โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ทะลุมิติมาพร้อมกับระบบสร้างตัว ยุค 60

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2567 เวลา 13.44 น. • นมหอมมิ้นท์
บล็อกเกอร์สาวโชคร้ายถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต ก่อนที่จะทะลุมิติมาอยู่ในร่างเด็กหญิงอายุเพียง 15 ปี ที่มีจิตใจดี โชคดีที่มีระบบไลฟ์สดและมีมิติเก็บของมากมาย ชีวิตต่อจากนี้ของเธอจะต้องร่ำรวยเหมือนคนอื่นเขา

ข้อมูลเบื้องต้น

นิยายเรื่องนี้นางเอกจะย้อนไปอยู่ในยุค 60 ในหมู่บ้านที่ติดริมทะเล นางเอกทะลุมิติมาพร้อมกับระบบห้องไลฟ์สดและมิติเก็บของมากมาย

หากใครชอบนิยายแนวนี้ไรท์ขอคนละ 1 ไลค์ อย่าลืมกดเพิ่มเข้าชั้นกันนะ

นิยายเรื่องนี้จะมีอยู่ 2 เล่มจบค่ะ

ไรท์เป็นคนพิมพ์ช้า หากใครรออีบุ๊คจะมาช้าหน่อยนะคะ

เหมือนเดิมค่า ไรท์เปิดให้อ่านฟรีถึงตอนที่ 10 ก่อนจะทำการติดเหรียญล่วงหน้า 2 เหรียญ 2 วันก่อนเปิดให้อ่านฟรีนะคะ

แนะนำ

‘ถังซูฮวา’ บล็อกเกอร์สาวมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับเธอ บังเอิญทะลุมิติเข้าไปอยู่ในนิยายย้อนยุคเรื่องหนึ่ง ซูฮวาอยู่ในร่างของเด็กหญิงอายุเพียง 15 ปี อาศัยอยู่ในหมู่บ้านริมทะเลที่ถูกครอบครัวทารุณกรรมอย่างน่าสงสาร ซูฮวาไม่รู้สถานะของเจ้าของร่างเดิม สุดท้ายจึงเลือกที่จะแยกเรือนออกมา เธอทะลุมิติมาพร้อมกับระบบห้องไลฟ์สดและมิติเก็บอาหาร ในมิติมีอาหารทะเลมากมายอย่างเช่น : หอยเม่น , หอยเป๋าฮื้อ , หอยแครง , หอยแมลงภู่ , หอยนางรม , ปลาสีเหลือง , ปลาทู , ปลาซันมะ , ปลาซีกเดียว…

ภายในห้องไลฟ์สดยังมีระบบมาด้วย นำอาหารทะเลจากยุค 60 ไปขายให้กับเหล่า ๆ แฟนที่ยุคปัจจุบันดีไม่น้อย เพราะผลประโยชน์ ซูฮวาเก็บเอาอาหารทะเลได้เต็มถังไม้ทุกวัน ซูฮวา ไลฟ์สอนแฟน ๆ ของเธอวิธีทำอาหาร ใครที่ชอบทานอาหารต่างก็น้ำลายไหลกันหมด หาเงินข้ามมิติแบบนี้เป็นอะไรที่ดีมาก ซูฮวาบังเอิญเจอกับนายทหารแม้จะเย็นชาแต่รักเธอมาก แม้ว่าคำพูดคำจาจะไม่น่าฟังแต่เขาก็กล้าหาญมากเช่นกัน ซูฮวากับนายทหารร่วมมือกันเพื่อความอยู่รอดในยุค 60 ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องไปติดตามกันแล้วค่ะ

ทะลุมิติมาอยู่ในร่างเด็กหญิง 15 ปี

ซูฮวาถูกปลุกด้วยเสียงร่ำไห้ข้างหู ร่างกายรู้สึกปวดระบมไปหมด อาการปวดศีรษะแทบจะละเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ ท้องไส้รู้สึกปั่นป่วนไปหมด เหมือนมีคนไม่รอให้เธอได้ลืมตา ก็มีมือหนาเขย่าไหล่เล็กของเธออย่างแรง

“หลานผู้น่าสงสารของฉัน ฮึก ๆ ฮือ ๆ ถ้าหลานตายไปแล้วครอบครัวเราจะอยู่ยังไง ฮือ ๆ ”

“น้า ซูฮวายังหายใจอยู่นะ น้ารีบพาซูฮวาไปที่โรงพยาบาลเถอะ ขืนไปช้ากว่านี้ได้เกิดเรื่องใหญ่แน่ ๆ ”

หัวหน้าทีมอย่าง ‘ถังเทียนฟง’ เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล หญิงชรายังคงนั่งคุกเข่าที่พื้นไม่ยอมลุก เอาแต่นั่งร้องห่มร้องไห้อยู่อย่างนั้น

“เลือดไหลเยอะขนาดนี้ ต่อให้เป็นเทพธิดาอยู่บนสวรรค์ก็ไม่อาจรักษาได้ แล้วหมอไร้ความสามารถแบบนั้นจะรักษาได้ยังไงกัน จะพาไปรักษาที่โรงพยาบาลทำไมให้สิ้นเปลือง ซูฮวาของพวกเราเพราะปกป้องทรัพย์สินของรัฐถึงได้จากไปแบบนี้ หัวหน้าทีมจะต้องแจ้งเรื่องนี้ให้ทางการทราบนะคะ จะต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับพวกเรา” หญิงชราเงียบอยู่ครู่หนึ่ง พลางคำนวณอะไรบางอย่าง ก่อนจะเอ่ยต่อว่า

“เจ้าเด็กซูฮวาอยู่ในทีมเป็นเด็กดีคอยช่วยงานในทีมอย่างขยันขันแข็ง เมื่อปีที่แล้วซูฮวาได้แต้มแรงงานมาได้ตั้ง 10 แต้มเชียวนะ เงินค่าแรงและแต้มแรงงานของซูฮวาถ้าคำนวณดูแล้วทั้งปีน่าจะได้มาทั้งหมด 150 แต้ม ตอนนี้ซูฮวาอายุได้ 15 แล้ว ทำงานแลกแต้มถึง 18 ก็ต้องแต่งงานออกเรือน ซูฮวายังมีโอกาสทำงานแลกแต้มหาเงินมาซื้อของเป็นสินสอดให้ตัวเองได้ ส่วนเรื่องค่าชดเชย ทางเราจะไม่เรียกร้องอะไรมาก ชดเชยแค่ 1000 หยวนพอ”

สิ้นประโยคก็มีเสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านดังขึ้น ทุกคนต่างอ้าปากค้าง เงินจำนวน 1000 หยวนไม่ใช่น้อย ๆ คือเงินก้อนใหญ่มหาสารเลยนะ ต่อให้ทำงานหนักจนแก่ตายก็ไม่มีทางหาเงินจำนวน 1000 หยวนมาได้

เทียนฟงกระตุกยิ้มมุมปาก คนยังไม่ตายแต่กลับคำนวณเงินค่าชดเชยไว้แล้ว ร้องไห้เสียงดังแต่กลับไม่มีน้ำตาเลยสักหยด ซูฮวามีย่าแบบนี้ช่างโชคร้ายจริง ๆ เลย ไม่อยากจะต่อปากต่อความกับย่าซูฮวาให้มากความเทียนฟงจึงหันไปพูดคุยกับสามีถังแทน

“ก็เห็นอยู่ว่าซูฮวากำลังจะตายทำไมถึงไม่ช่วยล่ะ อยากจะร่วมมือกันฆ่าลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเองให้ตายหรือยังไง? ”

ถูกกล่าหาว่าเป็นฆาตกร ‘ถังจางจิ้น’ จึงรีบสาวเท้าเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าหัวหน้าทีมเทียนฟงทันที ก่อนจะดึงแขนของผู้เป็นแม่อย่าง ‘โหวเยว่ฉี’ ไว้

“แม่ครับ ช่วยชีวิตคนก่อน ถ้าช่วยไม่ได้เราค่อยคุยกันอีกที”

“อย่าทำเรื่องสิ้นคิดอย่างนั้นสิ เลือดไหลออกเยอะขนาดนั้นจะรอดได้ยังไง?!!!”

