โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ซินซินสตรีมเมอร์ล่าท้าผี

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 08 พ.ค. 2567 เวลา 11.34 น. • 6ixteen
เยว่ซินทะลุมิติมาพร้อมระบบสุดยอดหมอผีที่อาจารย์มอบให้ เพื่อทำตามสิ่งที่อาจารย์ต้องการเลยต้องขึ้นเป็นหมอผีอันดับหนึ่งด้วยการเป็นสตรีมเมอร์ล่าท้าผี ได้ทั้งเงินและพลัง ผีที่ว่าเฮี้ยนยังแพ้ให้เย่วซินคนนี้

ข้อมูลเบื้องต้น

ซินซินสตรีมเมอร์ล่าท้าผี

เยว่ซินทะลุมิติมาพร้อมระบบสุดยอดหมอผีที่อาจารย์มอบให้

เพื่อทำตามสิ่งที่อาจารย์ต้องการเลยต้องขึ้นเป็นหมอผีอันดับหนึ่งด้วยการเป็นสตรีมเมอร์ล่าท้าผี

ปฏิบัติการหาเงินเอาตัวรอดในโลกใบใหม่จึงเริ่มขึ้น

ทักษะความสามารถในการทำงานอื่น ๆ นั้นไม่มีจะมีก็แต่ฝีปากและสกิลเห็นและปราบผีเท่านั้น

ได้ทั้งเงินและพลังวิญญาณหมอผียุคใหม่มีระบบหมอผีนะเออ มาเถอะผีที่ว่าเฮี้ยนยังแพ้ให้กับเย่วซินคนนี้

**********

#ซินซินสตรีมเมอร์ล่าท้าผี

**********

คำเตือน

มีการบรรยายถึงศพคนตายหรือเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่อาจมีการอ้างอิงจากเรื่องจริงบ้าง

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

เปิดเรื่องใหม่หาเงินเลี้ยงลูก ๆ ที่บ้าน เป็นแนวสตรีมเมอร์ยุคปัจจุบันเกี่ยวกับการปราบผีที่ตอนแรกจะตั้งสั้น ๆ ว่าสตรีมเมอร์ล่าท้าผี แต่บังเอิญ! ขึ้นว่ามีคนใช้เลยต้องเพิ่มคำเข้าไปซะงั้น…

เรื่องนี้แต่งไปด้นสดไปมีตอนดองเอาไว้ไม่มากลงสลับกับนิยายอีกเรื่อง ฝากเรื่องใหม่ไว้ในอ้อมแขนด้วยนะคะและเช่นเคยที่มีคำผิดบ้างประปราย

ตอนที่ 1 ทะลุมิติพร้อมระบบสุดยอดหมอผี

ตอนที่ 1 ทะลุมิติพร้อมระบบสุดยอดหมอผี

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” เขาเฝ้าถามตัวเองอย่างไม่เข้าใจในขณะที่หันซ้ายหันขวาก้มมองลงสำรวจร่างกายของตัวเองด้วยความสับสน เรื่องแบบนี้มันไม่ควรเกิดขึ้นได้เลยจริง ๆ แต่ตอนนี้มันได้เกิดขึ้นกับตัวเขาแล้วหากบอกใครก็ย่อมไม่มีใครเชื่อ

เขา..ตายแล้ว

คิดว่านะ…

เขามีชื่อว่าเย่วซินในความทรงจำสุดท้ายคือเขาตายแล้วจริง ๆ แต่จู่ ๆ ก็สะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างของคนอื่นเสียด้วย พอลอบมองด้านข้างก็ปรากฏสภาพแวดล้อมที่แปลกตาไม่เคยเห็นมาก่อนเลยสักนิดเดียวแถมเจ้าของร่างนั้นก็ยัง…ยืนอยู่ข้าง ๆ นี่

‘…’ เจ้าของร่าง

“…” เยว่ซิน

ทั้งคนที่ควรตายแต่อยู่ในร่างกายใหม่นั่งจ้องมองวิญญาณโปร่งแสงเจ้าของร่างไปมาอย่างเงียบเชียบ ไม่มีใครสักคนพูดซึ่งเยว่ซินเห็นว่าในฐานะที่มาอยู่ในร่างของอีกฝ่ายในตอนนี้เขาจำเป็นต้องเป็นฝ่ายเอ่ยเอื้อนประโยคก่อน

“เอ่อ…ไง” ด้วยการทักทายด้วยคำสั้น ๆ ไป ทำไงได้เพราะเยว่ซินเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องเอ่ยอะไรกับวิญญาณเจ้าของร่างต่อ นี่อีกฝ่ายไม่พุ่งมาแย่งร่างคืนด้วยความโกรธเกรี้ยวก็ดีแค่ไหนแล้วเนี่ย

‘ฝากใช้ชีวิตแทนผมต่อด้วยนะครับ’

“อ้าว เดี๋ยวสิ!” ไหนเล่าพุ่งเข้ามาแย่งร่างคืนด้วยความโกรธเกรี้ยว เขารึก็อุตส่าห์รอแต่อีกฝ่ายดันชิงหนีสลายหายไปกลางอากาศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในขณะที่เยว่ซินกำลังสับสนงุนงงฉับพลันหัวสมองก็เกิดเจ็บหน่วงขึ้นมาทำให้ต้องยกมือขึ้นกุมขมับ ความทรงจำของเจ้าของร่างพวยพุ่งกลับมาให้เขารับรู้ด้วย จากตอนแรกมีแต่ความทรงจำก่อนตายบัดนี้ได้มีความทรงจำของเจ้าของร่างเข้ามาในหัวตั้งแต่เป็นทารก คลาน เดิน เข้าเรียนการใช้ชีวิตจนถึงปัจจุบันราวกับว่าเขาคือร่างนี้ที่ใช้ชีวิตมานานร่วม18ปีจริง ๆ อย่างไงอย่างงั้น

เวลาผ่านไปไม่เร็วแต่ความรู้สึกของเย่วซินกลับเนิ่นนานพอสมควร หัวสมองราวกับจะระเบิดออกแล้วปฏิกิริยาของร่างกายจึงต้องคุดคู้ตัวงออยู่บนเตียงด้วยความเจ็บปวด

