โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พีระเดช ตรงกิจไพศาล ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหล่อโลหะไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ก.ย 2565 เวลา 14.49 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2565 เวลา 05.14 น.

สัมภาษณ์พิเศษ

อุตสาหกรรมหล่อโลหะ จัดเป็น 1 ในอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจมาเป็นระยะเวลายาวนาน โดยงานหล่อโลหะเริ่มจากเปลี่ยน “เศษเหล็ก” เป็นของเหลวหรือเป็น “น้ำเหล็ก” เทใส่แม่พิมพ์เพื่อให้ได้ชิ้นงานตามต้องการ

โดยอุตสาหกรรมนี้ถือเป็นอุตสาหกรรมกลางน้ำ ที่มีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหลาย ๆ ประเภท ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ที่หล่อชิ้นส่วนยานยนต์ต่าง ๆ, เครื่องจักรกลการเกษตร, ระบบลำเลียง “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ นายพีระเดช ตรงกิจไพศาล นายกสมาคมอุตสาหกรรมหล่อโลหะไทย ถึงเทรนด์อุตสาหกรรมนี้ในอนาคต

ภาพรวมอุตสาหกรรม

สมาชิกสมาคมตอนนี้มีประมาณ 123 ราย แบ่งเป็น กลุ่มบนจะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมจากบริษัทจอยต์เวนเจอร์กับต่างประเทศ (ญี่ปุ่น-เกาหลี-ไต้หวัน) ที่มาลงทุนในบ้านเราเป็นซัพพลายเชนขนาดใหญ่ มีกลุ่มยานยนต์เป็นหลัก ส่วนอีกกลุ่มคือ กลุ่มระดับกลางที่เป็นบริษัทไทยที่มีศักยภาพที่เติบโตมากขึ้น

จะเน้นผลิตพวกออโตเมชั่น อุตสาหกรรมที่มีรายละเอียดที่ชัดเจนแน่นอน นอกจากนี้เรายังมีสมาชิกที่เป็น SMEs ที่ทำงานรับจ้างคละ ๆ กันไป ซึ่งก็อาจจะมีมากกว่านี้ แต่ในปี 2565 เป้าหมายจะเพิ่มจำนวนสมาชิกเป็น 200 ราย

โดยมูลค่าการตลาดของอุตสาหกรรมหล่อโลหะ ถ้าอิงกับอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างที่บอกว่า ปีที่ผ่านมาเราผลิตรถยนต์ได้ประมาณ 1.8 ล้านคัน ดังนั้นงานหล่อจะอยู่ที่ประมาณ 20% ของมูลค่า หรือน่าจะแตะ 100,000 ล้านบาท เพราะงานมันซ่อนอยู่ในหลาย ๆ อย่าง

ทั้งอุตสาหกรรมก่อสร้าง เทคโนโลยี ก่อสร้างทางด่วน ก่อสร้างรถไฟฟ้า ภาพรวมในช่วงครึ่งปีแรกอุตสาหกรรมนี้เติบโตขึ้น 20-30% ส่วนแนวโน้มของอุตสาหกรรมในครึ่งปีหลัง ถ้าจีนยังไม่เปิดประเทศและสหรัฐกับจีนยังไม่มีอะไรที่ชัดเจน ผมว่าทางผู้ที่หางานยังมีระดับที่จะเติบโตไปได้มากกว่า มีแนวโน้มที่ทรงตัวค่อย ๆ ขยับขึ้นเรื่อย ๆ ประเมินว่า การเติบโตในปีนี้น่าได้สัก 15-20% แน่ ๆ

ลูกค้าจีนหันมาจ้างไทย

ปัจจัยที่ทำให้อุตสาหกรรมของเราเติบโตนั้น ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน สหรัฐกับจีนขัดแย้งกัน ทำให้ผู้ว่าจ้างต่าง ๆ ที่เคยไปจ้างจีน เนื่องจากราคาถูก ก็หันมาหาเรา เหตุผลที่ 2 คือ พอมาเจอโควิด-19 จีนปิดประเทศ ผู้จ้างก็ต้องยิ่งกลับมาไทยมากขึ้น ทำให้ตอนนี้เราเองไม่ได้ผลิตงานหล่อโลหะเพื่อซัพพลายในประเทศอย่างเดียว

แต่เราผลิตซัพพลายส่งให้ต่างประเทศด้วย มีสัดส่วนการส่งออกประมาณ 30% อีกอย่างคือ “ค่าเงินบาท” ที่อ่อนมากด้วย อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีแรก อาจมีภาวะจากวัตถุดิบที่ปรับราคาขึ้น โดยเฉพาะตัวเศษเหล็กรูปภัณฑ์ ที่ปรับราคาขึ้นประมาณ 15-20% ถ้าพูดถึงต้นทุนนี้ อุตสาหกรรมหล่อโลหะ เป็นต้นน้ำ

