24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 21 กรกฎาคม 2567
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 21 กรกฎาคม 2567
>> รถอเนกประสงค์ ชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งทำ CPR ก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ.ทั้งคู่
08.50 น. รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ชีพ-กู้ภัยเจ้าแม่ทับทิม ยะลา มีอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนทางหลวงหมายเลข 410 เลยแยกปรามีแต ในพื้นที่ หมู่ที่ 9 ตำบลบุดี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ไม่ติดป้ายทะเบียน ลักษณะถูกชนสภาพรถพังเสียหาย ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บ 2 รายซึ่งเป็นผู้ขับขี่และซ้อนท้ายรถจยย. มีอาการสาหัสและหมดสติ ทางอาสากู้ชีพ -กู้ภัยเร่งช่วยเหลือทำ CPR ก่อนนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ห่างออกไปพบรถอเนกประสงค์ มิตซูบิชิ สีขาว ลักษณะชนติดอยู่กับเสาไฟ พบว่าคนขับ ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย อายุ 56 ปี มีอาการแน่นหน้าอกหายใจไม่สะดวก และบาดแผลถลอกตามร่างกาย อาสากู้ภัยจึงปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา
และในเวลาต่อมา รับแจ้งว่าผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายได้เสียชีวิตที่ รพ.โดยเป็นชาย อายุ 69 ปี และเด็กชาย อายุ 5 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยะลา
>> ตร.ดอนเมืองคุมตัว “เอก สายเต๊าะ” ฝากขังศาลอาญา เจ้าตัวยันทําตัวเหมือนเดิม แต่ไม่ก้าวร้าว
09.00 น. กรณีเจ้าหน้าที่ตํารวจ สน.ดอนเมือง ได้คุมตัว นายเอกรัฐ หรือ “เอก สายเต๊าะ” อายุ 41 ปี หลังมีพฤติกรรมก่อความเดือดร้อนรำคาญชาวบ้าน ฝากขังศาลอาญา ในข้อหา “ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธมีด”
โดยต่อมา เจ้าหน้าที่ตํารวจได้คุมตัว “เอก สายเต๊าะ” ออกจากห้องขังมาสอบปากคําเพิ่มเติม โดยนายเอกมีท่ามียิ้มแย้มและส่งยิ้มให้กับสื่อมวลชน ซึ่งทางภรรยาของนายเอกได้เดินทางเข้ามาเยี่ยมแต่ไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ
จากนั้นได้นำตัวนายเอก ขึ้นาถควบคุมผู้ต้องหา เพื่อนําไปฝากขังที่ศาลอาญา ขณะคุมตัวผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายเอกว่ามีอะไรจะขอโทษชาวบ้านหรือไม่ นายเอก ตอบว่า “ถึงสูงศักดิ์อัครสถานจะปานใด” และเมื่อถามอีกว่า ยังจะทำตัวเหมือนเดิมหรือไม่ นายเอก ตอบว่า “จะทำตัวเหมือนเดิม แต่จะไม่ก้าวร้าวแล้ว ชัวร์อยู่แล้วลูกผู้ชายตัวจริง”
>> หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ ชนเสาปูนป้ายสัญญาณจราจร เสียชีวิต
10.15 น. รับแจ้งจาก สมาคมพุทธอุปถัมภ์แห่งประเทศไทย มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ชนเสาสัญญาณจราจร และมีผู้เสียชีวิต บนถนนทางหลวงหมายเลข 319 เส้นทางพนมสารคาม - ปราจีนบุรี บริเวณทางกลับรถใกล้เคียงตลาดหัวกระสังข์ ต.บ้านซ่อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา
ที่เกิดเหตุ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีเขียว ไม่ติดป้ายทะเบียน เสียหลักชนเสาป้ายสัญญาณจราจร ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุชาย 1ราย อายุประมาณ 20 - 30 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนมสารคาม
>> หนุ่มจอดเปลี่ยนยางรถ บนทางพิเศษบูรพาวิถี รถบรรทุกตามหลังมาพุ่งชนเสียชีวิต
10.30 น. สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมกู้ชีพโรงพยาบาลบางปะกง หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ตรวจสอบอุบัติเหตุ และมีผู้เสียชีวิต บนทางพิเศษบูรพาวิถี ขาเข้า ช่วง กม.40+300 ในพื้นที่ ต.บางวัว อ.บางปะกง พบรถกระบะจอดอยู่ข้างทางติดขอบทาง โดยยางหลังฝั่งขวาแตกและมีอุปกรณ์เปลี่ยนยางตกอยู่บนถนน บริเวณหน้ารถพบร่าง นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี คนขับรถกระบะนอนเสียชีวิต ซึ่งมีภรรยาและคนในครอบครัวนั่งร้องไห้อยู่ข้างตัว ใกล้กันพบรถบรรทุกหกล้อ มีรอยเฉี่ยวฝั่งซ้ายจอดอยู่ นายเม (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี เป็นคนขับ และเล่าว่า ขณะที่กำลังขับรถเข้ากรุงเทพฯ พอมาถึงที่เกิดเหตุมองไม่เห็นนายเอ ที่นั่งเปลี่ยนยางอยู่ข้างทางในเลนซ้าย ทำให้เฉี่ยวชนร่างนายธีรยุทธจนกระเด็น
ด้าน มารดาของนายเอ กล่าวว่า ลูกชายกำลังขับรถไปเยี่ยมญาติที่นครปฐม ซึ่งมีภรรยากับลูก 3 คน และแม่กับพ่อไปด้วย โดยเพิ่งขับขึ้นทางด่วนบูรพาวิถีไม่ถึง 5 นาที ยางหลังฝั่งขวาแตก จึงประคองรถไปจอดข้างทาง โดยไม่ได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ทางด่วนบูรพาวิถี ก่อนที่ลูกชายจะรีบลงไปเปลี่ยนยางเอง โดยมีพ่อลงไปโบกท้ายรถให้ แต่ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างรถ จากนั้นก็รีบลงไปดู พบว่าลูกชายถูกรถชนและเสียชีวิตแล้ว