“อึก” ในที่สุดความเจ็บปวดนี้ก็ทุเลาลงแล้วทำให้เยว่ซินพอจะหายใจหายคอได้คล่องขึ้นบ้าง ส่งพลังไปยังแขนแกร่งก่อนจะพยุงตัวเองขึ้นมานั่งให้ได้ ความเจ็บปวดเมื่อครู่นี้ทำเอาพลังงานของเยว่ซินหายไปหมดตอนนี้เลยมีท่าทีอ่อนแรงเล็กน้อยขนาดพยุงร่างกายขึ้นจากเตียงยังต้องใช้พลังกายจำนวนมาก

“อะไรอีก” ไม่ทันที่เขาจะได้เรียบเรียงความทรงจำของเจ้าของร่างที่เพิ่มเข้ามา เขายังต้องเพ่งมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยความสับสนงงงวย

ด้วยความทรงจำของร่างเดิมทำให้เขาเรียกสิ่งนี้ว่าหน้าต่างโปร่งแสง มันเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมสีฟ้าลอยค้างอยู่กลางอากาศพร้อมกับข้อความแนะนำตัวของมันว่า

[ระบบสุดยอดหมอผีกำลังดาวน์โหลด โปรดรอสักครู่]

“ระบบสุดยอดหมอผี..อะไรนะ?” ตกใจกับหน้าต่างโปร่งแสงเหมือนระบบเกมที่ไม่ควรเกิดขึ้นบนโลกธรรมดาของเจ้าของร่างเดิมแล้วเขายังต้องมาตกใจกับชื่อระบบอีก

ระบบสุดยอดหมอผีมันมาจากไหนกัน สองอย่างนี้มันโจมตีหัวสมองของเยว่ซินจนปวดตุบ ๆ เขาอยากรู้ใจจะขาดว่ามันคืออะไรกันแน่แต่ตอนนี้อยากจะหาคำตอบมากขนาดไหนก็ไม่สามารถทำได้ จะมีก็แต่ต้องรอให้หน้าต่างระบบสุดยอดหมอผีอะไรนี่ดาวน์โหลดให้แล้วเสร็จนี่แหละเผื่อเขาจะหาทางค้นข้อมูลอะไรได้

เอาเป็นว่าในขณะที่รอระบบสุดยอดหมอผีดาวน์โหลดเสร็จสิ้นนั้นเขาขอเรียบเรียงความทรงจำที่ได้มาก่อนก็แล้วกัน

เริ่มแรกมาที่ความทรงจำของเจ้าของร่างก่อน ทั้งเขาและร่างนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างคล้ายกันไม่ว่าจะหน้าตาและพื้นเพชีวิตกำพร้า การมาสิงสู่ร่างนี้ทำให้เขารู้ว่านี่คืออีกตัวตนหนึ่งของเขาเองที่อยู่อีกมิติหนึ่ง

มิตินี้เป็นมิติที่ทันสมัยมากแตกต่างจากที่เขาจากมานัก ที่นี่มีตึกเขาเครื่องมือทันสมัยความก้าวหน้าของผู้คนนั้นก็คือเงินและสื่อบันเทิงใจนั้นเอง สิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดในโลกนี้นั่นก็คือเรื่องความเชื่อนั้นมีน้อยมาก ด้วยความที่เป็นโลกทันสมัยหัวของคนจึงเอนเอียงไปทางวิทยาศาสตร์เต็มตัวทำให้พวกเขาไม่ค่อยเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติสักเท่าไหร่นั่นทำให้เขารับรู้ถึงขุมพลังงานบางอย่างปกคลุมอยู่บนโลกนี้ค่อนข้างเยอะ

ซึ่งมันเข้าทางเข้าไม่น้อยและทำเอาเนื้อตัวของเขาตื่นเต้นไม่หยุดเพราะโลกที่เขาจากมานั้นเป็นโลกที่ผู้คนนับถืออาชีพหมอผีกันมาก โลกที่ไม่ได้ทันสมัย มีภูเขาและธรรมชาติมากมายและเรื่องลี้ลับถือว่าเป็นสิ่งสำคัญของโลกใบนี้ ผู้คนล้วนเคารพบูชาและให้อาชีพหมอผีเป็นอันดับหนึ่ง แต่อาชีพหมอผีนี้ใช่ว่าจะเป็นกันได้ง่าย ๆ ต้องมีทักษะและพรสวรรค์อย่างมาก ซึ่งเขาเองก็เป็นหมอผีเหมือนกันเพียงแต่ว่าเป็นหมอผีตัวเล็กตัวน้อยในกลุ่มของหมอผีมากมายอ่านะ

ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีพรสวรรค์ อาจารย์ที่รับเขามาเลี้ยงนั้นสั่งสอนอย่างดีและด้วยพรสวรรค์ที่มีทำให้การเรียนรู้ต่าง ๆ นั้นก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก แต่วันหนึ่งอาจารย์ก็ได้หายตัวไปในวันครบรอบ18ปีของเขาพร้อมมอบหยกจักรพรรดิเม็ดเล็กอัดแน่นด้วยพลังวิญญาณหยินและหยาง เขาก็ต้องใช้ชีวิตคนเดียวและหาทางก้าวหน้าด้วยตัวเอง

เยว่ซินพยายามจะขวนขวายหาพลังหยินเข้าร่างเพื่อเป็นพลังงานเหมือนหมอผีตนอื่น ๆ เพียงแต่ว่าโลกมันแคบนักทรัพยากรวิญญาณที่มีพลังหยินปกคลุมนั้นหายากเป็นอย่างมาก หมอผีเก่งกาจติดอันดับมักจะได้มันไปเสมอไม่เหลือเล็ดลอดให้ปลาเล็กปลาน้อยรอบข้างเลยสักนิดเดียว โลกนั้นมันโหดร้ายนักคนเก่งก็คือเก่งมากส่วนคนไม่เก่งก็ไม่สามารถหาทางก้าวหน้าได้เลยอย่างเขานี่แหละ

แต่เขาก็ไม่ย่อท้อนะพยายามที่จะหาพลังหยินต่ออยู่ดี แต่วันหนึ่งเขาก็โดนตามล่าอย่างงง ๆ ปรากฏว่าพวกมันต้องการหยกจักรพรรดิที่อาจารย์มอบให้เขาก่อนหายตัวไปนั่นเอง ก็ไม่แปลกใจที่เขาจะโดนตามล่าเพราะพลังหยินหยางข้างในนั้นมันอัดแน่นมากมองด้วยตาเปล่ายังรู้เลยว่ามันมีค่ามหาศาล

แต่ที่เยว่ซินไม่พอใจที่สุดเลยคือขนาดเขายังไม่รู้วิธีดูดซับมันเลย อาจารย์ไม่เคยแง้มปากบอกแล้วคนอื่นจะได้ไปได้ยังไง นี่มันของต่างหน้าที่อาจารย์มอบให้ในวันเกิดเขาเชียวนะจะยอมยกให้ง่าย ๆ เหรอ

ก็ไม่…ยามที่วิ่งหนีกลุ่มเงารับใช้ของหมอผีตนอื่น เขาก็เข้าตาจนอยู่ขอบหน้าผาในป่ากว้างเสียแล้ว หน้าผานี้มีชื่อเรียกว่าผาไร้สิ้นสุดเพราะไม่สามารถมองเห็นด้านล่างผาได้ มันมืดสนิทหากร่วงลงไปคงยากที่จะหาศพเจอ และด้วยความไม่ยินยอมที่ให้คนแย่งหยกจักรพรรดิไปเขาเลยกลืนหยกจักรพรรดิเม็ดเล็ก ๆ นี่ลงท้องให้พวกที่ตามล่าเอาหยกไปได้หรือหากพวกมันกล้าที่จะผ่าศพเขาเอาหยกก็เลยชิงตัดหน้ากระโดดผาไร้ก้นบึ้งนี่ไปด้วยเลย เออ เอาสิ

สุดท้ายเขาก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาอยู่ในโลกใหม่ในร่างอีกของเขาเองในอีกมิติหนึ่งเสียอย่างงั้น เรื่องราวก็มีเพียงเท่านี้แหละหวังว่าคงจะเข้าใจ…

[ระบบสุดยอดหมอผี ดาวน์โหลดเสร็จสิ้น]

“โอ๊ะ ดาวน์โหลดเสร็จแล้ว ไหนดูสิ” ได้รับการแจ้งเตือนจากหน้าต่างโปร่งแสงของระบบแล้ว เยว่ซินรีบชะโงกหน้าเข้ามาใกล้เพื่อสำรวจดูว่าระบบแปลกประหลาดเหนือธรรมชาติยิ่งกว่าเรื่องหมอผีโลกเก่าของเขาอีกด้วยความสนใจ

[มีจดหมายให้โฮสต์คนใหม่ ต้องการอ่านหรือไม่]

“จดหมายเหรอ เอาสิ” อ่านก็อ่านเขาไม่รู้ว่าต้องทำอะไรแล้วก็ตามน้ำกับระบบไป เมื่อกดตัวเลือกยืนยันอ่านแล้วหน้าต่างโปร่งแสงอีกอันก็เด้งขึ้นมา

ถึงลูกศิษย์ที่รักของข้า

หากเจ้าได้อ่านจดหมายนี้แสดงอาจารย์คงไม่อยู่เคียงข้างกายเจ้าและระบบหมอผีสุดยอดก็ได้เจ้าเป็นเจ้าของแล้ว คราวแรกเจ้าอาจจะสับสนแต่อย่าได้ตื่นตกใจไป

อาจารย์ได้รับสิ่งนี้มาเมื่อหลายร้อยปีก่อนจนทำให้อาจารย์กลายเป็นสุดยอดหมอผีผู้เก่งกาจได้ เจ้าเองก็จะทำได้แบบข้า สิ่งนี้จะทำให้เจ้ากลายเป็นหมอผีผู้เก่งกาจเหนือใต้ล้าได้

ลูกศิษย์แสนรักของข้า ข้าสุขสบายดีในสถานที่ห่างไกลอย่าได้เป็นห่วง บัดนี้ข้ามอบถ่ายทอดสมบัตินี้ให้เจ้าแล้ว ข้าขอให้เจ้าโชคดีแล้วใช้ระบบสุดยอดหมอผีนี้ให้ดีอย่าได้เอาไปทำร้ายใครเข้า

ปล.นอกจากมีคนมาหาเรื่องเจ้าก่อนเจ้าจัดการเอาคืนได้…

“อาจารย์…” เยว่ซินอ่านจดหมายที่ทางระบบเด้งขึ้นมาให้เห็นด้วยความเศร้าเสียใจ แต่ละตัวอักษรราวกับว่าได้ยินเสียงอาจารย์พูดอยู่ข้างหูอย่างไงอย่างงั้น ใจความสำคัญของจดหมายคือระบบสุดยอดหมอผีนี้คือสมบัติที่อาจารย์ถ่ายทอดให้กับเขานั้นเอง และนั่นทำให้เขาเชื่อมโยงไปถึงหยกจักรพรรดิสีแดงสดที่อาจารย์มอบให้ บางทีมันอาจจะเป็นสิ่งนี้ก็ได้

แต่ก็ยังมีเรื่องที่ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมหลังจากที่อาจารย์หายตัวไปแล้วระบบนี่ถึงไม่ปรากฏตัวก่อนที่เขาจะโดนตามล่ากัน

“หรือว่ามีเงื่อนไขอะไรบางอย่าง” สีหน้าตอนนี้มีแต่ความเคร่งเครียดเพราะกำลังคิดวิเคราะห์อยู่ถึงสาเหตุของระบบที่ไม่ปรากฏออกมาก่อนหน้านั้น

เยว่ซินลองขบคิดดูก่อนที่จะนึกอะไรได้ เงื่อนไขของการปรากฏหรือว่าจะเป็นการดูดซับพลังงานในหยกกัน แต่เขาไม่ได้ดูดซับมันเลยนะนอกจากกินหยกเข้าไปก่อนกระโดดผาไร้สิ้นสุดนั่นน่ะ….

ตอนที่ 2 ภารกิจแรก

ตอนที่ 2 ภารกิจแรก

อืม มันก็ถือว่าดูดซับอีกทางล่ะมั้งเนี่ย ช่างเถอะเอาเป็นว่าเขาตายแล้วทะลุมิติมายังอีกมิติหนึ่งในร่างตัวเองพร้อมกับระบบสุดยอดหมอผีก็แล้วกัน

กลับมาที่ระบบสุดยอดหมอผีกันอีกครั้งหนึ่ง หน้าต่างระบบหลังจากเสร็จสิ้นดาวน์โหลดแล้วมันก็โชว์หน้าต่างสถานะขึ้นมา รูปโปรไฟล์สุดดูดีมีทั้งชื่อแซ่และนอกเหนือจากนั้นเหมือนกับระบบเกมทุกอย่าง

ระบบสุดยอดหมอผี

ชื่อ อวี้ เยว่ซิน

อายุ18

พลังวิญญาณ : 20

วิญญาณรับใช้ : 0

อาชีพ : ผู้ทะลุมิติมือใหม่

“โอ้โห ข้อมูลอะไรเนี่ย” เยว่ซินอ่านหน้าต่างสถานะของตัวเองแล้วก็มีเรื่องให้สงสัยหลายอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นบรรทัดที่เขียนว่าพลังวิญญาณ วิญญาณรับใช้ หรืออาชีพผู้ทะลุมิติมือใหม่นั่นล้วนแต่ทำให้เขาสงสัยและอยากรู้

ด้วยความบังเอิญในการยกนิ้วจิ้มขึ้นที่พลังวิญญาณทำให้มีหน้าต่างอีกอันเด้งขึ้นมาพร้อมบอกรายละเอียดตรงข้อความที่เขาจิ้มไปเมื่อครู่นี้

[พลังวิญญาณ : แทนค่าเงินสำหรับการซื้อของในระบบ หาได้จากไอวิญญาณของภูตผี]

“อ่า ตรงนี้คงเป็นพลังหยินของวิญญาณสินะ” โลกก่อนเหล่าหมอผีมีการเก็บและดูดซับพลังวิญญาณมาเพิ่มพลังให้กับตัวหมอผี แต่ระบบนี้มีความแตกต่างกันเล็กน้อยที่พลังหยินจะเอามาใช้ซื้อของแทนระบบสินะเนี่ย

“เข้าใจล่ะ มีค่าเงินเอาไว้ใช้ซื้อของแบบนี้แล้วมันอยู่ตรงไหนกัน” เยว่ซินพอจะเข้าใจอยู่บ้าง ถัดมาความสนใจของเขาก็ไปตกอยู่ที่ข้อความที่ว่าซื้อของในระบบได้ เขากวาดสายตามองหน้าต่างโปร่งแสงอีกรอบหนึ่งก่อนจะสังเกตเห็นสัญลักษณ์ร้านค้าที่มีให้พบเห็นได้ทั่วไปในมิติโลกใหม่นี้

เยว่ซินไม่รอช้าเลยที่จะกดจิ้มคลิปเข้าไปดู แต่ปรากฏว่าเขาก็ต้องเสียดายเมื่อระบบแจ้งเตือนแบบนี้

[ร้านค้าไม่สามารถเปิดใช้งานได้เนื่องจากพลังวิญญาณไม่เพียงพอ ต้องการพลังวิญญาณ100สำหรับการปลดล็อกจึงจะสามารถใช้ได้]

“น่าเสียดายแฮะ” เขาอยากจะรู้สักหน่อยว่าในร้านค้าของระบบสุดยอดหมอผีมีอะไรบ้าง จากชื่อระบบนี่แล้วเขาคาดหวังมากว่าจะมีของดี ๆ และสุดยอดเหมือนอย่างที่เขาเห็นอาจารย์ใช้

“ดูอันอื่นต่อดีกว่า” เมื่อร้านค้าของระบบไม่สามารถเข้าใช้งานได้ในตอนนี้เขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปดูบรรทัดอื่น ๆ นอกเหนือจากบรรทัดพลังวิญญาณบ้าง

[วิญญาณรับใช้ : บริวารวิญญาณที่ทำสัญญารับใช้]

“อันนี้ก็ตรงตัวดี” วิญญาณรับใช้ไม่มีอะไรซับซ้อนหรือแปลกใหม่มาก ที่เป็นเลข0อยู่ตอนนี้ก็เพราะเขายังไม่มีวิญญาณรับใช้สินะ คาดว่าในอนาคตหากเขาจับวิญญาณมารับใช้ก็คงมีการเปลี่ยนแปลงขึ้น

[อาชีพ : อาชีพจะได้ก็ต่อเมื่อทำบางอย่างแล้วระบบเห็นว่าสมควรและถึงเวลาจึงจะมอบให้ แต่ละอาชีพที่ได้จะมีบัฟพิเศษเพิ่มเข้ามาด้วย]

“บัฟพิเศษเหรอ” คราวนี้เป็นอาชีพบางที่เขาจิ้มดู

[อาชีพผู้ทะลุมิติมือใหม่ : มือใหม่ของการทะลุมิติครั้งแรก อาจจะมีสับสนบ้างแต่อย่าได้กังวลไปแม้ว่าจะเป็นมือใหม่ก็พร้อมที่จะเรียนรู้]

[เพิ่มค่าการปรับตัว ร่างกายของคุณมีความปรับตัวสูงไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหนก็จะปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้อย่างง่าย]

“ปรับตัวนี่คือบัฟสินะ” บัฟพลังจากอาชีพที่ได้มาก็เข้าท่าอยู่ไม่น้อย แม้จะไม่ใช่พลังที่หวือหวาอะไรมากแต่ก็เป็นพลังที่เรียบง่ายใช้ได้อยู่ทุกเวลาและสถานการณ์ พอสำรวจหน้าต่างระบบจนพอใจแล้วเขาก็มาคิดถึงชีวิตของตัวเองในโลกใบใหม่นี้กันบ้าง

จะว่าก็ว่าเถอะชีวิตเขาในโลกคู่ขนานนี้ค่อนข้างรันทดกว่าโลกเก่าอยู่ไม่น้อยเพราะนอกจากครอบครัวจะไม่มีใครแล้วต้องเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวในบ้านเด็กกำพร้า

บ้านเด็กกำพร้าใช่ว่าจะดีเพราะเงินบริจาคไม่มีมากพอเด็กที่นั่นจึงลำบากไปด้วย แม่เลี้ยงคอยดูแลบ้านเด็กกำพร้าก็ไม่ได้ใจดีเหมือนในนิยายสักเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น เธอแค่ดูแลเด็กไม่ทั่วถึงและไม่ใส่ใจเด็กตาดำ ๆ นัก

เยว่ซินจึงเติบโตมาในนั้นด้วยสภาพร่างกายอ่อนแอเพราะแย่งอาหารจากเด็กคนอื่นไม่ค่อยทัน พอโตขึ้นวัย15ก็ต้องออกจากบ้านเด็กกำพร้ามาหางานทำแล้ว

เรียกได้ว่าเขาทำงานดิ้นรนหาเงินมาตั้งแต่เด็กเลย ก็พอจะมีเงินเก็บบ้างจึงเอาไปลงที่การศึกษาบางส่วนเพราะรู้มาว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับโลกนี้ สอบชิงทุน หาเช้ากินค่ำวนเวียนอยู่แบบนี้หลายปี และด้วยความขยันหมั่นเพียรทำให้มีเงินเก็บออมอยู่ไม่น้อย

จังหวะนี้สู้ชีวิตมาเนิ่นนานกลับโดนชีวิตสู้กลับพร้อมมารผจญมาหนึ่งคือแฟนหนุ่มที่คบกันมาแล้วสองเดือนแต่เกาะเงินในกระเป๋าของเขาเป็นปลิงเลยเชียว

ด้วยความที่ตัวเยว่ซินขาดความรักมาตั้งแต่เกิดจึงทำให้หลงไอ้แฟนหนุ่มนี่จนโงหัวไม่ขึ้น ขนาดจับได้คาหนังคาเขาว่าแฟนหนุ่มนอกใจยังไม่คิดจะบอกเลิกเลยดูดู๊ แล้วก็ปล่อยให้มันเกาะเงินต่อไปจนพึ่งจะออกร่างหายไปตาหน้าตาต่อเขาเมื่อไม่นานมานี้เองนี่แหละ

“เป้าหมายแรกที่ลิสต์ไว้คงเป็นการตัดขาดกับไอ้แฟนหนุ่มหน้าไม่อายนี่แล้วล่ะ” ดึงความทรงจำมานึกถึงแล้วก็ต้องขอถอนหายใจกับวิญญาณเก่าของเขาก่อนเลย คันปากอยากด่ามากแต่มันจะเข้าตัวเองนี่สิเพราะยังไงก็ถือว่าเป็นคนเดียวกันเพียงแค่ต่างมิติเท่านั้น

“ฮึ่ย อยากด่าโว้ย” อดใจไม่ไหว เป็นอย่างนี้เสี้ยววินาทีอยากเปิดปากด่า แต่ต้องพยายามอดกลั้นเอาไว้แล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และครึ่งนาทีกว่าที่เขาจะสงบลงได้

“ฮู่ว เอาล่ะแล้วเราจะเอาไงกันต่อดี” นั่งนาน ๆ แล้วมันเมื่อยเยว่ซินลุกขึ้นจากเตียงนอนมายืดเส้นยืดสายเสียบ้าง ก่อนจะครุ่นคิดไปพลางว่าจะทำยังต่อกับชีวิตนี้ดีนอกเหนือจากเรื่องตัดขาดความสัมพันธ์กับแฟนสุดห่วยนั่นแล้ว

“สำคัญสุดคือเรื่องเรียนสินะ เรื่องนี้ไม่มีปัญหาแต่ที่เป็นปัญหาน่าจะเป็นเรื่องเงิน” โลกก่อนเยว่ซินไม่เคยเข้าเรียนสำนักศึกษาอะไรแบบนี้หรอก แต่โลกนี้ส่งตัวเองเรียนจนพึ่งจะได้เข้ามหาลัยไปหมาดๆ ไม่กี่วันนี้เอง เรื่องนี้เขาไม่ต้องกังวลมากเพราะการเรียนถือว่าดีมันสมองร่างนี้คงไม่ธรรมดาสามัญ แต่จะมีปัญหาที่การเงินนี่แหละ เกร็งว่าโดนปอกลอกไปจนหมดแทบไม่พอใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้วอาจจะไม่พอจ่ายค่าเหล่าเรียนอีกด้วย

มหาลัยถึงจะมีทุนให้นักเรียนอยู่บ้างถึงกระนั้นก็ไม่ได้เต็ม100เปอร์เซ็นต์ ไหนจะค่าหนังสือสมุดปากกา ล้วนแล้วแต่ต้องใช้จ่าย หัวหมุนกับการเรียนและหาเงินชีวิตของเยว่ซินโลกนี้จึงไม่เคยเข้าสังคมมีเพื่อนกับเขาเสียที

เรื่องเพื่อนก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเยว่ซินอีกอยู่ดีเพราะถ้าเพื่อนจะมาเดี๋ยวมันก็มาเองนั่นแหละ สิ่งที่เขาจะต้องโฟกัสต่อไปนี้นั่นก็คือเรื่องเรียนและเรื่องหาเงินสินะ

“โอเค นี่ก็สายแล้วสินะเนี่ยต้องรีบไปทำงานแล้ว” นั่งล้ำลึกความหลังอยู่นานสองนานเยว่ซินพึ่งรู้ตัวว่าตอนนี้ตัวเองกำลังสายเข้าให้แล้ว งานพาร์ทไทม์ในร้านสะดวกซื้อเล็กๆ คือเป้าหมายในการเดินทางไปในวันนี้

เขาไม่รอช้าที่จะเตรียมตัวเองให้พร้อมจากนั้นก็ออกจากห้องเช่าตรงไปยังสถานที่หมายแล้วเริ่มทำงาน

[ภารกิจลองปราบผีครั้งแรก : ปราบผีภายในวันเดียวให้ครบสี่ตน]

[ผี 0/4

เวลากำหนด 2วัน

บทลงโทษ เสียระบบสุดยอดหมอผี]

"โอ๊ะ ภารกิจเหรอ" ทันทีที่เขาเดินออกจากห้องเช่ามาก็พบเข้ากับหน้าจอโปร่งแสงเด้งขึ้นแทบชนใบหน้า พอกวาดสายตาอ่านเสร็จก็ได้ใจความว่ามันคือภารกิจที่ระบบมอบให้กับเขา ซึ่งมันมีบทลงโทษตามมาด้วยนั่นก็คือการเสียตัวระบบไปหากทำไม่สำเร็จ

คำนี้เขาสะเทือนใจไม่น้อยเพราะระบบคือสิ่งที่อาจารย์มอบให้กับเขาแล้วแบบนี้เขาจะยอมเสียมันไปได้ง่าย ๆ กัน ดังนั้นแล้วภารกิจนี้เขาจะต้องมุ่งมั่นทำมันให้สำเร็จให้จงได้ซึ่งก็ไม่ได้ยากอะไรเลยกับการแค่ปราบผีครั้งเดียวสี่ตนพร้อมกัน ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีกเพราะผีสี่ตัวนี้เขารู้ว่าจะหามาจากไหน

“น่าสนใจจริง ๆ"ดวงตาแพรวพราวพร้อมจ้องมองไปยังบ้านหลังหนึ่งข้าง ๆ ที่ห้องเช่าที่เขาอาศัยอยู่

ตามความทรงจำเดิมบ้านร้างข้าง ๆ ที่เขาพักนั้นมีเสียงเหล่าลือเสียงเล่าอ้างว่าเป็นบ้านเฮี้ยนโดนฆ่าทั้งครอบครัว พอเกิดข่าวลือขึ้นทำให้รอบบริเวณนี้ค่าที่ถูกลง มันดีตรงที่เขาเจอห้องเช่าราคาถูกแต่ก็ต้องแลกกับบรรยากาศชวนวังเวงโดยรอบที่ไม่คึกคักเสียเท่าไหร่ทั้ง ๆ ที่เกือบอยู่ใจกลางเมืองแท้เลย

เยว่ซินคนเก่าไม่ได้มีความสามารถในการมองเห็นผีอย่างที่เยว่ซินคนนี้มี ทว่าบ่อยครั้งที่เดินทางกลับห้องเช่าช่วงกลางดึกก็มักจะเจออะไรแปลก ๆ อยู่บ่อยครั้ง

ที่เยว่ซินคนนี้เห็นบ้านร้างข้าง ๆ ตอนออกจากห้องเช่าด้วยความตื่นเต้นนั้นเพราะบ้านร่างเฮี้ยนสมชื่อจริง ๆ กลุ่มไอวิญญาณหยินแผ่ออกมาหนาแน่นจนสัมผัสได้จากห้องที่เขาอาศัยอยู่แล้ว เหล่าร่างวิญญาณสี่ห้าตัวที่ไม่ยอมไปผุดไปเกิดเพราะต้องการแก้แค้นฆาตกรนี่สุดยอดมากกว่า โลกเก่าหาได้ยากเพราะส่วนใหญ่โดนชิงเอาไปหมดแล้วนี่จึงเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นพลังงานวิญญาณหนาแน่นและเข้มข้นแบบนี้

ชักอยากได้แล้วสิ…

พลังงานวิญญาณที่ขับเคลื่อนด้วยความแค้นค่อนข้างมีพลังมหาศาล ดังนั้นเขาจึงอดใจไม่ไหวเผยนิสัยส่วนตัวอย่างการเลียริมฝีปากแห้งผากอย่างกระหายพลังงานวิญญาณนั้นออกมาเสียได้ เอาเป็นว่าหลังจากเลิกงานพาร์ทไทม์แล้วเขาจะกลับมาจัดการวิญญาณเหล่านี้ก็แล้วกัน

เพื่อที่เขาจะกลายเป็นสุดยอดหมอผีอย่างที่อาจารย์ได้กล่าวเอาไว้ พลังงานนี้จะต้องเป็นของเขาให้จงได้

“โลกใบนี้ชักจะสนุกขึ้นมาแล้วสิ…คิก”

ตอนที่ 3 ทำนายทายทัก

ตอนที่ 3 ทำนายทายทัก

“ขอโทษที่มาสายครับ” เยว่ซินมาถึงร้านสะดวกซื้อที่ทำงานพาร์ทไทม์ประจำของตัวเองอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าการที่เขามาสายเพียงแค่หนึ่งนาทีที่อื่นอาจพออนุโลมปล่อยผ่านไปได้แต่ไม่ใช่กับที่นี่ เพราะแค่เพียงหนึ่งนาทีนี้เจ้าของร้านที่อายุปาเข้าไปห้าสิบกว่าก็อารมณ์ฉุนเฉียวแล้ว

“มาสายนะ ฉันจะหักเงินเดือนแก!”

“ครับ” เยว่ซินไม่โต้ตอบอีกฝ่าย ตอนนี้เขายังคงสวมบทบาทเยว่ซินผู้อ่อนแอคนเก่าอยู่ในขณะที่ในใจก่นด่าเถ้าแก่ร้านออกมาอย่างเผ็ดร้อน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกเถ้าแก่จะหาเรื่องดุด่าแล้วหักเงินเดือนของเขา มาสายไหมอันนี้เขาก็ยอมรับว่าตัวเองมีส่วนผิดแต่แค่หนึ่งนาทีจำเป็นต้องหักเงินเดือนที่มีอันน้อยนิดอยู่แล้วเลยเหรอ

เงินเดือนจากการทำพาร์ทไทม์ให้กับเถ้าแก่ตรงหน้านี้มีน้อยมาก มองมาแต่ไกลเลยก็คือกดค่าแรงงานนั่นแหละ เยว่ซินคนเก่านั้นไม่ยอมออกจากงานเพราะถือคติที่ว่าไม่เลือกงานไม่ยากจน ดังนั้นไม่ว่างานไหนเจ้าตัวก็มักจะกัดฟันทำงานต่อไป

แต่ไม่ใช่สำหรับเยว่ซินคนนี้ที่จะไม่ทน คอยดูก่อนเถอะรอทำงานวันนี้เสร็จจะประกาศลาออกเสียมันเดี๋ยวนี้เลย ดูสิว่าร้านสะดวกซื้อเล็ก ๆ นี่จะไปได้กี่น้ำ กว่าจะหาพนักงานคนใหม่มาแทนได้ก็คงอีกนานเพราะละแวกนี้ต่างก็รู้ว่าร้านสะดวกซื้อนี่ชอบกดราคาค่าแรงงานแถมยังขี้บ่นจุกจิกจู้จี้หักเงินเดือนเป็นว่าเล่นอีก

ลิสต์อีกหนึ่งรายการที่เขาจะต้องทำในวันนี้เกิดขึ้นแล้ว เขาแสยะยิ้มเล็กน้อยก่อนจะมาตั้งใจทำงานพาร์ทไทม์อันแสนน่าเบื่อของตัวเอง

ลูกค้าเข้ามาไม่ขาดสายซื้อนู่นนี่นั่นมากมายเป็นช่วง ๆ เวลาไหนที่ไม่มีลูกค้าเยว่ซินก็จะกวาดตามองสำรวจไปทั่วร้านเผลอ ๆ มองออกไปนอกร้านค้าด้วยสร้างความรื่นรมย์ให้กับเขาไม่น้อยเลยเพราะที่โลกใบนี้วิญญาณมีทุกที่แทบแออัดและปะปนไปกับฝูงชนด้วยซ้ำ

มองสิบคนมีผีติดตามไปแปดคนแล้ว รู้ไหมว่าเขาจะต้องใช้พยายามขนาดไหนในการหักห้ามใจตัวเองไม่ให้พุ่งไปพลังงานเหล่านั้น ให้ตายเถอะมันเยอะมากจนทำให้เขากระหายอยากไม่หยุดเลย

“คิดเงินด้วยครับ”

“อ่ะ ขอโทษครับคุณลูกค้า ทั้งหมด100หยวน” เยว่ซินหันกลับมาหาลูกค้าตรงหน้าก่อนจะกล่าวขอโทษที่ตัวเองเหม่อมองนอกหน้าต่างร้านนานไปหน่อย

ในขณะที่รับเงินมาพร้อมทอนให้ลูกค้าอยู่นั้น สายตาของเขาไม่ละไปจากลูกค้าเลย ไม่ใช่ว่าลูกค้าหน้าตาดีอะไรหรอกนะแต่กลุ่มไอวิญญาณสีดำที่เกาะตามตัวหนาแน่นนั่นมันดึงดูดสายตาเขาแบบสุด ๆ

ไอวิญญาณที่ติดตามลูกค้าตรงหน้านั่นไม่ได้เป็นเพราะลูกค้าก่อกำทำเวรเรื่องเลวร้ายอะไรมากหรอกนะแต่เป็นวิญญาณที่ตามของมา ดูเหมือนว่าลูกค้าตรงหน้านี้จะชอบสะสมหรือไปแตะต้องของที่เจอมาเอาไว้ เจ้าของเลยต้องตามติดด้วยความไม่พอใจและโกรธเคืองที่ไปยุ่งกับของคนตาย

แน่นอนว่าเรื่องแค่นี้วิญญาณก็โกรธแค้นแล้วแม้ว่าจะไม่เคยเจอหน้าตอนเป็นคนเป็นหรือมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน และด้วยความโกรธเกรี้ยวและตามติดของวิญญาณทั้งหลายทำให้พลังชีวิตของคนโดนตามติดจะหายไปเรื่อย ๆ ยิ่งเกาะติดมากพลังก็จะหายไปมาก

ซึ่งดูจากสภาพของลูกค้าท่านนี้แล้วคงโดนวิญญาณตามติดดูดกลืนพลังชีวิตมานานไม่น้อย ทำให้หน้าตาและร่างกายดูทรุดโทรมพร้อมกับดวงที่ใกล้จะตกเร็ว ๆ นี้ น่าเสียดายจริง ๆ เพราะดูจากโหงวเฮ้งและชะตาชีวิตของคุณลูกค้ายังอีกยาวไกลแท้ ๆ

“หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือเปล่าครับ”

“อ่ะ เปล่าครับ ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณลูกค้าไม่พอใจ” ด้วยความที่เขาละจากการเหม่อมองนอกหน้าต่างเปลี่ยนมาเหม่อมองหน้าของลูกค้าทำให้ลูกค้านั้นสังเกตเห็นก่อนจะกล่าวทักพร้อมคิ้วที่ขมวดเข้าหากันกลาย ๆ อย่างไม่ชอบใจ

“อืม” ลูกค้าชายถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนที่จะไม่สนใจเยว่ซินแล้วเตรียมจะก้าวเดินออกจากร้านสะดวกซื้อด้วยท่าทีเศร้าซึม

เห็นอย่างนั้นแล้วเยว่ซินก็รู้สึกสงสารอีกฝ่ายไม่น้อยที่มีท่าทีอันหมองหม่น ถือซะว่าเขาช่วยเหลือคนทำบุญให้กับตัวเองที่พึ่งจากไปไม่ถึงวันดีก็แล้วกันแม้ว่าจะไม่รู้ก็เถอะว่าอีกฝ่ายได้ไหมแล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าลูกค้าท่านนี้จะเชื่อที่เขาพูดหรือเปล่า เอาเป็นว่าเชื่อไม่เชื่ออย่างน้อยเขาก็ช่วยบอกไปแล้วล่ะนะ

“เอ่อ คุณลูกค้า…เดี๋ยวก่อนครับ” เยว่ซินออกจากหลังเคาน์เตอร์มาหน้าร้านเพื่อรั้งเรียกลูกค้าหนุ่ม

“มีอะไรเหรอครับ”

“วันนี้ฟ้าฝนไม่ดีสักเท่าไหร่ แยกก่อนถึงบ้านของคุณอย่าเดินผ่านไซต์ก่อสร้างจะดีกว่านะครับ”

“คุณพูดบ้าอะไรเนี่ย!” ลูกค้าหนุ่มจากตอนแรกที่ไม่คิดจะโมโหเรื่องมองหน้าก่อนหน้านี้ แต่บัดนี้เริ่มมีน้ำโหกับประโยคคำพูดของพนักงานร้านสะดวกซื้อแล้ว

“ผมต้องกลับไปทำงานแล้ว ถ้ายังไงขอให้คุณลูกค้าเดินทางกลับโดนสวัสดิภาพนะครับ” เยว่ซินไม่พูดคุยหรือต่อล้อต่อเถียงกับลูกค้าหนุ่มต่อ เขาเลือกที่จะกล่าวลาแล้วหันหลังกลับเข้าร้านไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อราวกับว่าเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทำเอาลูกค้าหนุ่มมึนงงสับสนไปหมด

ครั้นจะกลับเข้าร้านไปเอ่ยถามเรื่องเมื่อครู่ก็กลัวว่าจะก่อเรื่องใหญ่เข้าให้ ลูกค้าหนุ่มจึงตัดสินใจไม่เข้าไปก่อนจะตรงกลับบ้านด้วยความครุ่นคิด

ขายาวก้าวขาไปตามทางกลับบ้านที่คุ้นเคย ลูกค้าหนุ่มที่มีชื่อว่าเฟยฮุ่ยมีสีหน้าที่เคร่งเครียดอย่างมากจากที่ปกติเป็นอยู่แล้วกลับมีเรื่องให้มาเครียดหนักกว่าเดิม

จากตอนแรกมีเรื่องเครียดเพราะอารมณ์ของตัวเองแปรปรวนบ่อยไหนจะเรื่องอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงนี้บ่อยครั้งไม่ว่าจะหกล้มหัวโขลก มีดบาดหรืออาบน้ำจากน้ำเย็นกลายเป็นน้ำร้อนเสียอย่างงั้นสร้างความหงุดหงิดใจให้กับเขาเป็นอย่างมาก

