โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

บ้านไร่ อุทัยธานี มีทุเรียน “สวนคุณวิโรจน์” ปลูกพืชผสมผสาน รสดี ปลอดภัย

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 31 พ.ค. 2565 เวลา 02.28 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 21.00 น.

อุทัยธานี โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอบ้านไร่ นับเป็นอีกแห่งที่ปลูกไม้ผลหลายชนิดได้มีคุณภาพ อันเนื่องมาจากความอุดมสมบูรณ์ของสภาพอากาศ ตลอดถึงทรัพยากรทางธรรมชาติ จนทำให้ชาวบ้านหันมาปลูกไม้ผลผสมผสานสร้างรายได้

คุณวิโรจน์ เผ่าพันธ์โพธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 7 ตำบลคอกควาย อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเคยยึดอาชีพปลูกพืชไร่หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น สับปะรด ข้าวโพด และมันสำปะหลัง แต่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ จึงเปลี่ยนมาปลูกทุเรียนเป็นหลัก แล้วเสริมด้วยไม้ผลหลายชนิดแบบผสมผสาน จำนวน 35 ไร่ พร้อมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ในชื่อ “สวนคุณวิโรจน์” ดึงนักชิมผลไม้เข้ามาอุดหนุนสร้างรายได้อย่างงดงาม

คุณวิโรจน์ ปลูกทุเรียนเมื่อ 25 กว่าปีที่ผ่านมา ด้วยการไปหาซื้อกิ่งพันธุ์ทุเรียนมาจากจังหวัดจันทบุรี ได้แก่ หมอนทอง ก้านยาว และชะนี ใช้วิธีและแนวทางปลูกแบบธรรมชาติ ลักษณะพื้นที่มีทั้งพื้นราบและลาดเอียง

กระทั่งได้ผลผลิตรุ่นแรกพบว่ารูปลักษณะผลยังขาดคุณภาพ แต่เนื้อและรสชาติอยู่ในเกณฑ์ดี ภายหลังได้รับการแนะนำจากทางสำนักงานเกษตรอำเภอ แล้วพาไปดูวิธี ขั้นตอน กระบวนการปลูกทุเรียนคุณภาพในเรื่องการปัดดอก การตัดแต่งกิ่ง การใส่ปุ๋ย ดูแลโรค/แมลง จากสวนมาตรฐานหลายแห่งทางจังหวัดระยองและจันทบุรี

การนำเทคนิคเหล่านั้นกลับมาพัฒนาปรับปรุงวิธีการปลูกและการดูแลทุเรียนอย่างถูกต้อง ทำให้ผลผลิตทุเรียนในสวนคุณวิโรจน์เริ่มมีคุณภาพได้มาตรฐาน มีรสชาติอร่อย เนื้อแห้ง กรอบ เมล็ดลีบเล็ก ฉะนั้น เมื่อเห็นว่าปลูกทุเรียนได้ผลตามเป้าหมาย เจ้าของสวนรายนี้จึงต่อยอดเพิ่มไม้ผลปลูกอีกหลายชนิดเพื่อสร้างรายได้อีก ไม่ว่าจะเป็นเงาะ มังคุด กระท้อน หรือแม้แต่ไม้ผลทางเหนืออย่างลำไยด้วย

พื้นที่อำเภอบ้านไร่ ถือว่ามีความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ทั้ง ดิน ฟ้า อากาศ ดินดี น้ำดี เป็นอำเภอที่มีพื้นที่ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติเช่นนี้จึงไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยบำรุงดินมาก เพียงเติมธาตุอาหารและปุ๋ยคอกบ้างเล็กน้อยก็ช่วยให้ผลไม้ทุกชนิดมีคุณภาพดีแล้ว

คุณวิโรจน์ ตัดแต่งกิ่งภายหลังเก็บผลผลิตเสร็จประมาณเดือนกรกฎาคม หลังจากนั้นใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-16 ในปริมาณต้นละ 2 กิโลกรัม ร่วมกับปุ๋ยชีวภาพชนิดที่ผลิตเองจากธาตุอาหารหลัก พร้อมกับใส่ขี้วัว ขี้ค้างคาว ประมาณต้นละ 3 กิโลกรัม โดยจะใส่ปุ๋ยในช่วงหน้าฝน พร้อมใส่ฮอร์โมนกลุ่มแคลเซียม โบรอนร่วมกับยาป้องกันแมลงผสมน้ำฉีดพ่นทางใบในช่วงแตกใบอ่อนด้วย

ก่อนทุเรียนจะออกดอกประมาณเดือนมกราคม ให้ใส่ปุ๋ย สูตร 8-24-24 เพื่อต้องการเปิดตาดอก ขณะที่ทุเรียนเริ่มมีดอกต้องฉีดเพลี้ยไฟไรแดงป้องกัน ไปพร้อมกับฉีดพ่นยาป้องกันเชื้อราที่ดอกเพื่อไม่ให้ดอกแห้ง หลังจากดอกบานแล้ว ใช้เวลา 120 วัน จะมีผลอ่อนในราวเดือนมิถุนายน