>> หญิงวัย 39 ปีขี่รถจักรยายนยนต์เสียหลักชนเสาไฟฟ้า เสียชีวิต
12.07 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ชนเสาไฟฟ้าและมีผู้เสียชีวิต ภายในซอยวัดดาวเรือง ต.บางพูด อ.เมือง จ.ปทุมธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ฮอนด้า สีแดง ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร ลักษณะเสียหลักชนกับเสาไฟฟ้าข้างทาง ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ ประมาณ 39 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างกานสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวนพริกไทย
>> ไฟไหม้บ้านเรือน เสียหายวอดทั้งหลัง
13.15 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิกุศลศรัทธาคีรีรัฐนิคม เหตุเพลิงลุกไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ม.6 ตำบลถ้ำสิงขร อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฏร์ธานี
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ เพลิงได้ลุกไหม้และเริ่มลุกลาม ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยคีรีรัฐนิคม และกู้ภัยวิภาวดี ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง อบต.ถ้ำสิงขร อบต.บ้านทำเนียบ และเทศบาลตำบลท่าขนอน รวมจำนวน 3 คัน ร่วมใช้หัวฉีดน้ำที่เกิดเหตุ จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา ตรวจสอบเพลิงได้ลุกไหม้เสียหายทั้งหลัง ขณะเกิดเหตุไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คีรีรัฐนิคม
>> เด็กชายจมน้ำในคลองสามวา กู้ภัยชุดประดาน้ำลงงมค้นหา ก่อนพบร่างห่างจากจุดที่แจ้งเกือบ 500 เมตร
14.58 น. รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกู้ภัยร่มไทร มีผู้สูญหายภายในน้ำ ซอยนิมิตใหม่ 3/2 พื้นที่เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร จัดกำลังอาสาสมัครกู้ภัยร่มไทรและทีม ประดาน้ำสนับสนุนในที่เกิดเหตุ
เบื้องต้นในจุดเกิดเหตุ พบผู้แจ้งได้บอกเล่าเหตุการณ์ว่า มีเด็กมาเล่นน้ำกัน 3-4 คน แล้วมี 1 คนในนั้นจมหายไปในน้ำ ทราบว่าเป็นเด็กชาย อายุประมาณ 13-14 ปี จึงได้ประสานรถพยาบาลและอาสาสมัครทีมประดาน้ำใกล้เคียง สนับสนุนในจุดเกิดเหตุ
โดยทีมประดาน้ำมูลนิธิกู้ภัยร่มไทรและทีมประดาน้ำมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้ทำการผมค้นหาผู้สูญหายภายในใต้น้ำ ก่อนจะพบร่างน้องที่จม ห่างจากจุดที่ลงไปประมาณ 500 เมตร จึงนำร่างน้องที่เสียชีวิตขึ้นฝั่ง
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี ร่วมตรวจสอบ ก่อนจะได้มอบร่างให้อาสาสมัครร่วมกตัญญู ดำเนินการนำร่างส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช
>> ขอพระราชทานยศเป็น “พล.ต.อ.” เลื่อนเงินเดือนให้ 6 ขั้น ให้ "พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์" หลังเสียชีวิตขณะเข้าระงับเหตุชายคลั่ง
16.34 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าระงับเหตุชายอายุ 49 ปี มีอาการคลุ้มคลั่งและมีอาวุธปืน ใช้อาวุธปืนตีทำร้ายบุตรสาวและกักขังไว้ในบ้านพักย่านพระราม 2 แขวงและเขตบางบอน กรุงเทพมหานคร
ซึ่งระหว่างระงับเหตุและเจรจาต่อรอง ชายคนดังกล่าวได้เปิดประตูออกมาและใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหลายนัด เป็นเหตุให้ พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ จันยะรมณ์ รอง ผกก.ป.สน.ท่าข้าม เสียชีวิต และ ด.ต.ไชยวัฒน์ อัตโสภณวัฒนา ผบ.หมู่ ป.สน.ท่าข้าม ได้รับบาดเจ็บนั้น จึงได้สั่งการให้ดูแลสวัสดิการ พิจารณาปูนบำเหน็จสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามระเบียบราชการอย่างเต็มที่เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อข้าราชการตำรวจและทายาทของผู้เสียชีวิตต่อไป
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของ พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ จันยะรมณ์ รอง ผกก.ป.สน.ท่าข้าม อายุ 59 ปี ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่อย่างมีจิตวิญญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ นับเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยได้ดูแลสิทธิประโยชน์เบื้องต้นให้กับครอบครัวของ พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ จำนวน 4,577,210 บาท พร้อมปูนบำเหน็จความดีความชอบตอบแทนเป็นกรณีพิเศษ โดยขอเลื่อนเงินเดือนให้ 6 ขั้น ขอพระราชทานยศเป็น “พล.ต.อ.” รวมทั้งการจัดพิธีศพให้สมเกียรติ
>> แทงหนุ่มเมียนมาดับ ริมถนนทางเข้าลานจอดรถข้างห้างย่านแฮปปี้แลนด์ ตร.ออกหมายจับมือแทงแล้ว
18.25 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดกพร้าว รับแจ้งเหตุชายถูกแทงเสียชีวิต บริเวณใกล้เคียงลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านแฮปปี้แลนด์ ในพื้นที่ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.
