สามีป้าเพ็ญ เปิดใจ เพราะยากจน เมียจึงต้องโดดวีซ่าเป็นผีน้อยในเกาหลี 11 ปี เก็บเงินสร้างบ้าน
สามีป้าเพ็ญเผย เมียโดดวีซ่าท่องเที่ยวเป็นผีน้อยสู้ชีวิตทำงานเกษตรในเกาหลี 11 ปี เก็บเงินสร้างบ้าน
จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ น้องอาชิ พี่จีน่า ไลฟ์สดผ่านบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัว ที่หน้าร้านโชห่วยของนายจ้างในตลาดจวม เมืองฮวาซอง จังหวัดคยองกี ประเทศเกาหลีใต้ หลังจากเห็นรถบัสต้องสงสัยจอดอยู่หน้าร้านตั้งแต่เช้านานผิดปกติ โดยไม่รู้ว่าเป็นรถรับคนงาน หรือรถของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ประเทศเกาหลีใต้ จึงคว้าโทรศัพท์มือถือเดินออกไปหน้าร้าน ตั้งกล้องไลฟ์สดให้เห็นรถบัสอยู่ระยะหนึ่ง โดยป้าเพ็ญถามย้ำคนที่เข้ามาดูไลฟ์สดอย่างใจเย็น และไม่มีท่าทีตื่นตระหนก หรือหลบหนี
สักพักมีผู้ชมในไลฟ์สดสังเกตป้ายทะเบียนรถ คือหมายเลข 1972 ก่อนเตือนป้าเพ็ญให้รีบหลบหนี เพราะเป็นรถของ ตม.ก่อนถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา
ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 7 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของ น.ส.จันทร์เพ็ญ ศรีนาเมือง ในพื้นที่ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี พบกับนายสังวาลย์ สายทอง อายุ 55 ปี อดีตสามี ที่เพิ่งกลับมาจากไปรับจ้างกรีดยางและกำลังมาดูความเรียบร้อยบ้านของป้าเพ็ญ ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างไปประมาณ 35% เป็นโครงบ้านปูน 2 ชั้น ปลูกสร้างอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 2 งาน หลังจากป้าเพ็ญทำงานทยอยส่งเงินมาให้ลูกสาวที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัด และมอบหมายให้พ่อเป็นคนดูแล ช่างรับเหมาดำเนินการก่อสร้างบ้านมาได้ประมาณ 1 ปี
นายสังวาลย์เล่าว่า ทราบข่าวแล้วว่า น.ส.จันทร์เพ็ญ ภรรยา ถูก ตม.ประเทศเกาหลีใต้ จับกุมหลังจากไปทำงานได้ 11 ปี ซึ่ง น.ส.จันทร์เพ็ญได้เดินทางไปโดยวีซ่านักท่องเที่ยว แล้วหลบหนีไปทำงานเกษตร ไม่รู้จักกับใครที่นั่น และหนีทัวร์ท่องเที่ยว หนีวีซ่าแบบไปตายเอาดาบหน้า เพราะฐานะทางบ้านยากจน ตนมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ขณะนี้ไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด ก่อนเดินทางไปประเทศเกาหลี ตนและภรรยามีความจำเป็นต้องจดทะเบียนหย่ากันด้วยเหตุผลส่วนตัวที่จำเป็น แต่ก็ไม่ได้ตัดขาดจากกัน ยังรักกันเหมือนเดิม ปัจจุบันก็ติดต่อกันอยู่ไม่ขาด ส่วนตนก็ดูแลครอบครัวอยู่ที่บ้าน เมื่อภรรยาไปเป็นผีน้อยในเกาหลีได้ไม่นาน พ่อ-แม่ของภรรยาก็เสียชีวิตไปแล้วทั้งคู่
“จากเวลาที่ห่างกันถึง 11 ปี บางวันก็ฝันเห็นกัน มันก็เป็นเรื่องปกติ เพราะตนรักและคิดถึงอยู่ทุกวัน ตนฝากถึงภรรยา เมื่อเกมที่โน่นมันจบลงก็ไม่ต้องเสียใจ กลับมาทำงานรับจ้างกรีดยาง ทำไร่ ทำนา ทำสวนอยู่ที่บ้านเมืองเรา ก็พออยู่ได้ บ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จก็ไม่ต้องน้อยใจ หากอยากกลับไปสู้ชีวิต หรือไปทำงานกับนายจ้างเก่าที่ประเทศเกาหลีอย่างถูกต้องตนก็ไม่ห้าม และตามใจอยู่แล้ว เพราะมันบังคับกันไม่ได้ เนื่องจากภรรยาตนเป็นคนสู้ชีวิต และเป็นคนขยันทำมาหากิน”
“ที่ไปเป็นผีน้อย หรือไปเป็นแรงงานผิดกฎหมายก็เพราะความยากจน อยากมีบ้านมีรถเหมือนกับคนอื่นเขา ยอมรับว่าภรรยาตนเป็นคนเก่งมาก ไม่ต้องเสียใจนะ กลับมาเริ่มต้นกันใหม่ที่บ้าน อนาคตข้างหน้าค่อยว่ากัน สู้ชีวิตกันต่อไป ฝากถึงรัฐบาลให้ช่วยภรรยาของตนกลับมาบ้านอย่างปลอดภัยด้วย เพราะตนเป็นห่วงมาก”
ด้าน ว่าที่ ร.ท.อนุเทพ ศรีดาวเรือง จัดหางานจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ได้โทรศัพท์ไปหาป้าเพ็ญที่ถูก ตม.ประเทศเกาหลีใต้เข้าจับกุมตัว หลังลักลอบเข้าเมืองทำงานโดยผิดกฎหมายมานับ 10 ปี กรมการจัดหางานและกระทรวงแรงงานไม่มีข้อมูลที่จะดำเนินการช่วยเหลือ หรือประสานการช่วยเหลือไปยังประเทศเกาหลีใต้ได้ เพราะไปแบบผิดกฎหมาย และต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายประเทศเกาหลีใต้ด้วย ก่อนจะถูกผลักดัน หรือส่งตัวกลับประเทศไทย ในส่วนนี้จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตไทยประจำประเทศเกาหลีใต้ เป็นผู้ประสานงานดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายในประเทศเกาหลีใต้ต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สามีป้าเพ็ญ เปิดใจ เพราะยากจน เมียจึงต้องโดดวีซ่าเป็นผีน้อยในเกาหลี 11 ปี เก็บเงินสร้างบ้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th