาก นางจุฑาทิพย์ หรือดีเจจุ นักจัดรายการชื่อดังของจังหวัดพิจิตร อายุ 68 ปี และนำศพไปทิ้งไว้ที่ ป่ารกทึบ ข้างถนนทางหลวงหมายเลข 117 ขาขึ้นบริเวณตำบลเนินปอ อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร อย่างเหี้ยมโหด และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้นั้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ตามจับได้แล้ว อดีตหนุ่มไรเดอร์มัดมือ มัดเท้า ปิดปาก ‘ดีเจดัง’ ก่อนโยนทิ้งป่าจนเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ต.อ.ภีมภณ ม่วงศรี ผกก.สภ.วชิรบารมี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในช่วงเย็นที่ผ่านมาซึ่ง วันที่ 27 ตุลาคม ตนได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กว่า 10 นาย ได้ตัวนายไพโรจน์ ผู้ต้องหาฆ่านางจุฑาทิพย์ หรือดีเจจุ ไปทำการทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านของนางจุฑาทิพย์ และจุดที่ทิ้งป้ายทะเบียนรถ 2 จุด และจุดที่ทิ้งศพ นอกจากนี้ ยังต้องตามหาแผ่นป้ายทะเบียนหลังรถ ของนางจุฑาทิพย์ที่ยังขาดไป 1 ป้าย ที่ผู้ต้องหาและเพื่อน แจ้งว่านำไปโยนทิ้งที่ถนนพระพิจิตร ริมแม่น้ำน่าน เขตอำเภอเมืองพิจิตร แต่ก็ไม่พบ
พ.ต.อ.ภีมภณกล่าวอีกว่า นายไพโรจน์ ผู้ต้องหายอมรับสารภาพ โดยสาเหตุที่ทำลงไป เนื่องจากเห็นว่านางจุฑาทิพย์อาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง ส่วนสามีอยู่บ้านในตัวอำเภอเมืองพิจิตร และเป็นผู้สูงอายุ และมีอาการป่วยเป็นโรคมะเร็ง จึงวางแผนเข้าไปลักทรัพย์ โดยปีนหน้าต่างเข้าไป โดยให้การว่าสก๊อตเทปติดตัวไปด้วย เพราะคิดว่าหากพบนางจุฑาทิพย์ก็เพียงจะใช้มัดแต่ไม่มีความประสงค์จะฆ่า เพื่อลักทรัพย์เท่านั้น จากการรื้อค้นทรัพย์สิน ได้เงินสดมา 3,000 บาทเศษ แต่ระหว่างที่เข้าไปรื้อคนทรัพย์สิน นางจุฑาทิพย์ออกมาจากห้องน้ำมาเห็นพอดี จึงได้ใช้สก๊อตเทปที่นำติดตัวไป พันข้อมือและข้อเท้า
พ.ต.อ.ภีมภณกล่าวอีกว่า ส่วนนางจุฑาทิพย์ ได้ร้องขอชีวิตโดยบอกว่าอยากได้อะไรก็เอาไปอย่ามาทำร้ายแต่นายไพโรจน์ไม่สนใจอุ้มนางจุฑาทิพย์ใส่ด้านหลังคนขับ ซึ่งขณะนั้นยังไม่เสียชีวิต หลังจากนั้นนายไพโรจน์ จึงใช้สก๊อตเทป พันไปรอบศรีษะปากจมูก จากนั้นได้นำร่างนางจุฑาทิพย์ไว้ในรถของนางจุฑาทิพย์ที่จอดอยู่หน้าบ้าน ก่อนจะไปทิ้ง
พ.ต.อ.ภีมภณกล่าวอีกว่า เหตุเกิดเวลา 20 นาฬิกาของวันที่ 21 ตุลาคม โดยนางจุฑาทิพย์ได้พยามร้องขอชีวิต โดยบอกว่าอยากได้อะไรก็ให้เอาไป แต่นายไพโรจน์ก็อุ้มนางจุฑาทิพย์ ขึ้นรถและไม่ทราบว่านางจุฑาทิพย์เสียชีวิตตอนไหน หลังจากที่ได้นำศพไปทิ้ง ก็นำรถของนางจุฑาทิพย์ถอดป้ายทะเบียนออกและขับไปเที่ยวตามสถานบันเทิงในเขตเทศบาลเมืองพิจิตรอีก 2 วัน เมื่อเงินหมดจึงนำรถไปขายที่ตำบลหัวดง และร้านรับซื้อไว้ก็นำไปขายเป็นทอดๆ โดยรายสุดท้ายสามารถยึดรถได้ที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งในขณะนี้ได้เตรียมนำรถกลับมาเพื่อตรวจหาวัตถุพยานเพิ่มเติม
พ.ต.อ.ภีมภณกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีพบคราบเลือด ในขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นเลือดของนางจุฑาทิพย์หรือไม่ เนื่องจากคำให้การนายไพโรจน์ให้การว่า ไม่ได้ทำร้ายผู้ตาย เพียงแต่ใช้สก๊อตเทปมัดเท่านั้น ซึ่งคงต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานอีกครั้ง
โดยนอกจากนายไพโรจน์ ยังมีเพื่อนนายไพโรจน์ที่เจ้าหน้านำตัวมาสอบสวน มีชื่อเล่นว่านายอ๊อฟ ที่เป็นบุคคลที่นำแผ่นป้ายทะเบียนทิ้งน้ำ และพานายไพโรจน์ไปเที่ยวและไปพักในโรงแรมหลังจากก่อเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังสอบสวนไม่เสร็จ และเตรียมตั้งข้อกล่าวหา
ส่วนนายไพโรจน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาแล้ว ชิงทรัพย์จนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยในวันพรุ่งนี้ พนักงานสอบสวนจะนำตัวนายไพโรจน์ไปทำการฝากขังก่อนเที่ยงเนื่องจากเป็นวันเสาร์
นายพงษ์ศักดิ์ สามีนางจุฑาทิพย์ ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เสียใจมาก ที่คนร้ายนั้นฆ่าภรรยาอย่างเหี้ยมโหด ทั้งที่ ภรรยาได้ร้องขอชีวิต แต่นายไพโรจน์ คนร้ายไม่สนใจ มัดมือมัดเท้ามัดปากจมูก นำไปทิ้งทั้งที่ยังไม่เสียชีวิต การกระทำเหี้ยมโหด เกินมนุษย์ อยากให้ศาลตัดสินประหารไปเลยคนอย่างนี้ นอกจากนี้ ฝากบอก ตำรวจ สภ.วชิรบามี หากใครเกี่ยวข้องขอให้มีการดำเนินคดีทั้งหมดไม่ละเว้น