โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘What About Me Effect’ อาการ ‘แล้วฉันล่ะ?’ ของชาวเน็ต ผู้มีความคิดเห็น (ของตัวเอง) ในทุกคอนเทนต์บนโลกออนไลน์

Dek-D.com

อัพเดต 17 พ.ย. 2566 เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2566 เวลา 10.10 น. • DEK-D.com
‘What About Me Effect’ อาการ ‘แล้วฉันล่ะ?’ ของชาวเน็ต

ขอถามก่อนว่าน้องๆ เพื่อนๆ ชาว Dek-D เคยเจอคอมเมนต์แปลกๆ บนโลกออนไลน์มั้ยคะ? อาจจะไม่ใช่คอมเมนต์ที่ตำหนิ บูลลี่ หรือหยาบคาย แต่เป็นคอมเมนต์ที่อ่านแล้วจะรู้สึกงงๆ ว่า “มาเอาไร?”

ตัวอย่าง

  • มีข่าวมหาวิทยาลัยอนุญาตให้นักศึกษาที่เป็นประจำเดือนลาหยุดได้โดยไม่กระทบการเรียนการสอน นอกจากคอมเมนต์เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย ก็จะมีคอมเมนต์ประมาณว่า “ฉันเป็นผู้หญิงมีประจำเดือนก็ไปเรียนได้ ไม่เห็นเป็นอะไรเลย” หรือ “แล้วผู้ชายล่ะ หยุดบ้างได้มั้ย”
  • ถ่ายคลิปสอนทำกะเพราหมูสับ แล้วมีคนมาคอมเมนต์ว่า “แล้วถ้าคนไม่กินหมูล่ะ?”
  • รีวิวการเดินทางไปต่างประเทศ ปรากฏเจอคอมเมนต์ว่า “ดีเนอะ ไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาสได้ขึ้นเครื่องบิน”

“แล้วฉันล่ะ?” What About Me Effect

การแสดงความคิดเห็นแนวๆ “แล้วฉันล่ะ?” ต้องมีส่วนร่วมกับทุกๆ คอนเทนต์บนโลกออนไลน์ ถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเราหรือไม่ก็ตาม แค่คิดว่าอยู่บนพื้นที่สาธารณะจะคอมเมนต์ยังไงก็ได้ คอมเมนต์โดยที่ไม่สนใจว่า คอนเทนต์นี้มีเป้าหมายคืออะไร ต้องการสื่ออะไร มีทาร์เก็ตคนดูเป็นใคร แต่แค่อยากคอมเมนต์ในสิ่งที่ตัวเองต้องการซึ่งพฤติกรรมแบบนี้เรียกว่า “What About Me Effect” พบมากขึ้นในยุคที่โซเชียลมีเดียแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, X(twitter), Instagram โดยเฉพาะ TikTok

What About Me Effect เกิดจากหลายปัจจัย

  • การเอาแต่ใจตัวเองตามธรรมชาติของมนุษย์
  • การต้องการความยอมรับในสังคม อิทธิพลจากคนรอบข้าง
  • อคติในใจที่เชื่อเฉพาะในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ และอาจปิดกั้นข้อมูลที่ขัดแย้ง
  • การจัดลำดับความสำคัญให้ตัวเองเป็นศูนย์กลางและอยู่เหนือกว่าผู้อื่น
  • ความกลัวตกเทรนด์ หรือตามโลกโซเชียลไม่ทัน (FOMO)

ผลกระทบของ What About Me Effect

คนคอมเมนต์อาจจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากมาย เพราะหลายครั้งการที่พิมพ์อะไรลงไปอาจจะไม่ได้ยั้งคิด หรือใช้เวลากับสิ่งนั้นมากมาย อาจเป็นแค่การระบายอารมณ์ พิมพ์ความคิดที่ชั่ววูบ ถ้าทำพฤติกรรมแบบนี้ไปเรื่อยๆ อาจจะไปเพิ่มความเอาแต่ใจเสริมความหลงตัวเองและสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือความคิดที่ว่า “ฉันถูกเสมอ”

ในขณะเดียวกัน เจ้าของคอนเทนต์ที่ต้องเจอกับคอมเมนต์แบบนี้นอกจากจะรู้สึก อิหยังวะ มึนงง ไม่เข้าใจ อาจทำให้รู้สึกแย่ สูญเสียความมั่นใจ เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นและ Self-Esteem ลดลง

การแก้ปัญหา What About Me Effect

ถ้าไม่อยากเป็นคนที่ What About Me Effect ผู้ส่งต่อความรู้สึกแย่ๆ บนโลกออนไลน์สิ่งที่ทำได้ง่ายๆ ก็คือ เพิ่ม Digital Empathy ให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา ก่อนพิมพ์อะไรลงไปในโลกออนไลน์หยุดคิดสักนิดว่าคำที่เรากำลังจะส่งไป มันส่งผลกระทบต่อใครบ้าง หรือสร้างประโยชน์ให้ใครบนโลกใบนี้บ้างปฏิบัติต่อผู้อื่นแบบเดียวกับที่ต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเราและหลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ ถ้ารู้สึกว่ากำลังอารมณ์ไม่ดี ก็อาจจะพักเบรกการเล่นโซเชียลแล้วไปทำอย่างอื่นให้อารมณ์ดีขึ้นก่อน ถ้าให้ดีกว่านั้นคือ ลดการเล่นโซเชียลลง ลดเวลาการอยู่บนโลกออนไลน์ และเพิ่มกิจกรรมออฟไลน์ให้มากขึ้นพูดคุย พบเจอเพื่อนที่เป็นคนจริงๆ ไม่ใช่บนโลกออนไลน์

ถ้าเรามีสมดุลระหว่างโลกออนไลน์ กับ โลกออฟไลน์ ได้ดี เราจะสงบขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างคนรอบข้างดีขึ้น และถ้าสุขภาพจิตใจดี เราก็จะลดความ Toxic และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

โลกไม่ได้หมุนรอบตัวเราคนเดียว ทุกคนบนโลกนี้แตกต่างกัน ทุกคนมีความคิดเห็นของตัวเอง เพราะฉะนั้นเราควรยอมรับความหลากหลาย ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน หรือเห็นด้วยกับทุกคนก็ได้ แค่อย่าลืมคิดถึงความรู้สึกของคนที่เห็นข้อความที่เราพิมพ์ลงไปก็พอ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...