ที่เกิดเหตุ พบร่างของ นายคุน อายุ 34 ปี สัญชาติเมียนมา ลักษณะถูกแทงด้วยของมีคม มีบาดแผลที่ บริเวณลำคอด้านซ้าย และหน้าอกด้านซ้าย สอบถามจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยสยามแจ้งว่า มีขอความช่วยเหลือคนโดนแทงจำนวน 2 แผลกู้ภัยให้การช่วยเหลือโดยการ CPR ประมาณ 40 นาทีแต่ไม่เป็นผล จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
จากการสอบสวน เพื่อนของผู้ตายที่เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุตนและผู้ตายเดินออกมาจากห้องจะไปหาเพื่อนอีกที่หนึ่ง แต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์มา แล้วกล่าวหาว่าผู้ตายเดินตัดหน้ารถ แล้วก็โวยวายไม่พอใจ จากนั้นลงจากรถมาชกต่อยผู้ตาย ซึ่งเขาก็พยายามห้าม และผู้ตายก็พยายามขอโทษ แต่ผู้ก่อเหตุไม่ฟัง ก่อนจะชักมีดออกมาแทงผู้ตายแล้วหลบหนีไป ที่ผ่านมาตนและผู้ตายไม่เคยมีปัญหากับผู้ก่อเหตุ ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ก็ไม่คิดว่าจะมาเกิดเหตุเช่นนี้
ทั้งนี้ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว เป็นชาย 27 ปี สัญชาติไทย ขณะนี้ได้ขอหมายจับแล้ว
>> จับตา เสนอชื่อ "นายมงคล" ชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภา
18.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่ม สว. ในการเลือกตำแหน่งประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภา ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 23 ก.ค.นี้ ว่า สว.สายสีน้ำเงิน จำนวน 150 คน ประชุมร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องการแสดงบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินของสมาชิกวุฒิสภา และเตรียมการประชุมวุฒิสภา นัดแรก ในวันที่ 23 ก.ค.นี้ พร้อมให้ สว.ทุกคนเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน
โดยที่ประชุม สว.สายสีน้ำเงิน มีมติเสนอชื่อนายมงคล สุระสัจจะ สว. อดีตอธิบดีกรมการปกครอง สายตรงบ้านใหญ่บุรีรัมย์ เป็นประธานวุฒิสภา
ขณะที่พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ สว. อดีตผช.ผบ.ทบ. อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อนร่วมรุ่นวปอ.กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 และนายบุญส่ง น้อยโสภณ สว. อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
22.15 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.8 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 81 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> รถเก๋งเสียหลักชนรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บหญิง 1 รายอาการสาหัส กู้ภัยเร่งปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล
23.35 น. รับแจ้งจากมูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ราชบุรี มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคล ชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส บนถนนเส้นทางราชบุรี - ผาปก บริเวณทางโค้งอู่ประทีป ในพื้นที่ หมู่ที่1 ตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า คัมรี่ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหารค จอดอยู่กลางถนนสภาพหน้ารถและกระจกหน้าทีร่องรอยการเฉี่ยวชนเสียหาย ห่างออกไปบนทางเท้า พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีเขียว ป้ายทะเบียน นครสวรรค์ และใกล้กันพบผู้บาดเจ็บหญิง 1 ราย อายุประมาณ 17 - 18 ปีมีอาการสาหัส ทางอาสากู้ภัยเร่งช่วยเหลือทำ CPR แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุและ มอบให้อาสาสมัครนำร่างผู้เสียชีวิตส่งให้กับญาติทำตามพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป
>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดตาก
23.27 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.3 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.บ้านนา อ.สามเงา จ.ตาก ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน
>> แผ่นดินไหว ที่เชียงใหม่
02.49 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.0 ความลึก 3 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน
>>แผ่นดินไหว ที่เมียนมา
03.19 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.2 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 535 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน