โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บทเรียนกากอุตสาหกรรม ดึงโมเดลญี่ปุ่นร่างแผนแม่บทใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 มิ.ย. 2567 เวลา 07.20 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2567 เวลา 07.20 น.

ผ่านมากว่า 2 เดือนนับจากการพบกากแร่แคดเมียมของ บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) จ.ตาก กว่า 13,000 ตัน ถูกขนส่งกระจายไปยังสมุทรสาคร ชลบุรี และกรุงเทพฯ แต่ยังไม่สามารถขนส่งกลับไปจัดการที่ต้นทางได้ครบ ด้วยอุปสรรคด้านสภาพอากาศและโรงเก็บแร่

ซึ่ง “นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งจัดทำแผนการขนย้ายและตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหา และการขนย้ายกากตะกอนแคดเมียม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนขึ้นมาทันทีหลังสั่งย้ายอุตสาหกรรมจังหวัดตากเมื่อเกิดเหตุ

แจ้งความ เบาด์ แอนด์ บียอนด์

กระทรวงอุตสาหกรรมได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กับ เบาด์ แอนด์ บียอนด์ 2 ข้อหา คือ

1.คดีความผิดฐานนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และ 2.คดีความผิดฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137

นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้เพิกถอนการอนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุไม่ใช้แล้ว ออกนอกบริเวณโรงงานของเบาด์ แอนด์ บียอนด์ ตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาต การเพิกถอนการอนุญาตซึ่งเป็นคำสั่งทางปกครองนั้น สามารถกระทำได้ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2535

ทั้งนี้ มาตรา 52 บัญญัติว่า คำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจถูกเพิกถอนทั้งหมดหรือบางส่วนได้ แต่ผู้ได้รับผลกระทบจากการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองดังกล่าว มีสิทธิได้รับค่าทดแทนความเสียหายเนื่องจากความเชื่อโดยสุจริตในความคงอยู่ของคำสั่งทางปกครองได้

ขนย้ายกากใกล้ครบแล้ว

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาและการขนย้ายกากตะกอนแคดเมียม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน-19 มิถุนายน 2567 ได้มีการขนย้ายกากตะกอนแคดเมียมจากพื้นที่เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดชลบุรี ไปยังพื้นที่โรงงานจังหวัดตากแล้ว รวมทั้งสิ้น 7,171 ถุง ปริมาณสะสม 10,859.08 ตัน คิดเป็น 81.15% เมื่อเทียบกับปริมาณกากตะกอนแคดเมียมที่ตรวจพบทั้งหมด

โดยมีกากแคดเมียมที่อยู่ระหว่างรอการขนย้าย 3,511.19 ตัน หรือ 2,360 ถุง สรุปรายละเอียดการขนย้าย ดังนี้

1.บริษัท ล้อโลหะไทย เมททอล จำกัด เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ดำเนินการขนย้ายกากตะกอนแคดเมียมเสร็จทั้งหมดแล้ว เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2567 จำนวน 99 ถุง รวมทั้งสิ้น 142.75 ตัน

2.บริษัท เจ แอนด์ บี เมททอล จำกัด (โรงที่ 1) จังหวัดสมุทรสาคร ดำเนินการขนย้ายกากตะกอนแคดเมียมเสร็จทั้งหมดแล้ว จำนวน 4,045 ถุง รวมทั้งสิ้น 6,200.62 ตัน 3.บริษัท ซิน หงส์ เฉิน อินเตอร์ เทค (2008) จำกัด ดำเนินการขนย้ายกากตะกอนแคดเมียมเสร็จทั้งหมดแล้ว 667 ถุง ปริมาณสะสม 1,005.52 ตัน

4.โกดังที่ตำบลคลองกิ่ว จังหวัดชลบุรี อยู่ระหว่างการขนย้ายจำนวน 2,360 ถุง ปริมาณสะสม 3,511.19 ตัน รอการขนย้าย 879.91 ถุง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการส่งแล้ว 79.96% 5.โกดังที่คลองมะเดื่อ จังหวัดสมุทรสาคร อยู่ระหว่างรอการขนย้าย 534 ตัน ซึ่งกากทั้งหมดจะถูกส่งกลับไปยังจังหวัดตากได้ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน 2567

