โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สาวนั่งขายของอยู่ในร้าน อยู่ๆมีคนแปลกหน้าเข้ามาหาที่ร้าน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 01 ต.ค. 2565 เวลา 23.51 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
สาวนั่งขายของอยู่ในร้าน อยู่ๆมีคนแปลกหน้าเข้ามาหาที่ร้าน

เรียกได้ว่าทำเอางงกันเลยทีเดียว เพราะอยู่ดีๆก็โดนผู้ชายมาต บ หน้าทั้งๆที่ไม่รู้เรื่อง เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 65 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากแม่ค้าร้านขายของมือ 2 ในพื้นที่ จ.นครปฐม โดยได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดมาแสดงเพื่อขอความเป็นธรรมและติดตามคดีหลังจากถูกชายกลางคนบุกเข้ามาต-บภายในร้านจำหน่ายสินค้ามือ 2

ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักกันมาก่อนโดยได้ไปแจ้งความเอาไว้แล้วตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 65 ที่ผ่านมา หวั่นคดีจะไม่คืบและถูกชายคนดังกล่าวกลับมาทำร้ายอีกเลยร้องเรียนสื่อฯ

โดย น.ส.อุมารินทร์ รุจยากรกุล หรือ ตูน อายุ 27 ปีชาว จ.นครปฐม บอกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 65 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.30 น. ขณะที่ตนเองกำลังขายของอยู่ที่ร้านขายของมือ 2 และสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ โดยอยู่ที่ตลาดนัดแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวมีตนเอง แม่ น้องชาย และน้องสะใภ้กำลังนั่งขายของอยู่ได้มีรถกระบะยี่ห้องฟอร์ดสีส้ม มาจอดแถว ๆ หน้าร้านและมีชายกลางคนอายุประมาณ 32 ปี มาทราบทีหลังว่าชื่อเล่นว่าแบงค์ ได้เดินลงมาจากรถและตรงมาหาตนเองและเดินตรงมาขอตบตนเอง ซึ่งก็ได้บอกว่าใครเป็นคนขับรถคันสีดำและขอต-บหน้าจัง ๆ 1 ทีได้ไหม ตนเองก็บอกว่าต-บไม่ได้

ไม่ได้รู้จักกัน จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ได้เข้ามาต-บตนเองซึ่งได้เอี้ยวตัวหลบโดนที่ไหล่ตามคลิบที่ปรากฏ น.ส.อุมารินทร์ เล่าว่าตอนนี้ตนเองได้ไปแจ้งความไว้แล้วเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 65 ทันที ซึ่งคู่กรณีที่เป็นสามีภรรยากันก็ได้ไปพบกับตนเอง ซึ่งได้บอกกับตนเองว่าเรื่องเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. 65 เนื่องจากทั้ง 2 สามีภรรยา ได้มานั่งทานข้าวที่ตั้งอยู่ติดกับร้านตนเองและทางภรรยาได้สังเกตเห็นได้ว่าสามีคือนายแบงค์ได้มองตนเองตั้งแต่ช่วงที่เดินไปสั่งข้าวและลุกนั่งไปมากระทั่งขึ้นรถจะกลับบ้านแต่ทั้ง 2 คน ได้เข้ามาคุยแล้วบอกว่ารถสีดำของตนเองนั้นสวย และทางภรรยาได้แนะนำชื่อของสามีและมาบอกชื่อพ่อและแม่ให้ฟังซึ่งตนเองก็ยังงงว่าจะมาบอกเพื่ออะไรเพราะ ๆ ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ในโรงพักภรรยาเขาบอกว่าหลังจากกลับไปแล้วสามีได้ไปจำภาพของตนเองไปทำเรื่องอย่างว่าและเกิดมีปากเสียงกัน โดยภรรยาเขาบอกว่าสามีนั้นเป็นคนมีแต่เรื่องอย่างว่าเต็มหัวไปหมด เมื่อทะเลากันแล้วทางภรรยาให้ยืนยันความบริสุทธิ์ใจโดยบอกว่าสามีมาต-บหน้าเพื่อแสดงว่าไม่ได้คิดอะไรกับเรา วันรุ่งขึ้นเขาก็มาจอดรถรอจังหวะให้คนน้อยและบุกลงมาตามคลิบที่เห็น

น.ส.อุมารินทร์ บอกต่อว่าหลังจากแจ้งความทางตำรวจได้ให้ตนเองไปตรวจที่โรงพยาบาล ซึ่งตอนนี้ไม่ทราบว่าตำรวจไปเอาผลตรวจร่างกายหรือยัง ซึ่งตอนแรกคิดจะแจ้งความในฐานบุกรุก แต่ทางตำรวจบอกว่าแจ้งบุกไม่ได้เพราะร้านของเราไม่มีเลขที่และยังเป็นร้านค้าสถานที่เปิด จึงได้ให้ไปตรวจไว้ ซึ่งเจตนาตนเองคือต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเ พราะยังไม่เข้าใจว่าเหตุการณ์แบบนี้มาเกิดขึ้นกับตนเองได้อย่างไร เพราะวันที่ไปกินข้าวและวันที่เขามาต-บก็ไม่ได้แต่งตัวไม่เรียบร้อยอะไรเลย เรื่องนี้อยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุดและได้ปรึกษากับทนายความเอาไว้เบื้องต้นเพราะกลัวคดีจะเงียบ รวมถึงกลัวเขาจะกลับมาทำร้า-ยอีกเพราะร้านเราเปิดโล่งไม่มีรั้วซึ่งก็ทำงานกันแบบครอบครัวไม่ได้มีใครมาช่วยดูแลเราด้วย

ด้าน นายแบงค์ บอกว่าเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากการที่ตนทะเลาะกับภรรยาก่อนหน้านี้ ตนจึงอยากแสดงความบริสุทธิ์ใจให้ภรรยาเห็นว่าตนไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนดังกล่าว ตนไม่ได้รู้จักกับผู้เสียหายมาก่อน แต่ตนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ตนรู้ว่าตนผิด แต่ตนไม่ได้ตบหน้าของผู้เสียหาย ตนเพียงแตะเท่านั้น ตนพยายามจะเจรจากับอีกฝ่ายแล้วแต่อีกฝ่ายไม่ยอมเจรจาด้วย โดยตนไม่ขอลงรายละเอียดไปมากกว่านี้ เพราะอยากให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ตนได้รับบทเรียนแล้วไม่อยากพูดอะไรมาก ตนไม่ได้หนีโดยขณะนี้ตนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวไปพบ ตนอยากให้สื่อเห็นใจ ตนยอมรับผิดแต่ตนไม่อยากเป็นข่าว เนื่องจากตนกับภรรยามีลูกเล็กอีกทั้งแม่ของตนกับแม่ของภรรยายังป่วยหนัก ซึ่งตนเกรงว่าครอบครัวจะรับไม่ได้ แล้วส่งผลกระทบกับครอบครัว ซึ่งใครจะรับผิดชอบครอบครัวของตน

ขอบคุณ ข้อมูลและภาพข่าวจากอัมรินทร์ทีวี 34

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...