โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กลุ่ม CARE” ขยับ

เดลินิวส์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ท่าที

ในช่วงที่รัฐบาลกำลังเผชิญมรสุมรุมเร้า การเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มต่างๆ ก็ถูกจับตามองว่า หวังผลทางการเมือง เพื่อต้องการดิสเครดิตฝ่ายบริหารหรือไม่ เช่นเดียวกับ “กลุ่ม CARE คิด เคลื่อน ไทย” ที่เงียบหายไปนาน เริ่มกลับมามีบทบาทอีกครั้งในรอบ 3 ปี

โดยเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 69 เพจเฟซบุ๊ก “CARE คิด เคลื่อน ไทย” มีความเคลื่อนไหว โดยโพสต์ข้อความว่า “หายไปนาน…แต่เรื่องที่เราคิดไม่เคยหายไปไหน CARE กำลังกลับมา คิดถึงกันไหม เจอกันเร็วๆ นี้” ขณะที่ “หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ได้ออกมาปฏิเสธว่า การกลับมาของ “CARE คิด เคลื่อน ไทย” ไร้นัยการเมือง หรือส่งสัญญาณเตรียมลงเล่นการเมืองใหญ่ และยังไม่มีการเชิญ “ทักษิณ ชินวัตร” หรือ “โทนี่ วู้ดซัม” มาเป็นแขกรับเชิญในรายการ “Moonshot Podcast”

ถ้ายังจำกันได้ ในช่วงปี 2564-2565 ที่ “นายทักษิณ” อดีตนายกรัฐมนตรียังพำนักอยู่ต่างประเทศ เพราะติดบ่วงเรื่องคดีความ “CARE” ถือเป็นช่องทางในการสื่อสารของอดีตนายกฯ สร้างปรากฏการณ์ทางการเมืองครั้งสำคัญ ผ่าน Clubhouse โดยมี “โทนี่ วู้ดซัม” หรือทักษิณ เข้ามาสื่อสารกับประชาชน ผ่านช่องทางของ CARE และเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา เพจกลุ่มแคร์ ได้ออนแอร์ Moonshot Podcast EP1 โดยมี “นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ กทม. มานั่งพูดคุยกับ “หมอเลี้ยบ” ซึ่งใครก็รู้นายชัชชาติมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคเพื่อไทย (พท.) เคยเป็นแคนดิเดตนายกฯ และเคยเป็น "รมว.คมนาคม" สมัย “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นนายกฯ อีกทั้ง หลังนายชัชชาติหมดวาระ ในการดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. อาจหวนคืนเล่นการเมืองสนามใหญ่ เพราะมีคะแนนนิยมในพื้นที่เมืองหลวง ส่วนในชนบทก็อาศัยคะแนนเสียงของพรรค พท. เพราะถ้าหากดูศักยภาพ "นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพท. มีตำแหน่งเป็นรองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พรรษาทางการเมืองยังไม่แก้กล้า ต้องรอสั่งสมประสบการณ์ไปอีกสักระยะ

ด้าน "นพ.สุรพงษ์" ออกมาพูดถึงการตัดสินใจกลับมาทำรายการ “คิด เคลื่อน ไทย” เกิดจากความห่วงใยในสถานการณ์ปัจจุบัน จึงคิดรูปแบบรายการพอดแคสต์ใหม่ ระดมสมองและส่งเสริมแนวคิดการพัฒนาประเทศเชิงท้าทาย ฝันให้ไกล เพื่อหาทางออกให้ประเทศไทย

ท่าทีดังกล่าวย่อมถูกตั้งคำถามว่า หวังอาศัยสถานการณ์ที่รัฐบาลกำลังถูกรุมเร้า ทั้งในและนอกสภามากดดัน หรือสร้างคะแนนบวกให้พรรค พท. หรือไม่ เมื่อเห็นว่า มาถึงจุดหนึ่งที่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล มีปัญหา อาจเสนอข้อมูลให้พรรค พท. ตัดสินใจถอนตัวออกจากการพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้น รัฐบาลก็ต้องหาทางดึงพรรคการเมืองอื่นมาเติมเสียง ซึ่งก็หนีไม่พ้น "พรรคกล้าธรรม (กธ.)" ซึ่งถูกมองว่า เป็นพรรครอเสียบ ดังนั้นการเคลื่อนไหวของ "กลุ่ม CARE" อาจเป็นตัวแปรทางการเมือง ที่ส่งผลถึงเสถียรภาพของรัฐบาลในอนาคต

ส่วนอีกความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ในวันที่ 7-9 ก.ย.นี้ จะมีการประชุมสภานัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 70 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระ 2-3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว มี 41 มาตรา โดย กมธ.พิจารณาตัดลดงบประมาณจากวาระแรกลง 11,162 ล้านบาท นำไปจัดสรรให้ส่วนราชการ ตามที่ ครม.เสนอตามความเหมาะสมและจำเป็น 10,891 ล้านบาท และจัดสรรให้หน่วยงานของรัฐ รัฐสภา ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ (รธน.) และองค์กรอัยการ 271 ล้านบาท ทั้งนี้งบประมาณที่ตัดลดลง 11,162 ล้านบาทนั้น ส่วนหนึ่งถูกนำไปจัดสรรเพิ่มให้งบกลาง จำนวน 6,044 ล้านบาท เพื่อนำไปอยู่ในรายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น นำไปใช้จ่ายกรณีการป้องกันหรือแก้ไขสถานการณ์อันกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ การเยียวยาหรือบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะร้ายแรงและภารกิจจำเป็นเร่งด่วนของรัฐที่อาจเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมาย และไม่สามารถปรับแผนดำเนินการจากงบรายจ่ายประจำปีของส่วนราชการ ทำให้งบกลางมีงบประมาณเพิ่มขึ้นเป็น 699,924,956,400 บาท จากเดิม 693,880,000,000 บาท

