โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

PTG บุกตลาดแก๊สหุงต้มโต 45% ส่ง “ตู้เติม LPG” เจาะรายหมู่บ้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ธ.ค. 2565 เวลา 11.21 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2565 เวลา 01.10 น.

PTG บุกหนักตลาดก๊าซ LPG เดินหน้าปั๊มยอดขายปี’66 โต 45% ทะลุ 3.5 แสนตัน พร้อมเปิดแผนสปินออฟ “แอตลาส เอ็นเนอยี” เข้าระดมทุนในตลาดหุ้นปีหน้า ขยายโรงอัดบรรจุก๊าซ-คลังก๊าซ บุกตลาดอาเซียน เดินหน้าส่ง 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ “ถังแก๊สอะลูมิเนียม-แก๊สกระป๋อง” และแฟรนไชส์ตู้เติมแก๊ส เจาะตลาดรายหมู่บ้าน และโชห่วย 4 แสนร้านค้า

“แอตลาส เอ็นเนอยี” บริษัทในกลุ่มพีทีจี ขยับขยายเข้าธุรกิจจัดจำหน่ายก๊าซ LPG ในปี 2562 จังหวะเดียวกับการมาของวิกฤตโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถผลักดันยอดขายได้ตามเป้าที่วางไว้ และติดลบมากถึง 50% เนื่องจากหนึ่งในกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คือ “รถแท็กซี่” กว่า 8 หมื่นคันทั่วประเทศ ต่างได้รับผลกระทบจากโควิด จนต้องหยุดวิ่งไปเกือบครึ่ง

บริษัทจึงต้องปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจใหม่ โดยหันมาใช้กลยุทธ์ CSR เพื่อช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มแท็กซี่ให้อยู่รอดให้ได้ก่อน ทำให้สามารถฝ่าวิกฤตและพลิกขึ้นมาเป็นผู้จัดจำหน่ายก๊าซ LPG สำหรับเติมในรถยนต์อันดับ 1 และท็อป 5 ในตลาดรวมได้สำเร็จ

ใช้ CSR พลิกวิกฤต

นายสุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายก๊าซหุงต้มภายใต้แบรนด์ “พีที” ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทเริ่มต้นเข้าสู่ธุรกิจก๊าซ LPG ในปี 2562 เพื่อให้บริการกับกลุ่มผู้ใช้ก๊าซหุงต้มในครัวเรือน, ผู้ใช้รถยนต์ที่ติดตั้งระบบก๊าซ LPG และผู้ใช้ก๊าซ LPG ในภาคอุตสาหกรรม

ซึ่งช่วงที่เข้ามาเป็นจังหวะเดียวกับวิกฤตโควิด-19 มีมาตรการปิดประเทศ ทำให้ยอดขายติดลบมากกว่า 50% เนื่องจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คือกลุ่มรถแท็กซี่กว่า 80,000 คัน ต้องหยุดวิ่งไปถึง 40,000 คัน เพราะนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ได้ จึงต้องหาวิธีทำให้ธุรกิจอยู่ได้

และเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ CSR เริ่มจากการฉีดพ่นฆ่าเชื้อในรถให้แท็กซี่ เพื่อแก้ปัญหาคนไม่กล้าขึ้นแท็กซี่ เพราะกลัวติดเชื้อโควิด รวมถึงการช่วยเหลือร้านอาหาร ซึ่งเป็นผู้เช่าในสถานีบริการก๊าซ LPG กว่า 100 แห่ง โดยซื้อข้าวกล่องไปแจกให้กับแท็กซี่

“เป็นการช่วยกันแบบเขาอยู่ได้ และเราก็ไม่หนักเกินไป พอหลังโควิดก็ยังมีแท็กซี่รีวอร์ดให้ลูกค้าสแกนคิวอาร์โค้ดแต้มสะสมใน Max Card เพื่อนำมาเป็นส่วนลดซื้อสินค้าในร้าน Maxmart และกาแฟพันธุ์ไทย รวมถึงร้านค้าพันธมิตรได้ด้วย ตอนนี้ Max Card มีสมาชิก 18 ล้านคน และยังเป็นค่ายเดียวที่ให้สิทธิเท่ากับการเติมน้ำมัน ทำให้เราสามารถฝ่าวิกฤตมาได้”

เป้าหมายปี’66 โต 45%

สำหรับผลประกอบการใน 3 ไตรมาส/2565 ยอดขายก๊าซรถยนต์มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 18% เป็น 25.2% เป็นอันดับ 1 ในตลาดก๊าซรถยนต์ ส่วนภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน มีส่วนแบ่ง 4% คาดว่าปีหน้าจะโตเพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่เติบโต 2% โดยในปี 2566 ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายก๊าซ 45% หรือคิดเป็น 3.5 แสนตัน จากปีนี้ที่น่าจะทำได้กว่า 2.5 แสนตัน