แม้ว่าปากจะบอกแบบนั้น แต่ท้ายที่สุดแล้วเยว่ฉีก็ต้องยอมให้หัวหน้าทีมพาซูฮวาไปที่โรงพยาบาล ‘เหลาเจียวโห่ว’ เป็นคนขับเกวียนให้กับทีมในหมู่บ้านก็ยืนรออยู่ไม่ไกล เทียนฟงเดินไปหยุดอยู่ข้าง ๆ เตียง ก่อนจะค่อย ๆ ช้อนร่างผอมบางขึ้นมา

เทียนฟงรู้สึกว่าน้ำหนักของซูฮวาเบากว่าหมูและแพะในหมู่บ้านนี้เสียอีก ก็อดที่จะถอนหายใจแรงไม่ได้ เจ้าเด็กซูฮวาคนนี้เป็นเด็กที่ใสซื่อ ทำงานจะทุ่มแรงกายและแรงใจ ทุกคนเอ่ยเตือนก็ไม่ยอมฟัง แล้วดูร่างกายในตอนนี้สิ แทบไม่มีเนื้อหนังแล้ว

ภายในใจของเทียนฟงโกรธมาก ก่อนจะหันไปตวาด ‘ต่งเฟิ่นลู่’ ที่กำลังยืนอยู่ข้าง ๆ ที่เอาแต่ร้องห่มร้องไห้

“เอาแต่ร้องไห้อยู่นั่นแหละ ยังไม่รีบขึ้นไปนั่งอยู่บนเกวียนไปกับลูกสาวของเธออีก”

ครอบครัวของซูฮวาทำให้เทียนฟงโกรธแทบอยากจะตะโกนด่าดัง ๆ …ซูฮวาลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงคนไข้ในโรงพยาบาล ผนังควรจะเป็นสีขาวสิทำไมถึงได้ดูเก่าทรุดโทรมแบบนี้ ความทรงจำมากมายผุดเข้ามาในหัวของซูฮวา ทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าเธอได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายย้อนยุคจริง ๆ

ซูฮวาทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายย้อนยุคที่เธอเคยอ่านมาแล้วครั้งหนึ่ง ชื่อของตัวละครซูฮวาปรากฏแค่ครั้งเดียวและยังเป็นตัวละครที่น่าสงสารที่สุด นางเอกของเรื่องมาที่หมู่บ้านของเธอบังเอิญได้ยินชาวบ้านเอ่ยชื่อของเด็กหญิงถังซูฮวา ขณะที่พายุกำลังมา ซูฮวาเจ้าของร่างเดิมได้วิ่งเข้าไปช่วยคนในหมู่บ้านถึงได้ถูกต้นไม้ใหญ่ล้มทับเสียชีวิต

ก่อนจะสิ้นใจตายก็ไม่สงบ ย่าของซูฮวาได้นำเอาศพของเธอไปขายให้กับหมอผีที่ไหนไม่รู้เพื่อทำพิธี เจ้าของร่างเดิมนี้โชคร้ายเกินไปเสียแล้ว เรื่องแบบนี้เธอไม่อาจเปลี่ยนชะตาชีวิตได้สินะ ตั้งแต่เล็กจนโตใช่ว่าชะตาชีวิตของเธอจะดีไปกว่าเจ้าของร่างเดิมคนนี้ เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นกับเธอ ซูฮวาโชคร้ายถูกไฟฟ้าช็อต ก่อนที่เธอจะหมดสติไป เธอรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างทิ่มแรงมาที่หัวใจของเธอ แน่นอนว่าเธอไม่อาจมีชีวิตรอด

