โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทุเรียนตะวันออกวืดล้านตัน เร่งแก้จุดอ่อนรับมือตลาดฤดูกาลหน้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ธ.ค. 2565 เวลา 03.30 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2565 เวลา 03.30 น.

เหลืออีกเพียง 2 เดือน หรือประมาณช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ผลผลิต “ทุเรียน” ภาคตะวันออก มูลค่านับแสนล้านบาทจะทยอยออก แต่ปี 2566 ผลผลิตทุเรียนอาจจะไม่ถึง 1 ล้านตัน ตามที่คาดการณ์ไว้เดิม และทุกปี 90% ของผลผลิตทุเรียนทั้งหมดจะส่งออกไปขายตลาดจีน ซึ่งแต่ละปีผู้ส่งออกยังเผชิญปัญหาหลักด้าน “โลจิสติกส์” และคาดว่าปี 2566 ยังคงเผชิญปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพราะปัญหาโควิด-19 ในจีนที่เริ่มคลี่คลายกลับพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง

หากจีนยังคงนโยบาย Zero-COVID ตรวจเข้มที่ด่าน และมีการล็อกดาวน์ เช่นเดียวกับปี 2565 ส่งผลกระทบทำให้ผลผลิตเสียหาย ราคาทุเรียนภายในประเทศตกต่ำ ดังนั้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้ร่วมกันถอดโมเดลปัญหา-จุดอ่อน จากการขนส่งทางเรือที่นิยมใช้กันมากที่สุด ปี 2565 และคาดว่าปี 2566 จะเป็นทางเลือกของการขนส่งเช่นปีที่ผ่านมา

ทุเรียนตะวันออกปีหน้าไม่ถึงล้านตัน

นายธัญสิทธิ์ ชาติวิริยะพงษ์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต รักษาการแทนเกษตร จ.จันทบุรี ชี้แจงข้อมูล สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยองว่า การวิเคราะห์ข้อมูลครั้งแรกเมื่อ 2 ธันวาคม 2565 คาดการณ์ว่า ปี 2566 ปริมาณผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออก 3 จังหวัด รวม 756,456 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่มีจำนวน 732,330 ตัน เท่ากับเพิ่มขึ้น 24,126 ตัน หรือ 3.30% (จันทบุรี 507,901 ตัน ระยอง 158,137 ตัน ตราด 90,427 ตัน)

เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนและมีโรคและแมลงระบาด โดยผลผลิตจะทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนสิงหาคม 2566 ช่วงที่กระจุกตัวมากที่สุดคือกลางเดือนเมษายน 2566 ผลผลิต 306,064 ตัน หรือ 40% ต่อเนื่องกับเดือนพฤษภาคม ผลผลิต 246,028 ตัน หรือ 32%

“ปี 2566 ภาคตะวันออกน่าจะมีผลผลิตทุเรียนไม่ถึง 1 ล้านตัน แต่ตัวเลขยังไม่แน่นอนเพราะทุเรียนยังออกดอกเพียง 65.29% ปีนี้ผลผลิตออกมากเดือนเมษายน ต่างจากปีก่อน ๆ คือเดือนพฤษภาคม และมีช่วงที่ผลผลิตทิ้งช่วงอีก 15-20 วัน การประเมินผลผลิตจะทำอีก 2 ครั้ง เพื่อความชัดเจน”

ระดมสมองแก้จุดอ่อนโลจิสติกส์

นายชายพงษ์ นิยมกิจ ประธานหอการค้า จ.จันทบุรี ให้ข้อมูลว่า ปี 2565 ปริมาณส่งออกทุเรียนไปจีน 500,189 ตัน แบ่งเป็น ขนส่งทางบก 165,988 ตัน ทางเรือ 311,339 ตัน ทางอากาศ 22,861 ตัน การขนส่งทางเรือมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 60% จากปกติทุก ๆ ปี 30% ปี 2566 คาดการณ์ทุเรียนภาคตะวันออก ปริมาณ 756,456 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 3.30%

ข้อกังวลหากสถานการณ์ยังคล้ายปี 2565 คือจีนยังเข้มงวดไม่ผ่อนคลายนโยบาย Zero-COVID ปัญหาเชื้อปนเปื้อน จำเป็นต้องติดตามนโยบาย มาตรการต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ปี 2565 ผู้ประกอบการเปลี่ยนจากขนส่งทางบกมาขนส่งทางเรือมากขึ้น พบว่ามีปัญหาต่าง ๆ