ดังนั้นการเริ่มต้นที่จะปรับราคา พอราคาเศษเหล็กขึ้น เราไม่สามารถที่จะปรับขึ้นตามได้เลย เพราะบริษัทใหญ่ ๆ จะมีรอบในการปรับเป็นไตรมาสช่วงแรก ๆ ทำให้เราก็ต้องรับภาระเรื่องราคามาก่อน

โดยโรงหล่อระดับกลางจะหาซื้อเศษเหล็กภายในประเทศมากกว่า ไม่รวมเศษเหล็กที่โรงหล่อก่อสร้างที่ใช้เหล็กเยอะ จึงต้องนำเข้า ดังนั้นสิ่งที่กระทบค่าเงินก็คือ ราคาวัตถุดิบ สารเคมี ที่ประเทศไทยไม่มี เช่น เฟอโรซิลิกอน เฟอโรคาร์บอน เฟอโรแมงกานีส พวกอัลลอยต่าง ๆ

เป็นสิ่งที่นำเข้าหมดเลย อย่างราคาเศษเหล็กเมื่อต้นปีนี้ขยับขึ้นเป็น 20 กว่าบาท/กก. ย้อนไปเมื่อปี 2564 ตอนนั้นแค่ 12 บาท เมื่อปลายปีจนถึงต้นปีขึ้นเป็น 21-22 บาท/กก. แล้วพอมาช่วงกลางปี เทรนด์เริ่มลงมานิด ๆ อยู่ที่ 18 บาท/กก. ก็อ่อนตัวลงมานิดนึงตามราคาเหล็กโลก

รถ EV จุดเปลี่ยนอุตสาหกรรม

เรื่องนี้ก็พูดกันมาพอสมควร แต่ผมยังมองว่าแนวโน้มเครื่องยนต์สันดาปน่าจะไปอีก 10-15 ปี ส่วนรถ EV ที่เข้ามาก็จะมาแทรกในตลาดต่าง ๆ คนซื้อก็ต้องชั่งใจอยู่เหมือนกันคงไม่เปลี่ยนแปลงขนาดนั้น ผมว่าอุตสาหกรรมหล่อยานยนต์ก็ยังคงอยู่ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง สัก 10 ปีขึ้นไปน่าจะมองเห็นภาพผลกระทบจากรถ EV ว่ามากน้อยแค่ไหน เพราะหากรถยนต์ EV เข้ามาแทนที่รถสันดาปตัวเครื่องยนต์คงหายไปแน่ ๆ

แต่พวกช่วงล่างยังอยู่เหมือนเดิม อาทิ ดรัมเบรก ดิสก์เบรก ตัวระบบตรงนี้ยังคงอยู่เหมือนเดิม สุดท้ายผมว่าอุตสาหกรรมเหล็กน่าจะเปลี่ยนเป็นอุตสาหกรรมที่หล่ออะลูมิเนียมที่เบาขึ้น

แต่ช่วงนี้รัฐบาลไทยพยายามผลักดันรถยนต์ EV ให้เข้ามาลงทุนบ้านเรามากขึ้น ก็มีบริษัทจีน ไม่ว่าจะเป็น BYD หรือแบรนด์อื่นเข้ามา ตอนนี้เป็นในลักษณะของการนำเข้ารถ EV ทั้งคัน เราคงใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการหาซอร์ซิ่งประกอบเข้ามาเรื่อย ๆ คงใช้ระยะเวลาอีก 1-2 ปี ในการหาแหล่งหรือทดลองประกอบกันต่าง ๆ

มีแค่บริษัท เกรท วอลล์ฯ อย่างเดียวที่มีโรงงานประกอบในบ้านเรา และเท่าที่ทราบ เกรท วอลล์ฯ มีมาใช้ระบบช่วงหน้ากับอุตสาหกรรมเรา ซอร์ซิ่งในบ้านเรา บางอย่างก็ทำในบ้านเราแล้วก็ซัพพลายของเขาอยู่แล้ว

แต่หากถามผมว่า EV จะเป็นโอกาสหรือความท้าทาย ผมว่าทุกอย่างมีโอกาส ผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้มันเหมาะสมกับเทรนที่มันเปลี่ยนแปลงไป ทุกคนก็พยายามหาช่องทางที่เหมาะสมตรงนั้นมากกว่า

