โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

6 วิธีทำให้ฟันขาวขึ้น ด้วยวิธีธรรมชาติ

Inzpy

อัพเดต 12 ต.ค. 2565 เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2565 เวลา 09.57 น. • inzpy.com

ปัญหาฟันเหลืองสามารถเกิดได้กับทุกคน ไม่ว่าเราจะแปรงฟันครบ 2 ครั้งต่อวันแล้วก็ยังหลีกเลี่ยงกับปัญหานี้ไปไม่ได้ ขึ้นอยู่กับการกินของแต่ละคนด้วยเช่นกันค่ะ ทุกวันนี้มีวิธีการทางการแพทย์ที่สามารถช่วยได้แต่ต้องแลกมาด้วยการใช้สารเคมีต่าง ๆ เข้ามาเคลือบ ฟอกฟันให้ดูขาวขึ้น

ก่อนอื่นเรามารู้กันก่อนว่า “ทำไมฟันถึงได้เหลืองขึ้น?”

สารเคลือบฟันบางขึ้น เนื่องด้วยชั้นนอกของฟันเราประกอบไปด้วยสารเคลือบฟันซึ่งมีสีที่เกือบขาวอยู่ทำหน้าที่คอยปกป้องโครงสร้างชั้นฟันที่อยู่ลึกลงไป โดยในเรียกว่าเนื้อฟันซึ่งมีสีเหลืองน้ำตาล เมื่อชั้นนอกที่มีสารเคลือบฟันบางลงหรือสึกกร่อน เนื้อฟันแท้จะโผล่ออกมาให้เห็นง่ายขึ้นเป็นเหตุให้ฟันของเราดูเข้มขึ้นนั่นเอง

นอกจากนี้การรับประทานอาหารที่เป็นกรดบ่อย ๆ การเป็นโรคเหงือก รวมถึงอายุเพิ่มมากขึ้นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้สารเคลือบฟันสึกหรอได้ตามธรรมชาติด้วยค่ะ

คราบ การรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม อย่างเช่น กาแฟ หรือชา ทำให้ฟันเกิดคราบและทำให้สารเคลือบฟันเสื่อมสภาพลงเร็วได้เช่นกัน ปัจจัยนอกจากการดื่มการกินแล้ว การสูบบุหรี่ หรือยาสูบต่าง ๆ ก็ทำให้ฟันเหลืองขึ้นและเกิดคราบได้เร็ว

วิธีปรับฟันให้ขาวขึ้นที่คนมักเข้าใจผิด งดใช้สิ่งเหล่านี้เพราะอาจจะทำให้เหงือกและฟันมีปัญหาได้

  • เลมอน
  • ส้ม
  • แอปเปิลไซเดอร์
  • ถ่านกัมมันต์

Inzpy จึงไปรวบรวมข้อมูลมาให้เพื่อน ๆ ได้นำ 6 วิธีทำให้ฟันขาวขึ้น ด้วยวิธีธรรมชาติ พร้อมแล้วเราไปดูกันเลย

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน

วิธีทำให้ฟันขาวขึ้น

คนที่ชอบดื่มกาแฟ ชา ไวน์หรือน้ำผลไม้บางชนิดก็มีส่วนทำให้ฟันเหลืองได้ อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าการรับประทานอาหารที่มีกรดทำให้สารเคลือบฟันลดลง เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการบริโภคส้ม กาแฟ และโซดาบ่อย ๆ หรือเมื่อบริโภคของเหล่านี้แล้วรอสัก 30 นาทีแล้วค่อยแปรงฟันค่ะถ้าแปรงเลยอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ และทางที่ดีควรลดการสูบบุหรี่หรือเลิกขาด ลดความเสี่ยงของคราบนิโคตินได้แถมยังป้องกันฟันผุและโรคเหงือกได้อีกด้วยค่ะ

  • ออยล์พูลลิง (Oil Pulling)

เป็นคำที่ใช้ล้างปากด้วยน้ำมันเพื่อขจัดสิ่งสกปรกแบคทีเรีย และเศษขยะตกค้างในช่องปากแทนการแปรงฟันและการใช้ไหมขัดฟัน ลองบ้วนปากด้วยน้ำมันอมไว้ในลำคอประมาณ 20 นาทีหลังการแปรงฟันแล้วบ้วนทิ้ง น้ำมันที่สามารถนำมาใช้บ้วนปากได้มีดังนี้ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันงา

  • แปรงฟันด้วยเบกกิ้งโซดา

วิธีทำให้ฟันขาวขึ้น

ใครจะไปเชื่อว่าเบกกิ้งโซดาสามารถขจัดคราบบนผิวฟันได้อย่างอ่อนโยน โดยเจ้าเบกกิ้งโซดาช่วยต่อต้านแบคทีเรีย ช่วยลดคราบพลัคและป้องกันฟันผุได้ด้วยค่ะ

  • ใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์

ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เป็นสารฟอกฟันขาวชนิดอ่อนที่สามารถช่วยให้ฟันขาวขึ้น เพื่อน ๆ สามารถใช้คู่กันกับเบกกิ้งโซดาได้ด้วย ผสมทั้ง 2 เข้ากัน แล้วแปรงฟันเบา ๆ 1-2 นาที ทำได้ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ไม่ควรทำบ่อย ๆ นะ เพราะไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์อาจไปเพิ่มความไวต่อฟัน จึงไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องการเสียวฟันอยู่ก่อนแล้วค่ะ

  • ผลไม้ช่วยให้ฟันขาวได้นะ

เอนไซม์ Papain และ Bromelain ที่มีในมะละกอและสับปะรดสามารถทำให้ฟันขาวขึ้นได้ จากการศึกษาในปี 2020 พบว่าเจลฟอกสีฟันที่มีเอนไซม์ Papain และ Bromelain มีศักยภาพพอที่จะทำให้ฟันขาวขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการวิจัยยังบอกว่าเลี่ยงการนำผลไม้ดังกล่าวมาถูฟันโดยตรง เนื่องจากกรดในผลไม้จะทำให้สีฟันของเราแย่ลงค่ะ

  • กินอาหารที่มีไฟเบอร์สูง

วิธีทำให้ฟันขาวขึ้น

การรับประทานผักที่มีเส้นใยสูงและตระกูลถั่วบางชนิดสามารถช่วยแก้กรดในปากและยังป้องกันสารเคลือบฟันได้ ถั่วและผักใบเขียวอย่างผักโขมจะกระตุ้นปากให้ผลิตน้ำลายมากขึ้นซึ่งนั่นจะช่วยทำความสะอาดปากจากกรดต่าง ๆ ที่รับประทานเข้าไป

คราวนี้ก็ถึงบางอ้อกันเลย ใครที่ไม่อยากเสี่ยงเรื่องของสารเคมีก็สามารถใช้วิธีแบบเบสิก ๆ แบบนี้ได้เลยนะคะ หวังว่าเพื่อน ๆ จะชอบบทความ 6 วิธีทำให้ฟันขาวขึ้น ด้วยวิธีธรรมชาติ นี้นะคะ คราวหน้าถ้า Inzpy มีเคล็ดลับอะไรดี ๆ จะไม่ลืมนำมาฝากเพื่อน ๆ แน่นอนค่ะ

source:https:www.medicalnewstoday.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...