นี่อาจจะเป็นโอกาสที่ดีที่ฟ้าลิขิตให้เธอทะลุมิติมาอยู่ในยุคนี้ก็ได้ กลับมามีชีวิตอีกครั้งซูฮวาก็ดีใจมากแล้ว เมื่อรู้แบบนั้น ซูฮวาก็ได้พึมพำกับตัวเองเบา ๆ ‘ซูฮวา ฉันกลับมามีชีวิตอีกครั้งในร่างของเธอ ฉันสัญญาว่าจะใช้ชีวิตต่อจากนี้ให้ดีที่สุด’

เทียนฟงหลังจากที่จัดการเรื่องค่ารักษาโรงพยาบาลเสร็จ ก็ได้ผลักประตูเดินเข้ามาข้างใน เมื่อเห็นซูฮวาลืมตาตื่นก็รู้สึกดีใจมาก

“ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว หมอบอกว่าศีรษะของหนูได้รับความกระทบกระเทือนหนัก จะต้องนอนพักที่โรงพยาบาลเฝ้าติดตามดูอาการอีกสักสองสามวัน ซูฮวา หนูอย่าได้คิดอะไรมากเลยนะ พักรักษาตัวให้หายดีก่อน เรื่องค่ารักษาเดี๋ยวลุงจะเป็นคนจัดการให้เอง”

เทียนฟงกวาดสายตามองดูรอบ ๆ ห้อง เห็นไม่มีใครอยู่ เทียนฟงก็ได้พูดในสิ่งที่อัดอั้นมานาน

เรื่องราวในอดีตที่ขมขื่น

“ ดอกไม้ถ้าเราปลูกแล้วเหี่ยวเราก็สามารถปลูกใหม่ได้ เงินหมดเราก็สามารถหาใหม่ได้เหมือนกัน แต่ถ้าคนไม่อยู่แล้วอะไรก็จะไม่เหลือ หากอยากจะเสียสละก็ต้องต้องมีขอบเขต อย่าได้ไปเชื่อคำพูดของพวกคนเหล่นนั้น หนูมีค่ามากกว่าสิ่งใด ต่อแต่นี้ไปจงดูแลตัวเองให้ดี เข้าใจไหม ? ”

มีอีกหลายประโยคที่เทียนฟงอยากจะบอกให้ซูฮวารู้ นั่นก็คือครอบครัวของเธอไม่อาจพึ่งพาได้ พวกเขาเห็นแก่ตัวเกินไป ซูฮวาได้ยินแบบนั้นได้แต่พยักหน้าเบา ๆ ตอบรับ

“ ขอบคุณมากค่ะอาเทียนฟง ”

ตระกูลถังเป็นตระกูลที่ใหญ่ที่ในหมู่บ้านเฉิน หัวหน้าทีมเฉินก็คือเทียนฟงญาติของซูฮวา เทียนฟงออกรบตั้งแต่อายุยังน้อย คือคนที่กล้าหาญคนหนึ่ง หากเกิดเรื่องอะไรไม่เคยเกรงกลัว ก็คืออีกตัวละครสำคัญหนึ่งในนิยายเรื่องนี้

แต่น่าเสียดาย…คนดีมักจะจากไปเร็ว เทียนฟงได้นำพาชาวบ้านออกไปหาปลา โชคร้ายถูกพายุชัดกระหน่ำ ถ้าให้เธอเดาแล้วละก็ เรื่องนี้น่าจะเกิดขึ้นในช่วงสิ้นปีนี้ เทียนฟงได้ยินซูฮวาเอ่ยตอบแบบนั้นก็คลี่ยิ้มดวยความดีใจ ท้ายที่สุดซูฮวาก็ยอมฟังสิ่งที่ตนบอกสักที เทียนฟงไม่อาจอยู่ที่นี่นาน จะต้องรีบกลับไปที่หมู่บ้านเพื่อช่วยชาวบ้านที่กำลังประสบภัย

“ น่าแปลก หลายปีมานี้ไม่เคยเจอพายุแบบนี้มาก่อน ปีนี้ยังไม่ถึงเดือนสิงหาเลย แต่พายุกลับชัดเข้ามากกว่าสองครั้งแล้ว ถ้าไม่ดูแลข้าวดี ๆ แล้วละก็ ปีนี้ไม่มีข้าวแจกจ่ายให้กับชาวบ้านแน่ ”

เทียนฟงอยากจะอยู่บอกอะไรเฟิ่นลู่สักอย่าง แต่รออยู่นานก็ไม่เห็นแม้แต่เหงาของเฟิ่นลู่ จึงได้หันไปเอ่ยบอกกับซูฮวาแทน

“ หมอที่อำเภอถูกส่งตัวไปที่หมู่บ้านหมดแล้ว นี่คือโรงพยาบาลที่เหมืองทอง ปกติแล้วจะไม่ต้อนรับคนนอก อารู้จักคนที่นี่เมื่อตอนที่อาไปออกรบน่ะ อาได้บอกให้หัวหน้าของอาดูแลหนูอย่างใกล้ชิด หนูไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอกนะ อยู่ที่นี่พักผ่อนให้ร่างกายแข็งแรงก่อนค่อยกลับไปที่หมู่บ้าน อาหารที่นี่อร่อยถูกปากหนูแน่นอน อาทิ้งเงินแล้วก็คูปองไว้ให้แล้ว หมอได้บอกกับอาว่าศีรษะของหนูกระทบกระเทือนหนักจะต้องนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง ถ้าหนูอยากจะกินอะไรก็ให้แม่ของหนูไปซื้อมาให้นะ อาต้องไปก่อนแล้ว อีกสองวันอาจะกลับมาเยี่ยมหนูที่นี่ ”

“ อาเทียนฟงคะ ฉันติดหนี้บุญคุณครั้งนี้ ฉันต้องขอบคุณอามากเลยนะคะ ”

“ เรื่องเล็กแค่นี้เอง อย่าได้คิดมากไปเลย อาไปก่อนนะ ” เทียนฟงโบกมือไปมาก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไป

เทียนฟงกลับออกไปนานกว่าเฟิ่นลู่แม่ของซูฮวาจะมา เฟิ่นลู่เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าซูฮวา ก่อนจะหยิบเอานมผงออกมาจากถุงเสื้อ

“ แม่อยู่รอขอคูปองนมผงจากหมออยู่นานกว่าจะได้มา นมผงนี้ขายดี แม่เกือบไปชิงซื้อมาไม่ได้ เดี๋ยวแม่ไปเช่าปิ่นโตแล้วไปหาอะไรมาให้หนูกินนะ ”

ซูฮวามองตามแผ่นหลังแม่ไป นัยน์ตาสั่นไหวเล็กน้อย ซูฮวาคนนี้มีพี่ชายอยู่ 3 คน เธอคือลูกสาวคนเล็กและก็เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวในบ้านด้วย แต่กลับไม่มีใครรักเธอเลยสักคนเดียว เพราะพ่อแท้ ๆ ของเธอหัวโบราณมีความคิดชายเป็นใหญ่ ซูฮวาจึงไม่ต่างจากคนที่ไร้ค่าในสายตาของพ่อ

ซูฮวาต้องทำงานหนัก แต่ได้กินน้อย ถ้าทำงานไม่ดีก็ถูกทุบตี ถ้าเทียบกับแม่แล้ว แม่จะดูแลและใส่ใจเธอมากกว่าพ่อ ถ้าซูฮวาถูกพ่อทุบตีแม่ก็จะคอยมาทายาให้ ถ้าเธอจะต้องอดข้าวอดน้ำ แม่ก็จะเป็นคนคอยขโมยมันเทศแอบเอามาให้เธอกินและถ้าซูฮวาไม่มีเสื้อผ้าใส่ แม่ของเธอก็จะนำเศษผ้าเก่า ๆ มาตัดเย็บเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอสวมใส่

