โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ข่าวเด่นรอบโลกปี2021

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 ม.ค. 2565 เวลา 10.08 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2564 เวลา 18.02 น.

ข่าวเด่นรอบโลกปี2021

ในปี 2020 มีเรื่องราวเหตุการณ์ไม่คาดคิดอุบัติขึ้นมากมายบนโลกใบนี้ ถึงคราวส่งท้ายปี ทีมข่าวต่างประเทศมติชน ก็ขอประมวลภาพเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นในรอบปีนี้มาส่งท้ายให้ท่านผู้อ่านได้ย้อนรำลึกกันอีกครั้ง เริ่มจาก

เหตุรัฐประหารเมียนมา
นับเป็นข่าวใหญ่ของโลกและของไทย เมื่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา เกิดการรัฐประหารในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ โดยนายพลมินอ่องลาย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในวันนั้นกองทัพเมียนมาได้เข้าจับกุมควบคุมตัวนางอองซานซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ และบรรดาผู้นำพลเรือนจากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอแอลดี) ซึ่งรวมถึงนายวิน มยิน ประธานาธิบดีของเมียนมา พร้อมทั้งปิดสถานีโทรทัศน์และตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตเป็นบางช่วงด้วย หลังจากประชาชนรู้ว่าเกิดเหตุรัฐประหาร พวกเขาได้ออกมาชุมนุมประท้วงกันตามท้องถนนในนครย่างกุ้ง กรุงเนปยีดดอ และอีกหลายเมืองทั่วประเทศ นอกจากนี้พวกเขายังใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการขอความช่วยเหลือจากประชาคมโลก
เหตุชุมนุมประท้วงส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิตมากกว่า 1,000 ราย และถูกจับกุมมากกว่า 5,600 คน จนถึงบัดนี้ เวลาได้ล่วงเลยมากว่า 10 เดือนแล้ว ผู้ปกครองทหารยังคงยึดอำนาจเช่นเดิม ประชาชนเคยหวังพึ่งองค์กรระหว่างประเทศอย่างสหประชาชาติ แต่ก็ดูเหมือนจะทำได้แค่ประณามการกระทำของเมียนมาและชาติตะวันตกก็ทำได้เพียงคว่ำบาตร อย่างไรก็ตามผู้ที่ได้รับผลลกระทบก็คือประชาชนเมียนมา ที่ต้องเผชิญทั้งภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อกองทัพประชาชนทำอะไรไม่ได้ ก็ลุกขึ้นฝึกฝนร่างกาย จับอาวุธ และลุกขึ้นสู้กับทหาร ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิง เพราะพวกเขาคิดว่านี่เป็นหนทางสุดท้ายในการต่อต้านกองทัพเมียนมา

ทาลิบันหวนคืนอำนาจ (อีกครั้ง)
15 สิงหาคม เป็นเหมือนฝันร้ายของชาวอัฟกัน เมื่อกลุ่มติดอาวุธทาลิบันยึดครองกรุงคาบูลและประเทศอัฟกานิสถานได้อีกครั้ง หลังจากที่เคยปกครองอัฟกานิสถานเมื่อปี 1996 การตัดสินใจถอนกำลังทหารอเมริกันออกจากอัฟกานิสถานของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา เพื่อจะยุติสงครามยาวนานครั้งประวัติศาสตร์ของสหรัฐถึง 20 ปีภายในสิ้นเดือนกันยายน เป็นสาเหตุที่ทำให้กลุ่มทาลิบันในอัฟกานิสถานสามารถยึดเมืองต่างๆได้ก่อนจะยึดกรุงคาบูล เมืองหลวงอันเป็นที่มั่นสุดท้าย ขณะที่ประธานาธิบดีอัฟกานิสถานชิงขึ้นเครื่องเพ่นหนีออกไปก่อน 1 วัน เหตุการณ์ในวันนั้นเต็มไปด้วยความโกลาหลวุ่นวายทั่วกรุงคาบูล มีรายงานผู้คนวิ่งเหยียบกันตาย เนื่องจากทุกคนต่างมุ่งหน้าไปยังสนามบินเพื่อหวังจะได้ลี้ภัยออกจากประเทศที่สิ้นหวังแห่งนี้ ในขณะที่สหรัฐ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศสและอีกหลายประเทศ ทยอยส่งเครื่องบินมารับพลเมืองของตน และชาวอัฟกันที่ขอลี้ภัย
นับจากนั้นอัฟกานิสถานภายใต้การปกครองของทาลิบันเต็มไปด้วยการจำกัดสิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะเสรีภาพของผู้หญิง หลังจากการยึดครองของทาลิบัน ผู้หญิงไม่สามารถไปทำงานได้ นักเรียนหญิงมัธยมไม่ได้รับอนุญาตให้ไปโรงเรียน และล่าสุดห้ามผู้หญิงเล่นละครโทรทัศน์ นอกจากนี้การตั้งตนเป็นผู้ปกครองของทาลิบันซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ส่งผลให้หลายประเทศคว่ำบาตรและไม่ส่งเงินช่วยเหลือไปยังอัฟกานิสถาน การกระทำดังกล่าวซ้ำเติมความยากลำบากของชาวอัฟกันที่เผชิญทั้งปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งนานาชาติควรเร่งช่วยเหลือประชาชนชาวอัฟกันก่อนที่อะไรๆจะเลวร้ายไปกว่านี้

