โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันทึก “โจวต้ากวาน” ใช้เป็นหลักฐานอ้างว่า “คนสยามสร้างนครวัด” ไม่ได้

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 01 ม.ค. 2567 เวลา 04.04 น. • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2566 เวลา 18.11 น.
ปราสาทนครวัด นครวัด กัมพูชา เขมร สมัย พระนคร

เมื่อหลายปีที่ผ่านมา มีผู้เผยแพร่ (ซ้ำ) บทความเสนอความเห็นว่า “คนสยาม” คือผู้สร้าง “นครวัด” ปราสาทขนาดมหึมาที่ปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศกัมพูชา โดยระบุว่า หลักฐานยืนยันข้ออ้างนี้ ปรากฏอยู่ในบันทึกของ “โจวต้ากวาน” ทูตชาวจีนที่เดินทางมาขอให้อาณาจักรกัมพูชาสมัยนั้นยอมเป็นรัฐบรรณาการของราชวงศ์หยวน

สำหรับคนที่เคยอ่านบันทึกดังกล่าว ฟังแล้วอาจจะตกใจว่า “เฮ้ย! นี่เราอ่านตรงไหนตกหล่นไปรึเปล่า?” ลุงโจวแกไปเขียนไว้ตรงไหน? อะไรทำให้ผู้เสนอเชื่อเช่นนั้น?

ด้วยเหตุที่ผู้เขียนเองอ่านภาษาจีนไม่ออก จึงขออนุญาตยกบางช่วงบางตอนจากฉบับแปลของ เฉลิม ยงบุญเกิด ใน “บันทึกว่าด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีของเจินละ” มาให้ท่านผู้อ่านลองพิจารณาดูว่า สิ่งที่ลุงโจวแกเขียนไว้ มันสามารถเอามาอ้างได้หรือไม่ว่า “คนสยาม” สร้าง “นครวัด” โดยเฉพาะในส่วนที่ผู้เสนอฯ นำมาอ้าง เรื่องความสามารถในการทอไหม เย็บปัก ของ “ชาวเสียน” ดังนี้

“พวกชาวพื้นเมืองไม่เลี้ยงตัวไหมและปลูกต้นหม่อนกันเลย และพวกผู้หญิงก็ไม่ประสากับการใช้เข็มด้ายและการเย็บการชุน เพียงแต่ทอผ้าด้วยฝ้ายเป็นเท่านั้น และก็ไม่รู้จักปั่นด้าย แต่ใช้มือทำให้เป็นเส้นด้าย พวกเขาไม่มีกี่สำหรับใช้ทอผ้า แต่ผูกชายผ้าข้างหนึ่งเข้ากับเอวแล้วทำงานต่อไปอีกชายหนึ่ง ส่วนกระสวยนั้นใช้กระบอกไม้ไผ่

เมื่อเร็วๆ นี้ชาวเสียน ได้มาอาศัยอยู่ในประเทศนั้น ได้ทำการเลี้ยงตัวไหมและปลูกต้นหม่อนเป็นอาชีพ พันธุ์ตัวไหมและพันธุ์ต้นหม่อนจึงมาจากประเทศเสียนทั้งสิ้น พวกเขาไม่มีป่านรามีแต่มีปอกระเจา ชาวเสียนใช้ไหมทอผ้าแพรบางๆ สีดำใช้เป็นเครื่องนุ่งห่ม ผู้หญิงชาวเสียนนั้นเย็บชุนเป็น ชาวพื้นเมืองทำผ้าขาดก็ต้องไปจ้างชาวเสียนให้ช่วยปะชุนให้”

นั่นคือถ้อยคำทั้งหมดที่ โจวต้ากวาน เขียนถึงเรื่อง “ตัวไหมกับต้นหม่อน” ซึ่งมี “ชาวเสียน” (ที่เข้าใจกันว่าเป็น “คนสยาม”) มาเกี่ยวข้องโดยตรง จากความตอนนี้ทำให้เราเข้าใจได้ว่า “ชาวเสียน” เป็นคนต่างถิ่นแน่ๆ และเพิ่งจะเข้ามาทำมาหากินในแผ่นดินกัมพูชา “เมื่อเร็วๆนี้” เท่านั้นเอง

และอีกใจความที่ โจว สื่อคือ ชาวเสียนมีความรู้เรื่องการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และการเย็บการทอ ขณะที่คนพื้นเมือง (กัมพูชา) ไม่มีองค์ความรู้ในด้านนี้ แต่การไปสรุปว่า คนพื้นเมืองนั้นขนาดชุนผ้ายังไม่เป็นแล้วจะไปสร้างนครวัด นครธมใหญ่โตได้อย่างไร เอาความรู้เทคโนโลยีไปจากไหน” ถือว่าเป็นการตีความเกินกว่าสิ่งที่ โจว เขียนไปมาก

วิญญูชนทั่วไปย่อมพิจารณาได้ว่า องค์ความรู้ในการทอผ้า เย็บผ้า ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ การอ้างว่า “คนพื้นเมืองชุนผ้าไม่เป็น ย่อมสร้างปราสาทไม่ได้” จึงเป็นการสรุปที่ไม่ถูกต้อง แต่ถ้าบอกว่า คนพื้นเมืองใช้เครื่องมือตัดหินยังไม่เป็น ย่อมสร้างปราสาทหินไม่ได้ อย่างนี้จึงจะพอรับฟังได้ แต่ โจว ก็ไม่เคยกล่าวไว้

หากเรายอมรับตรรกะเช่นนั้นมิกลายเป็นว่า ชาวโรมันก็คงไม่มีปัญญาสร้างสิ่งก่อสร้างใหญ่โตได้เช่นกันหรอกหรือ? เพราะชาวโรมันโบราณก็ไม่รู้เรื่องการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม (เช่นเดียวกับชนพื้นเมืองกัมพูชาสมัยโจวต้ากวาน) แถมยังเคยเข้าใจว่า ใยไหมเป็นผลิตภัณฑ์จากพืชที่คนไปเก็บมาจากในป่าด้วยซ้ำ

สิ่งหนึ่งที่ผู้เสนอทฤษฎีที่ว่า คนสยามเป็นคนสร้างนครวัด จะต้องพิจารณาก็คือความเป็น “มหานคร” ซึ่งทั้งพระนคร และโรม ในยุครุ่งเรืองต่างมีเหมือนกันคือ ความเป็นศูนย์กลางที่ชนจากชาติต่างๆ เข้ามาทำหากิน เหมือนกับเมืองใหญ่ในยุคปัจจุบันที่มีแรงงานต่างด้าวแห่มาขายแรงงานในภาคที่คนท้องถิ่นไม่ค่อยอยากจะทำ (ซึ่งไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้) อย่างร้านอาหารไทยสมัยนี้ ก็มีแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเป็นคนทำซะเยอะ (อาจจะทำได้ไม่ดีกว่า แต่คุ้มกว่า) อย่างนี้จะบอกว่า คนไทยทำอาหารไทยไม่เป็นรึป่าว ถึงต้องใช้แรงงานต่างชาติ?

ทั้งนี้ ผู้เขียนไม่ได้มีปัญหากับการเสนอข้อมูลใหม่ๆ เพื่อหักล้างข้อสรุปเดิมทางประวัติศาสตร์ กลับกัน ผู้เขียนรู้สึกว่า การเสนอข้อมูลหรือข้อสรุปใหม่ๆ เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นและน่าชื่นชม แต่ขณะเดียวกัน การนำเสนอหลักฐานก็ควรอยู่บนข้อเท็จจริงมากกว่าจินตนาการที่มาจากอคติ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 ตุลาคม 2559

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...