โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วิจารณ์สนั่น! วัยรุ่นญี่ปุ่นเลีย "ขวดซอส-แก้วน้ำ" ทิ้งน้ำลายในร้านอาหาร

WeR NEWS

เผยแพร่ 31 ม.ค. 2566 เวลา 10.28 น.

กลายเป็นประเด็นที่กำลังถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่ชื่อว่า takigare3 โพสต์คลิปเหตุการณ์ภายในร้านอาหาร ซูชิสายพานในประเทศญี่ปุ่น เป็นคลิปวิดีโอความยาวประมาณ 48 วินาที แสดงให้เห็นพฤติกรรมของวัยรุ่นชายญี่ปุ่นคนหนึ่ง ลุกลี้ลุกลนมองซ้ายขวา ก่อนหยิบขวดโชยุขึ้นมาเปิดฝาเลีย และวางกลับที่เดิม จากนั้นคว้าแก้วน้ำที่วางไว้ด้านบน ลงมาเลียขอบแก้วและนำกลับไปวางที่เดิม

ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว สร้างความไม่พอใจให้กับชาวญี่ปุ่นและคนไทยที่ได้รับชมคลิปเป็นอย่างมาก ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์สนั่น มีผู้เข้าชมคลิปดังกล่าวสูงถึง 80.1 ล้านครั้ง จนกลายเป็นไวรัลดราม่าในชั่วข้ามคืน

ล่าสุด มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก @Ryota Yoneyama ได้โพสต์ข้อความลงใน กลุ่มคนชอบตะลอนเที่ยวญี่ปุ่น โดยเผยให้เห็นพฤติกรรมของวัยรุ่นญี่ปุ่นอีกหลายคน ที่มีพฤติกรรมคล้ายเหตุการณ์ดังกล่าว และไม่ได้ทำแค่ในร้านซูชิอย่างเดียว แต่ยังมีร้านอื่น ๆ ในประเทศญี่ปุ่น ที่ถูกกระทำพฤติกรรมดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน

โดยเจ้าของโพสต์ระบุว่า “เพิ่มจากพี่ที่โพสต์ไปแล้วนะครับ คอนเทนต์ที่เป็นไวรัล เหตุเกิดที่สุชิโระ แต่ตามไปดูลึก ๆ แล้ว ไม่ได้มีแค่ซูชิสายพานครับ มีตั้งแต่ร้านอุด้ง ดงบุริ ร้านต่าง ๆ ที่มีขวดเครื่องปรุงวางไว้ทั้งหมด

ซึ่งคอนเทนต์พวกนี้ เริ่มต้นมาจากโอซาก้าครับ และกลุ่มคนในรูปนี้เกือบทั้งหมดเป็นคนโอซาก้าครับ ตอนนี้ สุชิโระร่อนแถลงการณ์แล้ว ในโตเกียวยังไม่พบ แต่คาดว่าอีกไม่นานคงจะตามมา แต่คนโตเกียวกับคนโอซากานั้นต่างกันครับ (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ)

วิธีป้องกัน ถ้าหากอยากจะกินสุชิสายพานจริง ๆ นะครับ พกโชวยุไปเอง (มีขายขวดเล็ก ๆ แบบพกพาที่ร้านสะดวกซื้อเกือบจะทุกที่) พกผ้าแอลกอฮอล์ไว้เช็ดตะเกียบ เอาน้ำไปเอง สั่งซูชิเองเท่านั้น ไม่หยิบของที่ทำไว้แล้วจากสายพาน ยังไงก็แก้สถานการณ์นี้กันไปก่อนนะครับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...