วิกฤตโควิด-19 ในปี 2021
ตามมาด้วยข่าวการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังคงเป็นเรื่องใหญ่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีก่อน และในปีนี้โควิด-19 ยังคงแผลงฤทธิ์อยู่เช่นเดิม ล่าสุดทั่วโลกมีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมรวมกันทะลุ 260 ล้านคนแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือผู้คนไม่ได้ล้มตายมากเท่าปีก่อนแล้วแม้จะมีผู้ติดเชื้อมากขึ้นก็ตาม ซึ่งเป็นผลมาจากการฉีดวัคซีนต้านโควิดมที่ครอบคลุมมากขึ้น และการตรวจหาเชื้อแบบแอนติเจนที่ทำได้ง่ายและรู้ผลในทันที ด้วยสาเหตุที่กล่าวมาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สหรัฐอเมริกา ยุโรปและอีกหลายประเทศเริ่มกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ระยะหนึ่ง นอกจากการฉีดวัคซีนที่แพร่หลายมากขึ้น ยังมีการผลิตยารักษาโควิดออกมาแล้วด้วย โดยมีทั้งแบบยาเม็ดและยาฉีด นับเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ล่าสุดในการรักษาโควิด-19 โดยขณะนี้มียารักษาโควิดชนิดเม็ดอยู่ 2 ยี่ห้อได้แก่ของบริษัทไฟเซอร์และของบริษัทเมอร์คซึ่งได้เปิดให้สั่งซื้อแล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อกำลังเพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลกเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อโอมิครอน ซึ่งล่าสุดพบเชื้อโอมิครอนแล้วใน 117 ประเทศและดินแดนทั่วโลก ส่วนผู้ติดเชื้อโอมิครอนอยู่ที่ 188,010 คน ทั้งมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 32 ราย จากการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์ทำให้หลายประเทศทั่วโลกใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด ในขณะที่บริษัทผู้ผลิตวัคซีนหลายแห่งเร่งพัฒนาวัคซีนรุ่นใหม่เพื่อป้องกันเชื่อโอมิครอนโดยเฉพาะ

โลกร้อนโลกรวน
ปฎิเสธไม่ได้ว่าปี 2021 เป็นปีที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงมาก ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมและดินถล่มในแคนาดา เยอรมนีและจีน หรือไฟป่าในประเทศแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและสหรัฐอเมริกา ภัยพิบัติเช่นนี้มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นผลของอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ประชาคมโลกต้องเร่งแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในโดยด่วน โดยในที่ประชุมค็อป26 หรือการประชุมสุดยอดผู้นำโลกด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จัดโดยสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่มีผู้นำเข้าร่วมประชุมเกือบ 200 ประเทศทั่วโลก โดยมีการพูดคุยถึงเรื่องเป้าหมายในการลดการปล่อยคาร์บอนภายเป็นศูนย์ในปี 2050 และการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าการประชุมที่เกิดขึ้นจะไม่ได้ทำให้ประเด็นในเรื่องโลกร้อนมีความคืบหน้านัก โดยนายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติยอมรับว่า การบรรลุเป้าหมายไม่ให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเกิน 1.5 องศาแทบไม่มีหวังแล้วเพราะคำมั่นจากผู้นำประเทศต่างๆก็ไม่เพียงพอที่จะรักษาเป้าหมายนั้นไว้ ตราบใดที่ยังมีการใช้โรงงานไฟฟ้าถ่านหินและพลังงานฟอสซิล

การบุกรัฐสภาด้วยการปลุกระดมของทรัมป์
ในช่วงเที่ยงของวันที่ 6 มกราคม 2020 ภาพที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นในประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกาก็ได้เห็น เมื่อผู้สนับสนุนของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐในขณะนั้นจำนวนหลายร้อยคนบุกโจมตีอาคารรัฐสภา ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของระบอบประชาธิปไตยของอเมริกา พวกเขาพยายามจะขัดขวางการนับคะแนนเพื่อรับรองชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการของนายโจ ไบเดน ที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนปีก่อน และต้องการเรียกร้องความยุติธรรมให้นายทรัมป์ที่อ้างว่า ตัวเองถูกพวกเดโมเครตฝ่ายซ้ายปล้นคะแนนเสียงเลือกตั้งไป หลังจากที่ก่อนหน้านี้นายทรัมป์ได้ออกมากล่าวว่าปลุกระดมให้ผู้สนับสนุนของตนออกไปแสดงพลังผ่านทางโซเชียลมีเดีย ในวันนั้นขณะที่ผู้สนับสนุนได้บุกเข้าไปในอาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจก็รีบอพยพเจ้าหน้าที่ออกไปจากอาคาร สุดท้ายเจ้าหน้าที่ได้เคลียร์บรรดาผู้ประท้วงออกไปจากรัฐสภาและการนับคะแนนกลับมานับต่ออีกครั้งจนเรียบร้อย ในช่วงเช้าของวันที่ 7 มกราคม นายไมค์ เพนซ์ อดีตรองประธานาธิบดีได้ประกาศรับรองชัยชนะของนายไบเดน จากเหตุการณ์อัปยศบุกรัฐสภาสหรัฐ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ประท้วงเสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บกว่าร้อยคน ส่วนค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอาคารและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยทะลุ 30 ล้านดอลลาร์แล้วและอาจเพิ่มขึ้นอีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...