คุณวิโรจน์ ชี้ว่าที่ผ่านมาแม้จะมีศัตรูพืชและโรคอย่างเพลี้ยจักจั่น และเชื้อราทางใบมารบกวนบ้างก็ไม่ได้สร้างปัญหา เพราะป้องกันด้วยการฉีดยาป้องกันไว้ล่วงหน้า ร่วมกับหมั่นทำความสะอาดพื้นที่ในสวนอย่าให้รก กำจัดวัชพืชออก เพื่อให้สวนมีความสะอาด โล่งเตียน ไม่เกิดการสะสมโรคหลายชนิด จึงทำให้ผลผลิตมีความสมบูรณ์ ดังนั้น เมื่อการใช้ปุ๋ยยาน้อยมากจึงถือว่าเป็นทุเรียนที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคด้วย แล้วความเด่นของทุเรียนจากสวนแห่งนี้คือ มีความหอมมัน รสหวานพอดี เมล็ดลีบ เนื้อแห้ง (เพราะน้ำไม่ขังในดิน)

นอกจากหมอนทอง ก้านยาว และชะนี ที่เป็นทุเรียนรุ่นบุกเบิกแล้ว คุณวิโรจน์ยังปลูกทุเรียนโบราณหลายชนิด อย่าง กบพิกุล ทองย้อย พวงมณี และกระจิบ ตามคำแนะนำจากลูกค้า โดยพวงมณีเพิ่งให้ผลผลิตเมื่อปีที่แล้ว (2564) มีรสชาติและเนื้อสมบูรณ์ดี ส่วนพันธุ์อื่นยังต้องรอผลผลิตในอีก 1-2 ปี

ทุเรียนแต่ละต้นสามารถให้ผลที่สมบูรณ์ได้กว่า 100 ผล มีน้ำหนักเฉลี่ยต่อผลประมาณ 3 กิโลกรัม โดยก้านยาว มีน้ำหนักเฉลี่ยต่อผลประมาณ 2 กิโลกรัม และชะนี มีน้ำหนักต่อผลประมาณ 3 กิโลกรัม

คุณวิโรจน์ บอกว่า ลูกค้านิยมทุกพันธุ์เพราะมีเอกลักษณ์ความอร่อยต่างกัน ลูกค้าบอกว่าก้านยาวมีเนื้อละเอียดและความมัน ส่วนชะนีก็มีรสมันเช่นกัน และกลิ่นไม่ฉุน ส่วนหมอนทองมีเนื้อเหนียว ลูกค้าขาประจำมีทั่วประเทศมักจะจองล่วงหน้า

เงาะโรงเรียน จะให้ผลผลิตในช่วงเดียวกับทุเรียน ปลูกเงาะไว้ 70 ต้น ผลผลิตที่ผ่านมาเฉลี่ยเกือบ 2 ตัน ผลผลิตไม่ได้นำไปขายนอกสวน ลูกค้าที่มาซื้อทุเรียนจะซื้อเงาะไปด้วย เข้าไปเก็บเองตามที่ชอบในสวน ขายราคากิโลกรัมละ 20 บาท มังคุดเช่นกัน จะได้ผลผลิตพร้อมเงาะ มีปลูกไว้ 30 ต้น ให้ผลผลิตตันกว่า ราคาขายกิโลกรัมละ 50บาท ทั้งเงาะและมังคุด ขนาดผลไม่ใหญ่เท่าทางภาคตะวันออก แต่มีจุดเด่นเรื่องเนื้อแห้ง กรอบ หวาน หอม

นอกจากนั้น ยังปลูกลำไยเป็นพันธุ์อีดอ ปลูกไว้ 10 กว่าต้น การทำผลผลิตลำไยต้องราดสาร คุณวิโรจน์รอขายทุเรียนก่อนแล้วค่อยราดสารต้นลำไยเพื่อทำผลผลิต ที่ผ่านมาขายลำไยกิโลกรัมละ 30 บาท มีเนื้อมาก เม็ดเล็ก หวาน หอม แห้งกรอบ แล้วมีกระท้อนปุยฝ้ายผลใหญ่ เนื้อฟู อร่อยมาก ออกพร้อมทุเรียน

สวนคุณวิโรจน์มีเป้าหมายการปลูกทุเรียนและผลไม้ชนิดอื่นเพื่อการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว เน้นการปลูกแบบธรรมชาติ ปล่อยให้ทุเรียนรวมทั้งไม้ผลชนิดอื่นทยอยออกผลโดยไม่บังคับ สร้างแรงดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาชมและชิม พร้อมเลือกซื้อทุเรียนและไม้ผลอื่นที่ชอบกลับบ้านอย่างมีความสุข หากลูกค้าประจำรายใดที่อยู่ไกลไม่สะดวกมาก็จะติดต่อซื้อกันทุกปี โดยจะมี ออเดอร์สั่งจองล่วงหน้ากันข้ามปีเลย

“ถือว่า ทุเรียน เป็นไม้ผลชนิดใหม่ของชาวบ้านไร่ อุทัยธานี หลายปีที่ผ่านมาชาวบ้านจำนวนมากหันมาปลูกทุเรียนกับไม้ผลอื่นกันมากขึ้น โดยไม่สนใจกับกลไกราคาซื้อ-ขายทั่วไป เพราะลูกค้าหลายจังหวัดติดใจคุณภาพรสชาติทุเรียนและไม้ผลที่ปลูกในอำเภอบ้านไร่กันมาก ถึงขนาดโทรศัพท์จองกันเลย” คุณวิโรจน์ กล่าว

สำหรับแฟนพันธุ์แท้ทุเรียนและผลไม้อื่น หากสนใจต้องการลองลิ้มชิมรสทุเรียนบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ติดต่อเข้าชมสวนโดยตรงที่ คุณวิโรจน์ โทรศัพท์ 095-319-3828, 095-407-8254 line : 561227620 fb: สวนเงาะ-ทุเรียน นายวิโรจน์ เผ่าพันธ์โพธิ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...