ดังนั้น ทางหอการค้าไทย หอการค้าภาคตะวันออก ร่วมกับจังหวัดจันทบุรี สมาคมภาคเอกชน จัดประชุมร่วมกับตัวแทนผู้ประกอบการขนส่งทางเรือ เพื่อเตรียมวางแผนบริหารจัดการรองรับปริมาณการขนส่ง เพื่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว และมีต้นทุนต่ำ โดยเฉพาะช่วงผลผลิตทุเรียนและมังคุดออกมากเดือนเมษายน พฤษภาคม ประมาณ 70% และต้องคำนึงถึงรถขนส่งทุเรียนของเวียดนามที่ด่านทางบกด้วย

“ปีที่ผ่านมามีปัญหาการขาดแคลนตู้ แรงงานขนย้ายติดโควิด และค่าขนส่งทางเรือสูงมาก ค่าเฟรตเรือไปจีนขึ้นไปถึงราคา 5,000 เหรียญดอลลาร์/ตู้ ปัญหาเรือบรรทุกตู้ทุเรียนมีปลั๊กไฟให้ 100-150 ตู้ ยังไม่เพียงพอ น่าจะเพิ่มขึ้น 150-200 ตู้ ตอนนี้สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ ปริมาณการค้าโลกไม่ตึงตัวเท่าปี 2565

ปัญหาขาดแคลนตู้คลี่คลายลง ค่าเฟรตเรือลดลงต่ำกว่า 2,000 เหรียญดอลลาร์/ตู้ และท่าเรือแต่ละแห่งทั่วโลกกลับสู่ภาวการณ์ทำงานปกติ จะช่วยลดข้อจำกัดการขนส่งทางเรือได้มาก ส่วนการขนส่งทางรถไฟลาว-จีน ปี 2566 ที่เพิ่งเปิดใช้เมื่อ 3 ธันวาคม 2565 เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สะดวกรวดเร็ว และเข้าถึงผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น แต่ต้องดูต้นทุนการขนส่งอาจจะมากกว่าทางเรือ” นายชายพงษ์กล่าว

ดันรัฐทำท่าเรือขนส่งผลไม้

นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การขนส่งทางรถไฟจีน-ลาว แม้จะเตรียมตู้ไว้ 500-1,000 ตู้ แต่จะมีปัญหาตู้ไม่เพียงพอ หากมีการส่งตู้ไปวันละ140-150 ตู้ ระยะเวลาขนส่ง 4 วัน ตู้จะกลับมาไม่ทันเพราะมีการกระจายไปที่ต่าง ๆ และค่าเฟรตรถไฟไปจีนแพงกว่ารถยนต์มาก ส่วนการขนส่งทางเรือปีที่แล้วไม่ได้เตรียมการล่วงหน้าทำให้เกิดปัญหา ปี 2566 ต้องมีการวางแผนร่วมกับ บมจ.อาร์ ซี แอล ผู้ประกอบการสายเดินเรือ

“ปี 2566 ได้เตรียมการวางแผนร่วมกับผู้ประกอบการส่งออก เพื่อวางตำแหน่งเรือที่ต้องใช้เวลา 2-3 เดือน บริหารตู้สินค้า 7,000-12,000 ตู้ และจัดหาที่ว่างเพื่อรองรับช่วงที่ผลผลิตออกมาก ไม่ให้การหมุนเวียนของตู้ขาดแคลน และมีการตกลงราคาค่าขนส่ง เส้นทางขนส่งทางเรือ อนาคตท่าเรือแหลมฉบัง มาบตาพุด หรือสัตหีบ ควรพัฒนาเป็นท่าเรือพิเศษ ส่งออกผลไม้โดยเฉพาะ”

ขอโควตาทางเรือ 10% เพิ่มตู้รถไฟลาว-จีน

นายมณฑล ปริวัฒน์ กรรมการหอการค้าจังหวัดจันทบุรี และเจ้าของ “ล้งอรษา” กล่าวถึงปัญหาการขนส่งรถไฟจีน-ลาวว่า การตรวจอนุญาตผลไม้ไทยผ่านสำนักงานตรวจพืชด่านโมฮาน เข้าจีนไปคุนหมิง ใช้เวลารวดเร็วมาก 2-3 วัน ไม่เกิน 4 วัน ถึงเมืองเฉิงตู เป็นอีกเส้นทางที่ช่วยการขนส่ง แต่ขบวนตู้ยังมีน้อย การตรวจใช้เวลาเพียงวันเดียว และตู้ขนส่งคาดว่าจะไม่เพียงพอช่วงผลผลิตมาก