เนื่องจากแนวโน้มตลาดก๊าซในปีหน้าทั้งภาครถยนต์และครัวเรือนมีโอกาสเติบโต 100% หลังโควิดคลี่คลาย มีการเปิดประเทศ การจับจ่ายและการเดินทางก็จะมากขึ้นตามไปด้วย

ปัจจุบันพีทีมีสถานีบริการ 2,200 สาขา และจะขยายแก๊สช็อป (GAS Shop) จาก 200 แห่งในปีนี้ เป็น 400 สาขาภายในปี 2566 รวมถึงสถานีบริการ LPG ในเขตไพรมแอเรียตามหัวเมืองใหญ่อีก 20-25 แห่ง เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่มากขึ้น ส่วนโรงผลิตหรือโรงบรรจุแก๊ส มีทั้งแบบผลิตเอง (company own company operate : COCO) ซึ่งปีหน้าจะขยายเพิ่ม 4 โรง จากที่มีอยู่ 5 โรง และโรงบรรจุดีลเลอร์ (dealer own dealer operate : DODO) ขยายอีก 20 จากปัจจุบันมี 12 แห่ง เพิ่มกว่าเท่าตัว

“การขยายโรงบรรจุจะใช้งบฯลงทุนประมาณ 25-30 ล้านบาท/แห่ง ซึ่งเราใช้วิธีกู้ยืมจากบริษัทแม่บางส่วน รวมกับเงินจากกำไรในการดำเนินธุรกิจ ล่าสุดบริษัทเตรียมยื่นไฟลิ่งเพื่อนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯด้วย

เราจะนำเงินจากการระดมทุนไปขยายธุรกิจ โดยเฉพาะโรงบรรจุและคลังก๊าซ โลจิสติกส์ และมีแผนขยายตลาดก๊าซในประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีความต้องการใช้ก๊าซหุงต้มเพื่อทดแทนการใช้ถ่าน ซึ่งนับว่าจะมีราคาสูงขึ้น ขณะที่การแข่งขันในประเทศเพื่อนบ้านยังน้อย ส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ จึงเป็นโอกาสของเรา”

สำหรับตลาดภาคอุตสาหกรรม แม้จะปรับตัวดีขึ้น แต่ไม่ได้เร็วเท่ากับภาครถยนต์ เพราะการเข้าไปเจาะตลาดในกลุ่มอุตสาหกรรมยังติดคอนแทร็กต์กับกลุ่มผู้ค้าเดิม จึงต้องใช้เวลา แต่คาดว่าปีหน้าจะเติบโต 100% จากความร่วมมือกับซัพพลายเออร์ และกลุ่มอุตสาหกรรมที่เริ่มฟื้นจากการผลิตเพื่อส่งออกที่เติบโต

ความท้าทาย น้ำมันแพง-อีวี

แนวโน้มตลาดก๊าซในรถยนต์ปีหน้ายังมีโอกาสเติบโต เนื่องจากราคาน้ำมันยังราคาค่อนข้างแพง ทำให้คนที่เคยใช้และมีถัง LPG อยู่แล้วหันมาใช้มากขึ้น รวมถึงกลุ่มรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (NGV) มีจุดให้บริการเติมน้อยลง ไม่กระจายตัวต่อคิวนาน ทำให้แท็กซี่เสียโอกาสในการรับผู้โดยสารในเส้นทางที่ไม่มีจุดเติม NGV นอกจากนี้ น้ำหนักบรรจุถัง NGV ยังหนักมาก เปรียบได้กับแบกข้าวสาร 2 กระสอบไว้บนรถ จึงมีการเปลี่ยนใช้ก๊าซ LPG แทน

“เค้กเท่าเดิม แต่กลยุทธ์เราคือ ชิงเค้กส่วนนี้ โดยให้บริการเปลี่ยนถัง NGV เป็น LPG ในราคาไม่สูงมาก ประมาณ 3,000 บาท ทำให้มีลูกค้ามากขึ้น สมัยก่อนตอนยังไม่มีโครงการนี้ สัดส่วนการขายผ่านรถแท็กซี่อยู่ที่ 8-10% แต่ใน 2 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนลูกค้าในกลุ่มรถแท็กซี่มีถึง 30% แล้ว”

นายสุวัชชัยกล่าวถึงกระแสความนิยมในการเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้า (อีวี) ด้วยว่า อาจเป็นคู่แข่งกับรถก๊าซ แต่มองว่าไม่เร็วมาก เพราะในระยะสั้นต้นทุนการเปลี่ยนรถมาเป็น “อีวี” ยังค่อนข้างสูง เทียบกับการเปลี่ยนจากน้ำมันมาใช้แก๊สจะใช้เงินแค่ 10,000 กว่าบาท ก็เข้าถึงได้แล้ว ซึ่งถ้าใช้อีวีจะต้องเปลี่ยนรถ จึงต้องลงทุนเพิ่มขึ้น