แม่คอยปลอบใจและให้กำลังใจเธออยู่เสมอ แม่บอกว่าทำไมผู้หญิงเราจะต้องมาทนหรือแบกรับทุกอย่างแบบนี้ อะไรที่ผู้ชายทำได้ผู้หญิงอย่างเราก็ทำได้เหมือนกัน ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วผู้หญิงไม่เคยด้อยไปกว่าผู้ชายเลย ตั้งแต่เล็กถูกแบ่งแยกเช่นนั้นมีใครบ้างที่จะไม่โกรธแค้น

แต่เพราะคำพูดปลอบใจของแม่ ทำให้ซูฮวาคนเดิมนำมาปรับใช้ในชีวิตของเธอเอง ผู้ชายออกไปขุดดินเธอก็จะตามไปขุดดินด้วย ผู้ชายออกไปหาปลาลแลกแต้ม ซูฮวาก็จะนั่งอยู่บนฝั่งสานแหตลอดทั้งวันทั้งคืนจนมือเล็ก ๆ ของเธอนั้นหยาบกระด้างไปหมด ซูฮวาทำงานหนักจนร่างกายเหนื่อยล้าผอมบางแทบจะไม่มีแรงเดิน

หยาดเหงื่อทุกหยดของเธอมีค่ามากนัก ทำงานไม่เสียแรงเปล่าถ้าเทียบกับผู้ชายในบ้านแล้ว แต้มแรงงานที่เธอทำได้เยอะกว่าพวกเขาเสียอีก เด็กผู้หญิงอายุเพียง 15 ปี ที่ต้องการความอบอุ่นจากพ่อกับแม่ ความกดดันทำให้ซูฮวาหน้ามืดตามัว แต่ตอนนี้…วิญญาณในร่างเด็กหญิง 15 ปีคือซูฮวาที่มาจากโลกอนาคตที่โต กว่าเจ้าของร่างเดิมมาก

นิสัยของพวกเขาสองคนแตกต่างกันมาก อาจจะเป็นจุดสงสัยได้ ในแววตาของซูฮวาในตอนนี้รู้สึกผิดหวังมาก ถ้าแม่ของซูฮวาเจ้าของร่างเดิมรักลูกสาวจริง ๆ ทำไมตอนที่ซูฮวาถูกพ่อทำร้ายร่างกายถึงไม่ใช่ร่างของตัวเองปกป้องลูกสาวล่ะ ? ซูฮวานอนหมดสติไปนานทำไมถึงไม่มาเฝ้าดูแลเธอเลย ? ตอนที่ซูฮวาในอดีตตายไปทำไมถึงนำศพของเธอไปขายให้กับหมอผีเพื่อทำพิธีล่ะ ?

ใช้ร้อยเล่ห์อุบายเพื่อเอาชนะใจลูกสาวอย่างนั้นเหรอ ? โลกใบนี้กว้างใหญ่นัก เรื่องอะไรก็เกิดขึ้นได้จริง ๆ…เฟิ่นลู่เดินไปเช่าปิ่นโตในราคา 5 เหมา ก่อนจะเดินกลับเข้ามาข้างในห้องด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส

“ โรงพยาบาลที่นี่ดีจังเลยนะ มื้อเที่ยงยังมีหมั่นโถวให้กินด้วย ครั้งนี้หนูได้พักรักษาตัวที่นี่ช่างดีจริง ๆ ”

เธอเกือบตายไปแล้วเพราะความเห็นแก่ตัวของพวกเขาที่ไม่อยากเสียเงินค่ารักษาสักหยวน แม่ยังกล้าพูดกับเธอแบบนี้อีกเหรอ ? ซูฮวามองสำรวจดูคนเป็นแม่ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เฟิ่นลู่มีใบหน้าที่ขาวเนียนอมชมพู ถึงจะอายุ 40 กว่าแล้วแต่ไม่มีรอยเหี่ยวย่นเลยสักนิด กิริยาเหมือนลูกผู้ดี ดูเหมือนจะเป็นคนจิตใจดีคนหนึ่ง สามีรักสามีหลง แต่…คนเป็นแม่อย่างเฟิ่นลู่ไม่เคยปกป้องลูกสาวอย่างซูฮวาได้เลย ไม่เคยเลย

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...