รวมทั้งการเปิดบริการได้วันละ 4-7 เที่ยว เที่ยวละ 35 ตู้ ถ้าช่วงทุเรียนออกมากน่าจะเตรียมการเรื่องดังกล่าวไว้ เช่น ขอปรับการขนส่งเพิ่มขึ้นวันละ 140-245 ตู้ และควบคุมค่าขนส่งที่สูงกว่าทางบก

“การขนส่งทางบกสำคัญเป็นอันดับแรก ส่วนทางเรือเป็นทางเลือกอันดับ 2 ช่วงผลผลิตเริ่มออกเฉลี่ยประมาณ 300-500 ตู้/วัน ช่วงพีกสุด 800 ตู้/วัน น่าจะใกล้เคียงกับปี 2565 ทางบกด่านบ่อเต็น ด่านโหยวอี้กวน แต่ละด่านไม่เกิน 150 ตู้/วัน ทางเรือต้องมากกว่า 100 กว่าตู้/วัน

เสนอขอบริษัท RCL ให้โควตาผู้ประกอบการไทยส่งออกประมาณ 3,800-4,000 ตู้ หรือ 10% จะช่วยได้มาก ปัญหาการขนส่งเชื่อมโยงกับคุณภาพทุเรียน เพราะเปอร์เซ็นต์เนื้อแป้งที่บริโภคได้แตกต่างกันตามระยะเวลาที่ใช้ขนส่ง ทุเรียนคุณภาพดีแต่การขนส่งไม่ดีก็ไม่ประสบความสำเร็จ”

ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจาก บริษัท สปีด อินเตอร์ทรานสปอร์ต จำกัด (SPEED INTERTRANSPORT CO.CTD) 1 ในบริษัทที่ให้บริการขนส่งรถไฟจีน-ลาว เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การให้บริการขนส่งทางรถไฟจีน-ลาว ปัจจุบันกระบวนการจัดทำเอกสารปิดตู้ยังล่าช้ากว่าทางบก บางครั้งใช้เวลา 2-3 วัน

นอกจากนี้ปริมาณตู้ขนส่งทางรถไฟอาจจะไม่เพียงพอ ต้องสั่งทำตู้ใหม่เฉพาะมีระบบการควบคุมอุณหภูมิซึ่งมีราคาสูง หากมีผู้ใช้บริการมาก ตู้หมุนกลับมาไม่ทัน แต่ถ้าเทียบกับทางบกจะถูกกว่าเล็กน้อย ค่าขนส่งทางรถไฟตู้ละ 160,000-170,000 บาท ทางบก 180,000 บาท การขนส่งสะดวกรวดเร็วจากสถานีขนส่งเวียงจันทน์ใต้ไปถึงด่านโมฮาน ใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน

“รถไฟลาว-จีนเป็นโอกาสและทางเลือกที่เพิ่มขึ้น ให้บริการวันละ 1 เที่ยว เที่ยวละ 25 ตู้ แต่ถ้าจะเพิ่มเที่ยวในแต่ละวันได้ แต่ต้องมีปริมาณสินค้าเที่ยวละ 25-35 ตู้ ซึ่งปริมาณการใช้ต้องจองล่วงหน้า เพื่อบริษัทจะได้บริหารจัดการ คาดว่าถ้าปริมาณของทุเรียนยังไม่มากจะไม่มีปัญหา” แหล่งข่าวจากบริษัท สปีด อินเตอร์ทรานสปอร์ต จำกัด กล่าว

ทั้งนี้ นางลิลพัชร์ ทองโสภา เจ้าของ บริษัท เดอะลิส อินเตอร์คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ส่งออกทุเรียนรายใหญ่ เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การขนส่งทางรถไฟลาว-จีนเป็นผลดีต่อการส่งออกแน่นอน เพราะที่ผ่านมาในช่วงที่ทุเรียนภาคตะวันออกผลผลิตออกตรงกันจำนวนมาก การขนส่งทางบก ทางเรือไม่สะดวก มีปัญหาทุกปี บางครั้งตู้ติดเป็น 10 วัน

ตอนนี้บริษัททางจีนที่รับซื้อทุเรียนให้ ได้มีการทำสัญญากับบริษัทขนส่งทางรถไฟลาว-จีนไว้แล้ว เพราะช่วงผลไม้ออกมากอาจจะจองยาก ถ้าทุกอย่างลงตัว ต้นทุนน่าจะถูกลง ผู้ประกอบการจะหันมาใช้กันมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...