อีกทั้งยังมีข้อจำกัดในการวิ่งได้ 100-200 กม.ก็ต้องชาร์จ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจุดชาร์จกระจายตัวมากแค่ไหน หรือหากซื้อรถอีวีที่วิ่งได้ไกล ก็ราคาแพงหลายเท่า เทียบกับรถน้ำมัน แม้เทียบต้นทุนต่อกิโลเมตรจะถูกกว่า แต่อย่าลืมว่าพลังงานไฟฟ้าขึ้นอยู่กับค่าเอฟที วันนี้ค่าเอฟทีขึ้นไปสูงมาก 30-40% ถ้าไปชาร์จอีวี บางจุดคิดค่าบริการตามค่าเอฟที

“การสนับสนุนให้ใช้รถอีวีต้องอุดหนุนเงินเข้าไป เงินที่รัฐบาลนำไปช่วยค่า Ft ส่วนใหญ่มาจากกองทุนน้ำมันฯ คือจากน้ำมันทุกลิตรที่เราใช้ ปีหนึ่งเราบริโภค 37,000 ล้านลิตร ทุกลิตรโดยเก็บเงินเข้ากองทุน ถ้าจะใช้ EV การบริโภคน้ำมันต้องลดลง เงินที่เข้ากองทุนก็ต้องลดลง แล้วจะเอาเงินตรงไหนไปอุดหนุนไฟฟ้า นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องคิดให้มาก จึงมองว่าในระยะสั้น อีวีไม่กระทบ ทั้งเป็นลูกค้าคนละกลุ่ม โดยกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงบนอาจเปลี่ยนไปใช้อีวี แต่กลาง-ล่างมีโอกาสเปลี่ยนมาใช้ LPG ได้”

แต่หาก “อีวี” ได้รับความนิยมอย่างเร็วขึ้นมากขึ้น บริษัทสามารถเทิร์นจากสถานีบริการมาเป็น EV station ได้ เพราะอยู่ในย่านชุมชนอยู่แล้ว โดยได้มีการนำร่องเปิดร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ติดตั้งตัว EV station ไปแล้วหลายสาขา”

ดัน 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ลงตลาด

นายสุวัชชัยกล่าวด้วยว่า บริษัทยังเปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ 1. PT ALUMAX เป็นก๊าซหุงต้มบรรจุในถังอะลูมิเนียม (สีเงิน) ขนาด 12.5 กก. มีจุดเด่นเรื่องความปลอดภัย ไร้รอยเชื่อมต่อ และน้ำหนักเบา ทั้งยังเป็นถังที่ให้พลังงานความร้อนสูงเร็วกว่าเหล็ก จึงทำให้อาหารสุกเร็วและประหยัด 2.ผลิตภัณฑ์แก๊สกระป๋อง เจาะลูกค้ากลุ่มปิกนิก, ชาบู และ 3.ตู้เติมแก๊สอัตโนมัติ

โดยร่วมกับบริษัท ไมโครเทรดดิ้ง จำกัด พัฒนาเครื่องจำหน่ายแก๊สชนิดเติมอัตโนมัติ โดยจะวางจำหน่ายในรูปแบบแฟรนไชส์ได้ภายในเดือน ธ.ค.นี้ คาดว่าปีแรกจะขยายได้ 50 จุด มีพื้นที่เป้าหมายเป็นบริเวณกลุ่มอาคารที่พักอาศัย ชุมชน แฟลต มินิมาร์ต และร้านโชห่วยกว่า 4 แสนแห่งทั่วประเทศ หลังทำวิจัยมาแล้วพบว่ามีลูกค้าในหมู่บ้านและตำบลที่ห่างไกลร้านแก๊ส ต้องหิ้วถังมาเติมเองถึง 40%

“ระบบความปลอดภัยสำคัญที่สุด เรามีการตรวจสอบถังทุก 5 ปี และเป็น 1 ใน 2 รายของประเทศ ที่ติดตั้งระบบ 2 วาล์วที่ถัง เพื่อป้องกันการรั่วซึม ต้นทุนสูงหน่อย แต่ต้องการรอยัลตี้ และมีคิวอาร์โค้ดที่หัววาล์วสำหรับตรวจสอบย้อนกลับว่ามีการบำรุงรักษาเมื่อไร บรรจุครั้งสุดท้ายเท่าไร และส่งไปที่ไหน โดยเชื่อมโยงไปยังแอปพลิเคชั่น เช่นกันกับแก๊สกระป๋องของเราก็มีระบบป้องกันการระเบิด”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...