โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รถลาก VS รถสไลด์ แตกต่างกันอย่างไร เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันควรเลือกใช้แบบไหนดี

INN News

อัพเดต 26 มิ.ย. 2567 เวลา 16.26 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2567 เวลา 09.26 น. • INN News

การขับขี่บนท้องถนนนั้นอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ เครื่องยนต์เสียหาย หรือแม้แต่ยางแบน ในสถานการณ์แบบนี้ การเรียกใช้บริการรถลากหรือรถสไลด์จึงเป็นทางเลือกที่จะช่วยนำรถคันโปรดของเราไปยังอู่ซ่อมหรือจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย แต่รู้หรือไม่ ว่าบริการรถลากและรถสไลด์นั้นมีความแตกต่างกันอยู่ ใครที่ยังไม่รู้อยากให้ลองทำความเข้าใจกับรูปแบบการให้บริการและข้อแตกต่างระหว่างรถลากและรถสไลด์กัน พร้อมทั้งแนะนำการเลือกใช้บริการทั้งสองแบบอย่างไรให้เหมาะสมและปลอดภัย ตามไปอ่านกันเลย

รถลาก VS รถสไลด์ แตกต่างกันอย่างไร?

รถลากคือรถที่ออกแบบมาเพื่อขนย้ายรถ โดยใช้อุปกรณ์ที่มีความแข็งแรงและมีความยืดหยุ่นสูง เช่น เชือก สลิง สายลาก ยึดไว้ระหว่างรถที่ใช้ลากและรถคันที่เสียหาย ซึ่งข้อจำกัดของลากคือจำเป็นต้องมีการเปิดไฟขอทางตลอดระยะเวลาการขนย้ายเพื่อส่งสัญญาณต่อผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น โดยจะมีผู้ขับรถอย่างน้อย 2 คน คือคนขับรถลากและคนควบคุมพวงมาลัยรถคันที่เสียหาย ซึ่งต้องมีการสื่อสารกันตลอดเพื่อไม่ให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน เมื่อรถคันหน้ามีการเบรกหรือเลี้ยว และยังเป็นการป้องกันไม่ให้ระบบช่วงล่างของรถที่ถูกลากเกิดความเสียหายเพิ่มอีกด้วย

รถสไลด์คือรถที่ออกแบบหรือดัดแปลงพิเศษ เช่นรถที่ดัดแปลงมาจากรถบรรทุก 5 ล้อ หรือรถบรรทุก 10 ล้อ เพื่อใช้สำหรับบรรทุกรถอีกคันไว้ด้านบน โดยมีอุปกรณ์ถาดสไลด์และระบบล็อกพิเศษ ยึดรถคันที่เสียหายไว้กับที่ ขณะที่ทำการเคลื่อนย้าย รถคันที่ถูกขนย้ายจะไม่มีส่วนใดสัมผัสกับถนนเลย จึงแทบไม่มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน เหมาะสำหรับรถที่มีความเสียหายหนัก ระบบช่วงล่างไม่สามารถขับเคลื่อนต่อได้ รถที่มีช่วงล่างโหลดต่ำ รถที่มีราคาสูงหรือจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งการขนย้ายด้วยรถสไลด์จะไม่ส่งผลเสียกับระบบช่วงล่างของรถ แต่ข้อจำกัดของรถสไลด์คือผู้ให้บริการจะต้องมีประสบการณ์และเข้าใจในการใช้ระบบและอุปกรณ์รถสไลด์เป็นอย่างดี

รถลาก VS รถสไลด์ เลือกใช้บริการแบบไหนดี?

เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดบนท้องถนนและต้องเคลื่อนย้ายรถของเราไปยังจุดหมายปลายทางอื่น เช่น บ้าน อู่ซ่อมรถ หรือศูนย์บริการ การเลือกใช้บริการระหว่างรถลากหรือรถสไลด์ก็เป็นอีกเรื่องที่คนใช้รถยนต์ควรรู้ มาดูกันว่าเราจะประเมินจากปัจจัยอะไรได้บ้าง ก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการรถลากกับรถสไลด์

ความเสียหายของรถยนต์

สิ่งแรกเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือมีความจำเป็นต้องใช้บริการรถลาก รถสไลด์ ควรประเมินความเสียหายของรถก่อน หากรถเสียหายไม่มาก ระบบช่วงล่างยังปกติ การเคลื่อนย้ายบนถนนไม่ส่งผลกระทบกับระบบช่วงล่าง ก็สามารถเลือกใช้บริการรถลากได้ แต่หากรถมีความเสียหายหนัก ประเมินแล้วว่าช่วงล่างไม่สามารถขับเคลื่อนบนถนนได้ รวมถึงเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ก็ควรเลือกใช้บริการรถสไลด์

ระยะทางในการขนย้าย

รถลากเหมาะสำหรับการขนย้ายรถในระยะทางสั้นๆ ไม่เกิน 20 กิโลเมตร พื้นผิวถนนเรียบ ไม่มีสิ่งกีดขวาง หรืออุปสรรคทางถนน แต่ถ้าหากต้องเคลื่อนย้ายรถระยะไกล พื้นผิวถนนไม่สม่ำเสมอ หรือมีความเสี่ยงที่จะมีสิ่งกีดขวางหรือเจอกับอุปสรรคที่ยากจะหลีกเลี่ยง ก็เหมาะกับใช้บริการรถสไลด์มากกว่า เพราะจะช่วยป้องกันระบบช่วงล่างของรถเรา และยังไม่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติซ้ำซ้อนด้วย

งบประมาณ ค่าบริการ

เพราะรถลากและรถสไลด์มีอุปกรณ์ที่ใช้ต่างกัน ทำให้ค่าบริการมีความแตกต่างกัน อีกทั้งรถที่ใช้สำหรับเคลื่อนย้ายก็ยังมีขนาดที่ต่างกันไปอีก แต่หากให้เปรียบเทียบราคา รถลากจะมีอัตราค่าบริการที่ถูกกว่ารถสไลด์ ทั้งนี้ยังมีปัจจัยเรื่องระยะทางในการขนย้าย ระยะเวลาการขนย้าย รวมถึงประเภทของรถที่เสียหายที่ต้องอาศัยความระมัดระวังพิเศษอีกด้วยนั่นเอง

ความปลอดภัย และมูลค่าทางจิตใจ

หากรถที่เสียหายหรือรถที่ต้องการให้ขนย้ายมีราคาสูงและมีมูลค่าทางจิตใจ เช่น รถสปอร์ตหรู รถซูเปอร์คาร์ รถออกใหม่ รถที่มีช่วงล่างต่ำ หรือรถที่มีความต้องการดูแลเป็นพิเศษ แนะนำให้ใช้บริการรถสไลด์ เนื่องจากมีความปลอดภัยมากกว่า ช่วยป้องกันช่วงล่างของรถได้ และไม่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติซ้ำซ้อนบนท้องถนน แม้ว่าจะมีอัตราค่าบริการที่สูงกว่ารถลาก แต่ถือว่าคุ้มค่ากับความสบายใจ และมั่นใจว่ารถคันโปรดจะไม่เสียหายเพิ่มระหว่างการขนย้ายอีก

การพิจารณาเลือกใช้บริการรถลากและรถสไลด์ไม่เพียงแต่ควรให้ความสำคัญกับปัจจัยต่างๆ ที่ได้นำมาฝากเท่านั้น แต่ควรเลือกผู้ให้บริการรถลากและรถสไลด์ที่ให้บริการด้วยความใส่ใจ มีความเป็นมืออาชีพ รวมถึงมีประสบการณ์ ชำนาญในขั้นตอนและการใช้อุปกรณ์ และสามารถรับมือสถานการณ์หน้างานต่างๆ ได้ดี รวมถึงให้คำแนะนำและแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้รถยนต์ของเรามีความเสียหายมากขึ้น และสามารถเคลื่อนย้ายไปยังปลายทางได้อย่างปลอดภัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...