ค่าไฟ-แรงงานกระทบโรงหล่อ

ตอนนี้โดนแต่ค่าไฟฟ้า เพราะการหล่อใช้เตาไฟฟ้าในการหลอมโลหะ ฉะนั้นค่าไฟฟ้ามีผลกระทบค่อนข้างจะมากที่มันปรับขึ้นมา แต่เราไม่สามารถจะผลักภาระให้กับลูกค้าปลายทางได้ เรารับก่อนเลยลำดับแรก ปรับค่าแรงมาปุ๊บ ผู้ประกอบการจุกก่อนเลย

เพราะเราต้องจ่ายค่าแรงงานที่เพิ่มขึ้น สมัยก่อนเราอิงจากเรื่องของราคาเศษเหล็กได้ เศษเหล็กเท่าไหร่ ราคาเท่าไหร่ ปรับเท่าไหร่ แต่ตอนนี้กลายเป็นเรื่องของพลังงานที่เกี่ยวข้อง แล้วที่สำคัญมองในเรื่องการทำคาร์บอนซีโร่นั้น ก็เป็นต้นทุนของเราที่ต้องปรับเปลี่ยนไปด้วยเหมือนกันไม่ช้าก็เร็วอีก 10 ปีข้างหน้าประมาณปี 2050

ดังนั้นอุตสาหกรรมหล่อโลหะก็ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งพลังงานไฟฟ้าที่มาจากฟอสซิลก็มีค่าคาร์บอนซีโร่ติดมาด้วย เราเองก็ต้องหาเทิร์ดปาร์ตี้มาคำนวณหาว่า มีคาร์บอนที่จะใช้ประมาณเท่าไหร่ ซึ่งการที่จะปรับไปสู่คาร์บอนซีโร่ต้องทำอย่างไร

นั่นกำลังเป็นสิ่งที่ถกเถียงกัน แต่สิ่งที่คุยกันตอนนี้คือ ต้นทางที่ผลิตไฟฟ้าเปลี่ยนวิธีนำก๊าซมาใช้เป็นพลังงาน ส่วนหนึ่งเราต้องไปนั่งหาซื้อคาร์บอนเครดิตได้ขนาดไหน ยังเป็นเรื่องที่คุยกันไม่ชัดเจน

อุตฯ 4.0 แต่ยังต้องปรับตัว

จริง ๆ แล้วอุตสาหกรรมหล่อโลหะเป็นอุตสาหกรรมย้อนยุคสัก 2.0 เป็นหลัก ๆ ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นอุตสาหกรรม 4.0 อุตสาหกรรมภาคหล่อต่าง ๆ ก็ยังต้องปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นการนำเรื่องออโตเมชั่นเข้ามาช่วยมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือการทำซิมูเลชั่น ที่ทำงานได้สะดวกง่ายขึ้นและลดของเสียออกไป

สิ่งที่สำคัญที่เห็นภาพหลัก ๆ ปัญหาในอนาคตที่เราเจอแน่ ๆ ก็คือ เรื่องแรงงาน เพราะฉะนั้นอุตสาหกรรมหล่อที่มีทั้งภาวะ ทั้งฝุ่น แดด ร้อน คนงานจะไม่ค่อยเข้ามาในสายอุตสาหกรรมนี้มากเท่าที่ควร

ผมจึงอยากจะฝากรัฐบาลเรื่องของแรงงาน เราพยายามส่งเสริมให้เด็กของเราจบปริญญาตรีมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เราไม่ได้ส่งเสริมให้เด็กเราเนี่ยมีด้านเรื่องของสายอาชีพ ปวช. ปวส. มันทำให้แรงงานที่ต้องเข้ามาในภาคนี้หายไปหมด มีแต่เอ็นจิเนียร์ที่อยากจะทำงานอะไรที่มันง่าย ๆ ในงานที่มันเป็นงานฮาร์ดคอร์ต่าง ๆ ที่เราเป็นสายอาชีพหายหมดเลย

ขณะที่โรงหล่อโลหะ 1,000 พันตันใช้คนประมาณเกือบ 100 คนแล้ว ปีหนึ่งกี่พันตันแสนตัน ในส่วนอุตสาหกรรมก็ได้มีการขับเคลื่อน โดยการเตรียมจัดงาน GIFA METEC 2022 วันที่ 5-7 ต.ค. 2565 ถือเป็นการเลือกเมืองไทยมาจัดงานในอาเซียนเป็นครั้งแรกเป็นเรื่องที่ดีที่ดึงเอาเทคโนโลยีมาแสดงในเมืองไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...