โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ อาจพิจารณายกเลิกการใช้ ‘MDMA’ หรือ ‘ยาอี’ ในการรักษาโรค PTSD

Mirror Thailand

อัพเดต 18 มิ.ย. 2567 เวลา 09.33 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2567 เวลา 09.33 น.
ภาพไฮไลต์

PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) หรือโรคเครียดภายหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนใจ เป็นโรคที่คนอเมริกันกว่า 13 ล้านคนต้องเผชิญ และเป็นหนึ่งในสาเหตุของการฆ่าตัวตายเป็นอันดับต้นๆ ในสหรัฐฯ เลยก็ว่าได้ และเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา วงการแพทย์ก็เริ่มมีความหวังในการรักษาโรคนี้อีกครั้งในรอบ 25 ปี เมื่อสหรัฐฯ อาจมีการพิจารณาให้ใช้ยาบางตัวที่เคลมว่ามีประสิทธิภาพสูงที่จะเข้ามาช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานจากโรค PTSD ควบคู่ไปกับการบำบัดอื่นๆ ได้

แต่แล้ว เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กลุ่มที่ปรึกษาอิสระแห่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ เพิ่งมีมติให้พิจารณา ‘ยกเลิก’ การใช้ยาตัวนี้

ยาที่ว่าคือ MDMA หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ยาอี’ (Ecstasy) ซึ่งเป็นยาเสพติดกลุ่ม 3, 4 และนับเป็นหนึ่งในสารผิดกฎหมายในสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 1985 โดยการจัดประเภทของสำนักงานปราบปรามยาเสพติด (DEA) ที่จัดให้เป็นของมึนเมาอันตรายที่ไม่เป็นที่ยอมรับทางการแพทย์ แต่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา องค์การอาหารและยาของอเมริกาได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับองค์กรไม่แสวงผลกำไรอย่าง Multidisciplinary Association for Psychedelic Studies (MAPS) เปิดทางให้นำยา MDMA เข้าสู่กระบวนการทดสอบทางการแพทย์ เพื่อเป็น ‘MDMA-assisted therapy’ หรือตัวช่วยควบคู่ไปกับการบำบัดรักษาด้วยวิธีอื่นๆ สำหรับผู้ป่วย PTSD ต่อไปได้

ท่ามกลางเสียงแตกของคณะกรรมการบางส่วนที่ยังคงมองว่าสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในยา MDMA จะมีผลทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงมากกว่าจะต้องเป็นกังวลเรื่องผลข้างเคียงของมัน กับบางส่วนที่กังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของมัน รวมถึงการที่ยาตัวนี้ยังถูกตั้งคำถามถึงผลงานวิจัยที่เต็มไปด้วยคลุมเครือว่ามีความ Bias ไม่โปร่งใสเท่าที่ควร และชี้นำให้เห็นแต่ข้อดีมากเกินไปนั้น ในแวดวงการแพทย์และนักจิตวิทยากลับมีความกังวลไม่น้อยกว่าการที่ยา MDMA อาจถูกปัดตก ยกเลิกเพื่อใช้ในการรักษาโรค PTSD นั้นอาจยิ่งทำให้หนทางการรักษาโรคนี้เป็นไปได้ยากกว่าเดิม

บทความบนเว็บไซต์ New Yok Times อธิบายถึงโรค PTSD ว่ามันเป็นหนึ่งในโรคที่ทำให้คนๆ หนึ่งต้องทนทุกข์กับบาดแผลจากประสบการณ์เลวร้าย ความคิดไม่พึงประสงค์ ความคิดแทรกซ้อน (Intrusive Thoughts) การคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต (Flashbacks) ฝันร้าย ทำให้รู้สึกไม่ไว้ใจใครเลยแม้แต่ตัวเอง จนอาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะทำร้ายตัวเองและการฆ่าตัวตาย

วิธีจิตบำบัดและการใช้ยาอาจเป็นหนทางในการรักษาเยียวยาโรค PTSD ก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเข้าถึงได้ง่าย ด้วยหลากหลายปัจจัยอย่างเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาแต่ละครั้ง ไปจนถึงปัญหาการวินิจฉัยที่คลาดเคลื่อนที่ทำให้หลายคนล้มเลิกการรักษาในที่สุด

New York Times รายงานว่า มากกว่า 6% ของชาวอเมริกันจะเกิดภาวะ PTSD ได้ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต และมีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่รักษาหาย สาเหตุเพราะคนที่ป่วยเป็น PTSD มักจะถูกมองข้าม

ตามปกติแล้ว โรค PTSD จะใช้หลักการวินิจฉัยโดย Clinician Administered PTSD Scale หรือที่เรียกกันว่า CAPS-5 โดยที่ผู้เชี่ยวชาญจะถามผู้ป่วยว่าบ่อยครั้งแค่ไหนที่พวกเขาต้องเผชิญกับความทรงจำเลวร้าย หรือรับมืออย่างไรในการหลีกเลี่ยงที่จะหวนนึกถึงความรุนแรงเหล่านั้น แต่ด้วยวิธีการนี้ ผู้ป่วยจำนวนมากกลับไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค PTSD เพราะส่วนใหญ่ไม่สามารถบอกได้ว่าสาเหตุของโรค PTSD ของตัวเองนั้นเกิดจากอะไรกันแน่

