โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ข้อมูลควรรู้ : หลักทรัพย์เตรียม IPO

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 02.25 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2565 เวลา 11.25 น.

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อผู้ประกอบการจัดตั้งบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจ และเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งก็เห็นโอกาสเติบโตในอนาคตก็เริ่มมีแนวคิดที่จะหาเงินทุนนำมาขยายธุรกิจ ซึ่งนอกจากจะกู้ผ่านสถาบันการเงินแล้ว ทางเลือกที่น่าสนใจอีกทาง คือ การระดมทุนผ่านตลาดทุน พูดง่าย ๆ เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้น เพราะเป็นแหล่งระดมทุนระยะยาว มีการบริหารงานอย่างมืออาชีพ เสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจและขยายฐานนักลงทุน
อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจเข้าตลาดหุ้นก็ต้องมีความพร้อมหลาย ๆ อย่าง
1.เตรียมความพร้อมโครงสร้างธุรกิจ เช่น การจัดโครงสร้างการถือหุ้นและธุรกิจให้ชัดเจน เพื่อให้นักลงทุนมั่นใจได้ว่าการลงทุนในบริษัทจดทะเบียนมีความโปร่งใส ไม่เอื้อต่อบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นใหญ่ ไม่เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of interest) ซึ่งการจัดโครงสร้างการถือหุ้น มักจะต้องได้รับคำปรึกษาจากที่ปรึกษาทางการเงิน
2.เตรียมความพร้อมผู้บริหาร กรรมการ เนื่องจากการเป็นผู้บริหารหรือกรรมการของบริษัทจดทะเบียนจะเป็นผู้ที่มีความเพียบพร้อมตามหลักเกณฑ์ที่ได้มีการกำหนดไว้ เช่น ผู้ดูแลบัญชีและการเงิน (CFO) ต้องผ่านการอบรมพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง และมีประสบการณ์ด้านการบัญชีหรือการเงินตามระยะเวลาที่กำหนด เป็นต้น พูดง่าย ๆ ผู้บริหาร กรรมการ ต้องมีความรู้ความสามารถ ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ให้กับบริษัท
3.เตรียมระบบการควบคุมภายใน หากบริษัทมีระบบภายในที่ดีจะทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ยิ่งเมื่อเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนยิ่งต้องมีระบบการควบคุมภายในที่ดี เพราะหากวางระบบไม่ดีอาจส่งผลเสียต่อผู้ถือหุ้น
4.เตรียมความพร้อมงบการเงิน เมื่อเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนจะต้องทำการปรับปรุงงบการเงินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด คือ ระบบการจัดทางงบการเงินให้เป็นไปตามมาตรฐานบัญชี เพื่อให้รายงานทางการเงินนั้นสะท้อนความสามารถในการดำเนินงานของธุรกิจได้อย่างถูกต้อง
5.เตรียมพร้อมหาตัวช่วย สำหรับการเตรียมความพร้อมทุกอย่างจะต้องมีผู้ช่วย ซึ่งมีดังนี้

  • ที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor) มีหน้าที่ศึกษาข้อมูลบริษัทเพื่อให้คำแนะนำและเตรียมข้อมูลบริษัทในการยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • ผู้สอบบัญชี (Auditor) มีหน้าที่ตรวจสอบงบการเงินของบริษัทให้ได้มาตรฐานเดียวกับงบการเงินของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ โดยผู้สอบบัญชีและที่ปรึกษาทางการเงิน จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ด้วย
  • ผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Audit) มีหน้าที่ช่วงวางขั้นตอนการทำงานให้เป็นระเบียบ รัดกุม ตรวจสอบได้

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการสื่อสารกับผู้ลงทุนในวงกว้างถึงขึ้นตอนการเตรียมเข้าจดทะเบียนของบริษัทแบ่งเป็น 4 ขั้นตอนดังนี้

  • ยื่นคำขอเพื่อเสนอขาย ( Filing) ขั้นตอนการยื่นเพื่อเสนอขอขายหุ้นกับสำนักงาน ก.ล.ต. หรือยื่นคำขอออกและเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป เริ่มด้วยการนัดหารือเบื้องต้น (Pre-consult) เช่น หารือประเด็นสำคัญ จัดเตรียมเอกสารสำหรับยื่นต่อกับสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ จากนั้นที่ปรึกษาทางการเงินในฐานะตัวแทนของบริษัทจะทำการยื่นขออนุญาตเพื่อเสนอขายหุ้น IPO ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และยื่นขอเข้าจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ จะพิจารณาข้อมูลพร้อมกับสัมภาษณ์ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้ตรวจสอบบัญชี เยี่ยมชมกิจการของบริษัท (Company Visit) และสัมภาษณ์ผู้บริหารที่ยื่นคำขอ (Management Interview) ซึ่งกระบวนนี้จะใช้เวลาภายใน 120 วัน (นับจากวันที่เอกสารครบถ้วน)

  • อนุมัติคำขอเสนอขาย หลังจากยื่นคำขอแล้ว สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ จะพิจารณาข้อมูลพร้อมกับสัมภาษณ์ที่ปรึกษาทางการเงินและผู้สอบบัญชี เยี่ยมชมกิจการ (Company Visit) และสัมภาษณ์ผู้บริหารบริษัท (Management Interview) ซึ่งกระบวนการนี้จะใช้เวลาภายใน 120 วัน (นับจากวันที่สำนักงาน ก.ล.ต. รับแบบคำขอฯ) เพื่อเริ่มนับหนึ่งแบบคำขอฯ และ จะพิจารณาอนุมัติภายใน 45 วัน

  • กำหนดวันจองซื้อ เมื่อได้รับอนุญาตในการเสนอขายหุ้นจากสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว ก็จะเป็นช่วงกำหนดราคาและวันเสนอขาย โดยราคาเสนอขายจะประเมินได้หลายวิธีตามความเหมาะสมของประเภทธุรกิจ เช่น วิธี P/E Ratio ซึ่งอ้างอิงกับบริษัทที่มีธุรกิจใกล้เคียงกัน หรือวิธี Book Building ที่สำรวจความต้องการซื้อหุ้นของนักลงทุนสถาบันในระดับราคาต่าง ๆ ว่ามีปริมาณความต้องการซื้อเท่าไรและหาราคาที่ดีที่สุดที่สามารถขายหุ้นได้หมด จากนั้นนักวิเคราะห์จะออกบทวิเคราะห์เพื่อให้นักลงทุนได้มีข้อมูลในการพิจารณาจองซื้อหุ้น ทั้งนี้หลังการขายหุ้น IPO จะต้องมีสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยเป็นไปตามเกณฑ์การกระจายหุ้น Free Float

  • ซื้อขายวันแรก เมื่อผ่านด่านทั้งหมดดังกล่าว ก็จะเป็นวันที่บริษัทจะเข้าซื้อขายเป็นวันแรก เรียกว่า First Trading Day นับเป็นวันเริ่มต้นของบริษัทที่เปลี่ยนมาเป็นบริษัทจดทะเบียนวันแรกและสมบูรณ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...