คนรอบข้างก็บอกว่าเขานั้นมีท่าทีแปลก ๆ ไม่สดใสเหมือนเดิมซึ่งเขาก็พอจะรู้ตัวอยู่บ้างพยายามไปหาหมอแล้วหมอก็บอกว่าเขาเครียดเลยทำให้มีท่าทีเช่นนั้น ยาก็กินแล้วผ่านมาหลายเดือนก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะหายเลยสักนิดนั่นทำให้เขาเริ่มปลงตก นานวันเข้าสภาพก็กลายเป็นตาลุงไปเสียได้ทั้ง ๆ ที่อายุปาไปแค่ยี่สิบห้าปีเองแท้ ๆ

ไม่รู้วันนี้นึกครึ้มอะไรอยากเข้าร้านสะดวกซื้อตรงหัวมุมนั่น แต่สิ่งที่ได้นอกจากของที่ซื้อหรือคำพูดของพนักงานร้านสะดวกซื้อที่แปลกประหลาด

อีกฝ่ายรู้ได้ยังไงว่าเขาจะกลับบ้าน แล้วไหนจะเรื่องแยกก่อนถึงบ้านที่มีไซต์ก่อสร้างอีก เป็นโรคจิตสตอล์คเกอร์ตามติดเขาหรือเปล่านะ ช่วงนี้ยิ่งหลอน ๆ เหมือนมีคนตามหลังอยู่ตลอดเวลาด้วยสิ

คิดแป๊บ ๆ เฟยฮุ่ยก็เดินมาถึงแยกก่อนจะถึงบ้านของตัวเองแล้ว ถึงจุดนี้เขาก็หยุดชะงักฝีเท้าลง หากเดินไปอีกนิดก็จะยืนอยู่ตรงหน้าไซต์ก่อสร้างพอดิบพอดีเพียงแต่เขานึกถึงคำพูดของพนักงานร้านสะดวกซื้อขึ้นมาเสียก่อนจึงได้หยุดเดินที่มุมก่อสร้าง

แต่ในจังหวะที่เขากำลังหยุดนิ่งยืนครุ่นคิดกับคำพูดของพนักงานร้านสะดวกซื้ออยู่นั้น ทันใดนั้นเองก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันเข้าให้ต่อหน้าต่อตาเขาเลย

โครม!

แท่งเหล็กที่ใช้สำหรับก่อสร้างและโดนเครนยกขึ้นไปข้างบนให้เหล่าคนงานนำไปใช้ต่อนั้น บัดนี้ได้ร่วงหล่นลงมือยังพื้นด้านล่างด้วยความเร็ว

เสียงดังอึกทึกครึกโครมพร้อมกับฝุ่นตลบไปทั่วบริเวณบ่งบอกว่าความแรงในการร่วงหล่นนั้นมีมาก เฟยฮุ่ยถึงกลับหน้าซีดเผือดเพราะหากเขาไม่หยุดยืนนิ่งคิดถึงคำพูดของพนักงานร้านสะดวกซื้อแล้วเดินกลับบ้านตามปกติ ไม่แคล้วอยู่ตรงหยุดที่แท่งเหล็กร่วงหล่นพอดี คิดแล้วก็สยอง…หากโดนเข้าไปไม่แคล้วชีพจรหยุดเต้นทันทีทันใดแน่

“มีใครบาดเจ็บอะไรไหม”

“ไม่มีครับ”

“ค่อยยังชั่วหน่อยที่ไม่มีใครบาดเจ็บ ว่าแต่มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไงกัน”

“ไม่ทราบครับ จู่ ๆ เส้นเหล็กเครนที่ยึดกับแท่งเหล็กนั้นก็ขาดแบบไม่มีสาเหตุ เมื่อเช้าทีมงานตรวจสอบก็ไม่พบความผิดปรกติอะไร”

“คราวหลังตรวจสอบและให้ทุกคนทำงานกันอย่างระวังมากกว่าเดิมนะ ฉันไม่อยากให้งานเสียหายและคนงานบาดเจ็บ”

“เข้าใจแล้วครับ”

“อืม รีบเคลียร์พื้นที่ เช็กอุปกรณ์ให้พร้อมแล้วกลับไปทำงานกันได้”

บทสนทนาเจ้าของไซต์ก่อสร้างและลูกน้อยอื้ออึ้งพูดคุยกันจนทำให้เฟยฮุ่ยได้ยินอยู่บ้างและมันยิ่งทำให้เฟยฮุ่ยตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวกลับสิ่งที่ได้ยิน

“นี่มัน…เรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย” สิ่งที่คนงานในไซต์ก่อสร้างพูดว่าตรวจสอบเช็กอุปกรณ์ทุกอย่างเรียบร้อยดียังวนเวียนอยู่ในหัวไม่หาย ถ้าเป็นแบบนั้นจริงแล้วทำไมถึงเกิดอุบัติเหตุแบบนี้ได้กัน

จะว่ามีโอกาสไหมที่ตรวจเช็กแล้วอาจเกิดความผิดพลาดที่หลังได้ ซึ่งมันก็อาจจะมีบ้างแต่จังหวะมันจะบังเอิญเกินไปหรือไม่ที่เขาได้รับคำเตือนจากพนักงานร้านสะดวกซื้อจากนั้นพอมาถึงจุดใกล้คำเตือนกลับมีแท่งเหล็กหล่นมาจากข้างบนเนี่ย

ดูยังไงแล้วเขาก็ไม่สามารถคิดได้ว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญทั้งหมด มันจะต้องมีอะไรบางอย่างแอบแฝงและต้องเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติแน่นอน!

เฟยฮุ่ยไม่ใช่พวกที่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติอย่างภูติผีปีศาจ แต่บัดนี้เขาพอจะเริ่มเชื่อขึ้นมาบ้างแล้วหลังจากประสบพบเจอเหตุการณ์แปลกประหลาดรอบตัวที่มีมากยิ่งขึ้น

คิดอย่างงั้นเขาก็เกิดความกลัวในใจจิตใจขึ้นมา เรื่องบาดเจ็บภายนอกพอจะหาหมออะไรได้แต่ถ้าเรื่องเหนือธรรมชาตินี่มันค่อนข้างจัดการยาก การจะไปหาผู้เชี่ยวชาญก็ไม่รู้ว่าจะเจอของแท้ไหมหรือเป็นพวกต้มตุ๋นอย่างที่มีออกสื่อทุกวันนี้

ถึงกระนั้นเขาก็เลือกแล้ว เลือกว่าที่จะขอความช่วยเหลือกับพนักงานร้านสะดวกซื้อคนนั้นเพราะเป็นคนเตือนเขาดูแล้วน่าจะเป็นคนจริงของแท้แน่นอน หาใช่พวกต้มตุ๋นไม่

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...