โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมชิ้นส่วนสันดาปหนีตาย แปลงโฉมสู่ “เครื่องมือแพทย์”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.ค. 2567 เวลา 13.31 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2567 เวลา 13.31 น.

การรุกคืบของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นแรงกดดันให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์สันดาปต้องปรับตัวและเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่อุตสาหกรรมใหม่ก่อนที่จะอยู่ไม่รอด แม้ว่าส่วนที่เป็นโครงสร้างตัวรถ เบาะ ล้อ พวงมาลัย จะยังพอไปได้ แต่ส่วนที่เป็นเครื่องยนต์จะถูกทดแทนด้วยแบตเตอรี่

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องการแปลงโฉมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนสู่ “อุตสาหกรรมใหม่” ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์” ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งที่พอจะเป็นไปได้ แต่ก็นับว่าเป็นโจทย์ที่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะยังต้องแก้ปัญหาเพนพอยต์ จากปัญหาที่คนไทยไม่เชื่อมั่นเครื่องมือแพทย์ฝีมือคนไทย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ตั้ง Cluster of FTI Future Mobility-ONE หรือ CFM-ONE ขึ้นมา เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องจาก Supply Chain ของรถ EV สู่อุตสาหกรรมใหม่ที่เป็นโอกาส ทั้งยังช่วยประเทศลดการพึ่งพิงการนำเข้า

ความท้าทายผู้ผลิต Tier 1-2-3

นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ส.อ.ท.จะรวบรวมข้อเสนอจากเอกชน เพื่อนำเสนอต่อนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาโดยเร็วที่สุด และต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ โดยเฉพาะการสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิต การพัฒนามาตรฐาน การวิจัยและนวัตกรรม การส่งเสริมการใช้สินค้าเครื่องมือแพทย์ในประเทศ และการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ

เพราะจากนี้อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์จะสร้างความร่วมมือกับกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ ในการหาผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ที่มีความเป็นไปได้ มาผลิตหรือดัดแปลงจากชิ้นส่วนยานยนต์ โดยหาแนวทางการสนับสนุนด้านการวิจัยและนวัตกรรมจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานสำหรับการผลิตเครื่องมือแพทย์

ทั้งนี้ ส.อ.ท.ได้มีการรวบรวมข้อมูลกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ จะเห็นว่า กลุ่ม Tier 2-3 ผู้ผลิตชิ้นส่วนขนาดกลางและขนาดเล็กจะสามารถผลิตเครื่องมือแพทย์ ที่เป็นประเภท Low Risk แบบทั่วไปได้ เช่น ผ้าก๊อซ วีลแชร์ หลอดฉีดยา เครื่องฟังเสียงหัวใจ เตียงผู้ป่วย พลาสเตอร์ปิดแผล

และประเภท Low-moderate Risk แบบภายนอกร่างกายและอิเล็กทรอนิกส์บางส่วน เช่น ถุงมือยาง เข็มฉีดยา หูฟังคนป่วย สายไฟเชื่อมเครื่องวัดต่าง ๆ ส่วนกลุ่ม Tier 1 ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย สามารถผลิตเครื่องมือแพทย์ที่เป็นประเภท Moderate-hight Risk แบบภายในร่างกายและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องตรวจวัดค่าน้ำตาล ส่วนที่เป็นประเภท Hight Risk เครื่องมือแพทย์ใบอนุญาต แบบสัมผัสหลอดเลือดในร่างกายยังไม่สามารถผลิตได้

คว้าตลาดเครื่องมือแพทย์

นายจารุเดช คุณะดิลก รองประธาน Cluster of FTI Future Mobility-ONE และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ ส.อ.ท. อธิบายให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า ปัจจุบันมูลค่าการส่งออกเครื่องมือแพทย์ในแต่ละปีอยู่ที่ 120,000 ล้านบาท และมีการนำเข้ามูลค่า 90,000 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ไม่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น ถุงมือยาง สายน้ำเกลือ เข็มฉีดยา ขณะที่สินค้าที่นำเข้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูปมีมูลค่าสูง เช่น เครื่อง CT Scan MRI เครื่อง X-ray เครื่อง Mammogram สะท้อนให้เห็นว่า ต่อให้ไทยมีศักยภาพเพียงใด แต่ยังติดกับดักทั้งเรื่องกฎระเบียบ กำแพงภาษี การสนับสนุนจากรัฐ และความเชื่อมั่นจากโรงพยาบาล

“การมีข้อจำกัดหลายประการ ทั้งองค์ความรู้ว่าด้วยมาตรฐานทางการแพทย์ เทคโนโลยีการผลิต กระบวนการคิดค้นเครื่องมือแพทย์เพื่อออกสู่ตลาดที่มีความซับซ้อน อัตราภาษีนำเข้าเครื่องมือแพทย์สำเร็จรูปที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ในประเทศที่นำเข้าวัตถุดิบมาผลิตไม่สามารถแข่งขันได้ ขาดนโยบายการสนับสนุนให้โรงพยาบาลใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ที่ผลิตจากการวิจัยและการพัฒนาภายในประเทศ

