โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จอกหูหนูยักษ์ พืชต่างถิ่นรุกราน ที่ยังมีขายเต็มโซเชียล

Environman

เผยแพร่ 11 ม.ค. 2567 เวลา 00.00 น.

จอกหูหนูยักษ์ พืชต่างถิ่นรุกราน ที่ยังมีขายกันเต็มโซเชียล

จอกหูหนูยักษ์ Giant Molesta หรือ Kariba weed อยู่วงศ์ Salvinaiaceae เป็นเฟิร์นน้ำต่างถิ่น มีถิ่นกำเนิดทางตอนใต้ของประเทศบราซิล ถูกจัดให้เป็น “วัชพืชร้ายแรงที่สุดของโลก”ชนิดหนึ่ง ด้วยความที่มันแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของแหล่งน้ำเดิมและกีดขวางทางไหลของน้ำ

สำหรับประเทศไทย ได้ระบาดในไทยเมื่อปี 2544 หลังจากที่คนไทยเอามาขายตามตลาดเพื่อที่จะเอามาตกแต่งตู้ปลา และแม้ว่าไทยจะประกาศให้พืชชนิดนี้เป็นสิ่งต้องห้าม เพราะว่าเป็นศัตรูพืชกักกัน ตั้งแต่ธันวาคม 2521 และยังเป็นสิ่งต้องห้ามในประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดศัตรูพืชเป็นสิ่งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2550 ห้ามไม่ให้ใครนำเข้ามา และไม่อนุญาตให้มีไว้ในครอบครอง แต่ก็ยังมีคนขายทั่วไปตามโซเชียล ตามแพลตฟอร์มซื้อขายต่าง ๆ

#สาเหตุที่มันแพร่ระบาดคือ 1) สปอร์ติดเครื่องมือชาวประมงไปยังแหล่งน้ำจืดอื่น ๆ 2) ผู้คนนิยมนำมาใส่ในตู้ปลาด้วยความที่ใบของมันเล่นไฟ แต่ก็มักจะกำจัดด้วยการทิ้งในแหล่งน้ำ ทำให้แพร่กระจายออกไป 3) น้ำท่วมก็มีส่วนพัดพาไปที่อื่น 4)เจริญเติบโตได้ง่ายและรวดเร็ว

ชนิดที่ว่า #หนักกว่าผักตบชวา อีก เรารู้ว่าผักตบชวาเป็นพืชต่างถิ่นรุกราน แต่สำหรับจอกหูหนูยักษ์นี้มันเป็นพืชต่างถิ่นรุกรานที่ถือว่ารุนแรงกว่าอีก เพราะจอกหูหนูยักษ์มีการขยายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพ มีการแตกยอดจากใกล้ซอกใบของต้นเดิมและสามารถแตกออกไปได้เรื่อยๆ ลําต้นหักง่าย ส่วนที่หลุดไปก็สามารถเจริญเติบโตเป็นต้นใหม่ได้อีก ในสภาพที่เหมาะสม จอกหูหนูยักษ์สามารถเพิ่มปริมาณ เป็น 2 เท่าใน 2-4 วัน จากหนึ่งต้นสามารถเจริญเติบโตปกคลุม พื้นที่ 64,750 ไร่ ในเวลา 3 เดือน น้ําหนักสดถึง 64 ตันต่อไร่ ดังนั้น ตามตักออกจากแหล่งน้ำเรื่อย ๆ ก็อาจจะไม่เพียงพอ และถึงจะเก็บแล้วก็ต้องมาตามดูเฝ้าระวังส่วนที่หลงเหลือไม่ให้โตอีก และส่วนที่ตักออกมาได้ก็ต้องเอาไปตากให้แห้งไกลจากแหล่งน้ำเพื่อแน่ใจว่าจะไม่โตอีก

#ทั่วประเทศไทย ตอนนี้แหล่งน้ำต่าง ๆ ทั่วประเทศก็ยังคงมีจอกหูหนูยักษ์อยู่ ยกตัวอย่างเช่นที่ตามคลองสาธาณะ ตามร่องส่วนมะพร้าวของชาวบ้าน ในเขื่อน ในอ่างเก็บน้ำ หรือแม้แต่ในอุทยานแห่งชาติ เช่น อุทยานแห่งชาติทะเลน้อย จ.พัทลุง หรือที่ หนองหาน-กุมภวาปี จ.อุดรธานี

#ความเสียหาย จอกหูหนูยักษ์ อยู่กันอยู่หนาแน่น มีชั้นความหนาถึง 30-40 เซนติเมตรปกคลุมผืนน้ำ ทำให้แสงอาทิตย์ส่องไปใต้น้ำไม่ได้ พืชน้ำท้องถิ่นอื่น ๆ ที่อยู่ด้านล่างและแพลงก์ตอนจึงไม่มีการสังเคราะห์แสง ทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง ในขณะที่ซากพืชที่ตายลงก็ต้องใช้ออกซิเจนในการย่อยสลายด้วย ทีนี้พอออกซิเจนไม่พอ ทั้งสัตว์ใต้น้ำและพืชจึงขาดออกซิเจน และอาจตายได้ในที่สุด

อีกทั้ง เมื่อมันมีอยู่อย่างหนาแน่น มันก็อาจทำให้แหล่งน้ำตื้นและเขิน และขัดขวางทางน้ำไหล ขวางทางคมนาคมด้วย

#วิธีกำจัด ตอนนี้จึงจะเป็นการใช้สิ่งมีชีวิตมาควบคุม จอกหูหนูยักษ์ เช่น แมลง เชื้อรา หรือพืชด้วยกันเอง ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่นํามาใช้ต้องเป็นศัตรูธรรมชาติของจอกหูหนูยักษ์ แต่ต้องไม่กระทบต่อพืชอื่น ๆ

ที่มา

https://www.doa.go.th/share/attachment.php?aid=3140

http://lib.mnre.go.th/lib/medsai/7-2.pdf

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...