เอ็ดนา โฟ (Edna Foa) อาจารย์ด้านจิตเวช มหาวิทยาลัยแพทย์ Pennsylvania Perelman บอกว่า คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจและติดภาพจำว่าการที่ใครสักคนจะเป็นโรค PTSD ได้นั้น ต้องเป็นคนที่เคยเจอภัยพิบัติทางธรรมชาติ เคยผ่านสมรภูมิสงคราม หรือเคยผ่านความรุนแรงทางเพศมาก่อน โดยไม่ได้ตระหนักว่าคนธรรมดาๆ ทั่วไปอย่างเราๆ ก็สามารถเป็นโรคนี้จากเรื่องสะเทือนใจอะไรสักอย่างในชีวิตได้เหมือนกัน และโดยส่วนมากอีกเหมือนกันที่เวลาคนเหล่านี้ไปเข้ารับการปรึกษาเรื่องการนอนไม่หลับ หรือภาวะอารมณ์แปรปรวน ผู้เชี่ยวชาญก็มักจะมองไม่เห็นสัญญาณของโรค PTSD ที่อาจซ่อนอยู่

นอกจากนั้นสิ่งที่ทำให้การรักษาโรค PTSD เป็นเรื่องไม่ง่าย คือการที่ธรรมชาติของคนที่เป็นโรคนี้จะพยายามหลีกเลี่ยงการนึกถึงเรื่องราว หรือความทรงจำอะไรก็ตามที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดทรมาน และมักจะหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงมันด้วย นั่นทำให้การมองหาการช่วยเหลือหรือการรักษาแทบเท่ากับศูนย์

“ปัญหาข้อหนึ่งเลยของคนที่เป็น PTSD คือการที่พวกเขามักจะยิ่ง ‘ดึง’ มันเข้ามาสู่ตัวเอง” ดร.จอห์น มาร์โควิทซ์ (Dr. John Markowitz) อาจารย์ด้านจิทยาคลินิก มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ให้ความเห็น “พวกเขาจะหลีกเลี่ยงคนอื่น เพราะรู้สึกไม่ไว้ใจ ไม่เชื่อใจ และนั่นแหละที่ทำให้ไม่สามารถได้รับความช่วยเหลือได้ในเวลาที่ต้องการ”

การรักษาด้วยวิธีจิตบำบัดเป็นทางเลือกอันดับแรกๆ ของการเยียวยาโรค PTSD ที่มีประสิทธิภาพ อย่างเช่น Prolonged Exposure ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งของการบำบัดด้วยพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy) โดยการให้ผู้ป่วยเผชิญหน้ากับความทรงจำ เหตุการณ์ หรือความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ความรุนแรงที่เคยได้รับและพยายามที่จะหลีกเลี่ยงมัน เป็นการทำงานกับสิ่งที่เป็น Trigger หรือตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดความรุนแรงนั้น และให้ผู้ป่วยเผชิญหน้ากับความกลัวของพวกเขาโดยตรง หรืออีกวิธีหนึ่งคือการบำบัดความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (Interpersonal Psychotherapy) เพื่อดูว่าบาดแผลจากความรุนแรงนั้นกระทบกับความสัมพันธ์รอบข้างของผู้ป่วยอย่างไร

ถึงแม้ว่าการบำบัดด้วยวิธีเหล่านี้ได้ผลก็จริง แต่มีงานวิจัยบางชิ้นเหมือนกันที่พบว่า 1 ใน 4 ของคนที่เป็นโรค PTSD ไม่ตอบสนองต่อการบำบัด และอีกกว่า 20% ของผู้ป่วยตัดสินใจหยุดการรักษาระหว่างทาง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าเหตุผลที่ทำให้ผู้ป่วยเลิกล้มความพยายามที่จะรักษาโรค PTSD นั้นก็เพราะว่าพวกเขาทนความทรมานที่จะกลับไป ‘รื้อค้น’ ความทรงจำ หรือเหตุการณ์ซึ่งเป็นที่มาของบาดแผลเหล่านั้นไม่ไหว

อย่างไรก็ตาม นอกจากการใช้ยาและรักษาด้วยจิตบำบัด ปัจจุบันยังมีทางเลือกอื่นๆ อย่างการใช้ Virtual Reality เพื่อช่วยปรับการทำงานของสมอง เป็นอีกความหวังในการนำเทคโนโลยีมาช่วยในทางการแพทย์ ให้คนที่ทุกข์ทรมานจาก PTSD กล้ากลับไปเผชิญหน้ากับต้นตอของบาดแผลของพวกเขาได้อีกครั้ง

การพิจารณายกเลิกยา MDMA สำหรับการรักษา PTSD จึงอาจไม่ได้เป็นการดับฝันในวงการแพทย์รวมทั้งคนที่กำลังทนทุกข์จากโรคนี้เสียทีเดียว แต่อาจมองได้ว่านี่เป็นหมุดหมายที่ดีที่จะช่วยให้เราค้นหาหนทางในการรักษาเยียวยาด้วยวิธีใหม่ๆ อื่นๆ ที่ดีขึ้นกว่าเดิม

อ้างอิง

https://www.nytimes.com/2024/06/04/well/ptsd-treatment-mdma.html

https://www.nytimes.com/2024/06/04/health/fda-mdma-therapy-ptsd.html

https://www.healthline.com/health/mental-health/prolonged-exposure-therapy-for-ptsd#success-rate

https://www.talkingdrugs.org/th/could-mdma-be-the-perfect-drug-to-treat-ptsd-the-us-government-wants-to-find-out/

https://www.pobpad.com/sertraline

https://www.pobpad.com/%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%99

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...