รวมถึงมาตรฐานและข้อกำหนดของเครื่องมือแพทย์จากภาครัฐ ที่มีความหลากหลายและแตกต่างกันในแต่ละลำดับชั้นของเวชภัณฑ์ที่จำแนกตามระดับความเสี่ยงในการใช้งาน ยิ่งตอกย้ำว่าอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไม่สามารถใช้ศักยภาพคนไทยลดการนำเข้าได้ตามเป้าหมายแน่นอน”

อย่างไรก็ตาม เอกชนไม่อาจนิ่งเฉยรอการส่งเสริมจากรัฐบาลได้ ต่างเร่งเจรจากับบริษัทที่เกี่ยวข้อง เช่น SCG GC IRPC ถึงการนำเอาวัตถุดิบต้นน้ำที่ผลิตขึ้นได้เองในประเทศมาซัพพอร์ตให้กับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ช่วยลดการนำเข้าวัตถุดิบแล้วถูกเก็บภาษีที่เป็นต้นทุนจนไม่สามารถแข่งขันกับเครื่องมือนำเข้าที่เป็นสำเร็จรูปได้ ซึ่งหากความร่วมมือของภาคเอกชนด้วยกันเองสำเร็จจะเป็นอีกก้าวสำคัญที่ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมทั้งซัพพลายเชน

ดึง 8 กระทรวงสางปัญหา

ขณะที่ภาครัฐคือส่วนสำคัญที่สุด โดยเฉพาะ 8 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงคมนาคม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ต้องเข้ามาสนับสนุนอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ในประเทศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม คือการใช้เครื่องมือแพทย์ที่ผลิตโดยคนไทยให้ได้ก่อนเป็นลำดับแรก การสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานเครื่องมือแพทย์ที่ผลิตในประเทศให้แก่ผู้ใช้งานตามสถานพยาบาล ผ่านกระบวนการการรับรองหรือขึ้นทะเบียน

ซึ่งในเร็ว ๆ นี้ ทาง ส.อ.ท.จะหารือกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เตรียมแนวทางในการสร้างห้องปฏิบัติการสำหรับทดสอบเครื่องมือแพทย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล อย่าง ISO17025 การนำงานวิจัยพัฒนาในเชิงนวัตกรรมทางการแพทย์ไปผลิตแบบ Mass Production และออกสู่ตลาดได้ ผ่านการสร้างกลไกในโรงเรียนแพทย์และสถาบันการศึกษา

เอส. เค. โพลิเมอร์ นำร่องแล้ว

นางสาววรัญชลี สุวรรณพิมลกุล (Business Development) บริษัท เอส. เค. โพลิเมอร์ จำกัด กล่าวว่า ในส่วนของ เอส. เค. โพลิเมอร์ ใช้ระยะเวลา 2-3 ปี ตัดสินใจลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่เพื่อผลิตเครื่องมือแพทย์ 100% ด้วยงบประมาณ 100 ล้านบาท เพราะมองถึงโอกาสที่บริษัทต่อยอดนวัตกรรมจากสินค้าเดิมที่เคยผลิตชิ้นส่วนยางที่ใช้ในรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สู่ “จุกหลอดเลือด” หรือจะเป็นยางในกระติกน้ำที่ใช้ในโรงพยาบาล เป็นตัวอย่างหนึ่งของปรับตัวไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ว่าไม่ยาก

“อุตสาหกรรมการแพทย์ไม่ได้จำกัดเพียงแค่เครื่องมือเท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มที่เป็นฟู้ดเกรด ฟาร์มาซูติคอลเกรด เมดิคอลเกรด ความหลากหลายกลับยิ่งทำให้เป็นโอกาสมากกว่าเสียโอกาส”

ทั้งนี้ สมาชิกกลุ่มเครื่องมือแพทย์ขณะนี้ได้เพิ่มจำนวนเป็น 81 ราย นับตั้งแต่ก่อตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมขึ้นมา ส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ได้ปรับตัว

การพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ให้ได้ สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง คือ การมูฟจากอุตสาหกรรมเดิมไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ จะต้องไม่ทิ้งอุตสาหกรรมเดิมที่เป็นพื้นฐานของตนเองทั้งหมดไป เพราะการไปสู่สิ่งใหม่นั่นก็เป็นทั้งความเสี่ยงและเป็นทั้งโอกาสเช่นกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อุตสาหกรรมชิ้นส่วนสันดาปหนีตาย แปลงโฉมสู่ “เครื่องมือแพทย์”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...