โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากดาราสู่นักการเมือง “อ๋อม สกาวใจ” เผยเหตุการณ์ที่ทำให้สะเทือนใจที่สุดในชีวิต

daradaily

อัพเดต 13 ก.ค. 2567 เวลา 12.33 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2567 เวลา 11.20 น.

“อ๋อม สกาวใจ” เผยเหตุการณ์ที่ทำให้สะเทือนใจที่สุดในชีวิต

ออกมาเปิดใจถึงนางร้ายหน้าสวย “อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์” เล่าถึงชีวิตในวงการบันเทิง 30 กว่าปี เป็นคนที่ทำอะไรสุดทุกอย่างทั้งงานแสดงและเส้นทางการเมือง พร้อมเผยถึงเหตุการณ์ที่ทำให้สะเทือนใจที่สุดในชีวิต ในรายการ WOODY FM

เป็นยังไงบ้างชีวิตของนักการเมือง ?

อ๋อม สกาวใจ : ดีค่ะได้อะไรใหม่ๆ ได้วิธีคิดใหม่ ได้ลงไปเจอผู้คนที่แบบไปสัมผัสจริงๆ

มีอะไรที่เราเห็น แล้วเราไม่เคยเห็นในตอนเป็นดารา ?

อ๋อม สกาวใจ : พวกระบบต่างๆ ที่เรารู้ผิวเผินภายนอก แต่พอเราเข้าไปแล้วก็ อ๋อ! มันต้องเป็นขั้นเป็นตอนแบบนี้

คุณเป็นคนที่ค่อนข้างจะตรงแล้วก็ชัดเจนมากเลยว่าไม่ได้ต้องการอะไรที่ไม่ถูกต้อง ?

อ๋อม สกาวใจ : ใช่ เป็นคนที่ชอบดูข่าว ชอบอ่านหนังสือพิมพ์ ชอบอ่านหนังสือ คืออยากรู้เรื่องราวว่าโลกเขาไปถึงไหนแล้ว พรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ข่าวการเมืองเป็นแบบนี้ ข่าวอันนี้เป็นแบบนี้ แต่ไม่ได้คิดเลยว่าวันหนึ่งจะได้ก้าวเข้ามาอยู่ในจุดนี้ เพราะว่าตอนเด็กๆ คิดว่าเราอยากจะเป็นนักแสดงแล้วก็ได้มาเป็นจริงๆ

แล้วงานแสดงเขายังให้ทำไหม ?

อ๋อม สกาวใจ : เป็นได้ค่ะ จริงๆ เขาไม่ได้ห้ามนะคะ แต่แค่ว่ามีเวลาหรือเปล่า

เหตุการณ์ที่ทำให้สะเทือนใจที่สุดในชีวิต ?

อ๋อม สกาวใจ : น้องหมาค่ะ ก่อนที่จะท้องจะมีครอบครัว เรากับแฟนอยากเลี้ยงสุนัขสักตัวหนึ่ง อ๋อมก็ไปถูกชะตากับน้องคนหนึ่ง อยู่เชียงใหม่พันธุ์เฟรนบูลด็อก เพื่อมาเลี้ยงด้วยกันกับแฟน ตั้งชื่อเขาว่ารถดั้ม เขาก็ซื่อสัตย์รักเจ้าของแล้วรถดั้มก็มีอ๋อมและคุณเอเป็นโลกทั้งชีวิตของเขา จนเราก็รู้สึกว่าเขาเหมือนจะเหงาก็เลยได้ไปหาตัวอื่นมาด้วยมาอยู่กับเขาอีก 2 ตัว (ร้องไห้) คิดถึงเขาถ้าย้อนเวลากลับไปได้อาจจะดูแลเขามากกว่าเดิม แล้วอ๋อมก็เลี้ยงเขาได้มาจนอายุ 10 ปี จนอ๋อมแต่งงาน แล้วก็ท้อง เขาก็ยังอยู่กับเราเล่นกับเรา แต่หมาอีก 2 ตัวที่เอามาเป็นเพื่อนเขา เราก็รักทั้งหมดเหมือนกัน แต่บังเอิญว่าเราเสียใจที่สุดสำหรับรถดั้ม เพราะว่าเราผูกพันและรู้สึกว่าดูแลเขาไม่ดีพอ วันหนึ่งเขาก็มีเนื้องอกที่ตรงหลังมันปูดออกมาก็รู้สึกว่าอาจจะเป็นต่อมอะไรสักอย่างแต่ในใจคิดว่าอย่าให้เป็นมะเร็งนะ มันก็ค่อยๆปูดจนวันหนึ่งอ๋อมคลอดลูก จากที่เราเล่นกับเขาเยอะ แต่พอมีลูกเราไม่มีเวลาให้เขาเลย เพราะว่าต้องดูแลลูก แต่เวลาเรากลับบ้านก็จะบอกเขาทุกครั้งว่าแม่รักรถดั้มเหมือนเดิมนะ แม่ไม่ได้ไปไหนนะแต่แม่ต้องดูแลน้อง ไม่รู้ว่าเขาเข้าใจหรือเปล่า

พอมีลูกก็ย้ายบ้านเขาก็มาอยู่กับเรา แต่ว่าเขาไม่ได้มาคลุกคลีกับเราในบ้านเหมือนเดิมเพระมีเด็ก แล้วทุกวันเขาก็จะมานั่งมองเราที่ห้องทานข้าวมันจะมีกระจกใส จะมานั่งรอทุกวันว่าเมื่อไหร่แม่จะเปิดประตูมาเล่นกับเขานะ อ๋อมก็จะทักทายแต่ว่าไม่ได้ไปคลุกคลีไม่ได้อุ้มเล่นเหมือนเดิม จนวันหนึ่งเนื้องอกที่ปูดมาเรื่อยๆ มันก็แตก พอมันแตกก็เลยพาไปหาหมอ เขาก็เอกซเรย์แล้วก็เรียกเรามาดูเขาก็บอกว่ารถดั้มเป็นมะเร็ง เขาก็บอกว่าเสี่ยงมีแต่รอดกับตายเลย มันเสี่ยงมากเพราะว่าเขาแก่แล้ว

งั้นเราไม่ผ่าเพราะว่ามันต้องวางยาด้วย แล้วเขาหน้าสั้นจะหายใจลำบาก ก็ไม่ผ่าให้เขาอยู่กับเราไปเรื่อยๆ (ร้องไห้) ซึ่งอ๋อมรู้สึกเสียใจที่เราไม่ได้เล่นกับเขาเหมือนเดิม ก็ยังคิดถึงเขาอยู่ทุกวัน แล้วเขาจากไปในวันที่เราลงพื้นที่หาเสียง ไม่ได้อยู่กับเขา ถ้ารถดั้มยังอยู่ก็อยากจะบอกกับเขาว่า แม่ขอโทษนะที่รถดั้มอาจจะเข้าใจผิดว่าที่แม่มีน้องแล้วลืมเขา แม่มีน้องแต่แม่ก็ยังรักรถดั้มเหมือนเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...