สำหรับการขนย้ายได้ใช้รถตู้คอนเทนเนอร์ที่ได้รับอนุญาตถูกต้องจำนวนประมาณ 10-13 คันต่อวัน มีรถตำรวจนำขบวนจากพื้นที่ต้นทางจนถึงพื้นที่ปลายทางที่จังหวัดตาก มีการจัดทำแผนเผชิญเหตุ และประสานกับอุตสาหกรรมจังหวัดทุกพื้นที่ตลอดเส้นทางการขนส่ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสาธารณชนถึงความปลอดภัยสูงสุดต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน

ทั้งยังเร่งรัดให้บริษัทปลายทางที่จังหวัดตาก ตรวจสอบสภาพของบ่อกักเก็บกากตะกอนแคดเมียมโดยเร็ว โดยจะต้องมีหน่วยงานกลาง เช่น วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย หรือสภาวิศวกร รวมทั้งสมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการตรวจสอบบ่อกักเก็บกากตะกอนแคดเมียม พร้อมกับผู้แทนชุมชน

เพื่อสร้างความมั่นใจและความชัดเจนว่า สภาพบ่อกักเก็บกากแร่ที่มีการเปิดนำกากตะกอนแคดเมียมออกไปนั้นมีการรั่วไหลหรือไม่ เพื่อกำหนดวิธีการในการปรับปรุงซ่อมแซมบ่อ รวมทั้งประเมินกรอบระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชุมชนได้

ดึงโมเดลญี่ปุ่นช่วย

ส่วนแนวทางการควบคุมกากอุตสาหกรรมระยะยาว ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้หยิบยกการบริหารกากอุตสาหกรรมและของเสียของประเทศญี่ปุ่นขึ้นมา เพื่อให้เป็นโมเดลที่สำคัญและดึงความช่วยเหลือเข้ามาให้ประเทศไทย เพราะประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศต้นแบบในการพัฒนาอุตสาหกรรม และมีประสบการณ์จากการจัดการปัญหา เช่น กรณีโรคมินามาตะจากการปนเปื้อนสารปรอท โรคอิไตอิไตจากการปนเปื้อนสารแคดเมียม

ซึ่งประเด็นสำคัญที่ได้เรียนรู้จากประเทศญี่ปุ่น คือ แนวทางในการจัดการกากของเสียและสารพิษมีระบบที่ชัดเจน ทั้งประเภทของกากของเสียหรือสารพิษต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น การอนุมัติ การอนุญาต การเคลื่อนย้ายและขนส่ง ระบบการติดตามและรายงาน การเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ ความรับผิดชอบของหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความชัดเจน

ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมจึงประสานขอให้กระทรวงสิ่งแวดล้อมประเทศญี่ปุ่น ช่วยให้มุมมองในการจัดทำ “แผนแม่บทการจัดการกากของเสียอุตสาหกรรมของประเทศไทย” การยกระดับการควบคุมการอนุญาตนำเข้า/ส่งออกของเสียอันตรายระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ตามอนุสัญญาบาเซิล (Basel Convention) ทั้งแนวทางการออกกฎหมาย จัดการซากผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกากแร่ กากอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทั้งหมด

เพิ่มประสิทธิภาพกฎหมาย

ในส่วนของประเทศไทยแม้จะมีกฎหมายที่เข้มงวดและชัดเจน ทั้งกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ที่ได้กำหนดชนิดและขนาดโรงงาน การควบคุมการปล่อยของเสียหรือมลพิษ การกำหนดคุณสมบัติของผู้ควบคุมดูแล ผู้ปฏิบัติงานประจำ และการกำหนดหลักเกณฑ์ผู้ควบคุมดูแลระบบจัดการสิ่งแวดล้อม

รวมทั้งการขนส่ง เคลื่อนย้าย การจัดการต้องเป็นไปอย่างถูกต้อง แต่ในช่วงหลัง ๆ จะมีปัญหาการจัดการกากของเสียยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน

สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมประเภท 101 ประเภท 105 และประเภท 106 ที่เกี่ยวกับการรีไซเคิล การรับจัดการของเสีย แม้ที่ผ่านมาจะมีการผ่อนปรนกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ไปบ้าง เพื่อส่งเสริมให้มีโรงงานจำนวนมากทันต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นโรงงานที่มีความอ่อนไหวต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน จำเป็นต้องทบทวน วางกฎเกณฑ์ ระบบตรวจสอบและควบคุมที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้

เหตุการณ์นี้จึงเป็นจังหวะและโอกาสประเทศไทยจะใช้ในการวางระบบที่รัดกุมเพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บทเรียนกากอุตสาหกรรม ดึงโมเดลญี่ปุ่นร่างแผนแม่บทใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...