ส่วน กระทรวงที่ถูกตัดลดงบประมาณสูงสุด 5 อันดับแรก คือ 1.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้รับงบ 14,375,820,000 บาท จากเดิม 17,505,388,300 บาท ลดลง 3,129.5 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นของกรมควบคุมมลพิษ 3,000 ล้านบาท ที่เสนอของบเพื่อนำไปชำระค่าเสียหายและดอกเบี้ยตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด กรณีคลองด่าน แต่ กมธ.ลงมติตัดทิ้งทั้งหมด 2.กระทรวงกลาโหม ได้รับงบ 90,728,227,800 บาท จากเดิม 91,957,182,500 บาท ลดลง 1,228 ล้านบาท 3.กระทรวงมหาดไทย ได้รับงบ 226,929,855,500 บาท จากเดิม 227,842,668,000 บาท ลดลง 912.8 ล้านบาท 4.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับงบ 53,050,306,600 บาท จากเดิม 53,732,557,700 บาท ลดลง 682.2 ล้านบาท 5.กระทรวงคมนาคม ได้รับงบ 166,014,611,700 บาท จากเดิม 166,641,605,800 บาท ลดลง 626.2 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนมาตรา 6 งบกลาง มี กมธ.และสส.เข้าชื่อขออภิปรายแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการขอตัดงบโครงการค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม และรองรับผลกระทบจากวิกฤติความผันผวนของราคาพลังงาน วงเงิน 12,000 ล้านบาท อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ที่เตรียมอภิปรายตัดงบกลางรายการดังกล่าว โดยมองว่า มีความซ้ำซ้อนกับงบเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ที่มีวัตถุประสงค์นำมาใช้ในการปรับเปลี่ยนพลังงานอยู่แล้ว

ด้าน "นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล" สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ในวันที่ 7-9 ก.ย.นี้ สภาฯนัดประชุมวาระพิเศษ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 70 ในวาระสอง และวาระสาม เบื้องต้นจากการหารือกับวิปฝ่ายค้าน จะใช้กรอบการพิจารณาเป็นจำนวนมาตราแทนการกำหนดเวลา เชื่อการบริหารจัดการเวลาการประชุมนั้นจะไม่มีปัญหา และเป็นไปตามกรอบเวลา ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาภายใต้งบประมาณที่ กมธ.เสนอ ดังนั้นจึงไม่กังวลว่าจะมีเหตุปั่นป่วนในสภาเหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับวันที่ 10 ก.ย. สภาจะมีการประชุมตามระเบียบวาระปกติ และหลังจากนั้นจะพิจารณาเรื่องค้าง คือ การอภิปรายในญัตติด่วนเรื่องแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ต่อด้วยพิจารณารายงานประจำปีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเรื่องรับทราบ

ขณะที่ พรรคประชาชน (ปชน.) ยังเคลื่อนไหวเปิดข้อมูลที่เชื่อมโยงกับคดีฮั้ว สว.อย่างต่อเนื่อง โดย “นายชยพล สะท้อนดี” สส.กทม. พรรค ปชน. แถลงเปิดข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของ กกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยนายชยพล พุ่งเป้าไปที่อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ที่ชี้ว่าการเลือก สว. ไม่ผิดว่า อยากให้เห็นโครงข่ายจักรวาล ที่ล้อมรอบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ โดยนายชยพล ได้เปิดภาพและประวัติของอนุกรรมการวินิจฉัย ชุดที่ 36 ทีละคน คนแรกคือ นายอนุชา จันทร์สุริยา เป็นที่ปรึกษาประจำประธาน กกต. เรียนหลักสูตรการพัฒนาการเมือง และการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) รุ่น 6 เรียนหลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.) รุ่น 7 คนที่สอง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ที่เป็นคนไปรับนายกฯ ถึงสนามบินบุรีรัมย์ ซึ่งนายอนุทินได้ตั้งเป็นกรรมการการประปานครหลวงด้วย เรียน พตส.รุ่น 10 เรียนหลักสูตร นธป. รุ่น 11

นายชยพล กล่าวอีกว่า คนที่สามคือนายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต เป็นที่ปรึกษาบอร์ด กกต. 2568 เรียนหลักสูตร นธป. และ พตส. รุ่น 6 คนที่ 4 คือนายเชาวนะ ไตรมาศ อดีตเลขาฯ ศาล รธน. เรียนหลักสูตร พตส. รุ่น 36 คนสุดท้ายคือนายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ เป็นประธานบอร์ดการท่าเรือ ในสมัยที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรมว.คมนาคม ก่อนหน้านี้ เคยเป็นอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่แต่งตั้งโดยนายพิพัฒน์ด้วยเหมือนกัน เรียกว่าพี่ไปไหน ผมไปด้วย เรียนหลักสูตร พตส. รุ่น 14 สำหรับหลักสูตร พตส. คือหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง เป็นหลักสูตรที่ กกต. สร้างขึ้นคือหลักสูตรคอนเนกชัน คล้ายหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) แต่อยู่ใน กกต. เอง ซึ่งในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 เรียนหลักสูตรนี้ 5 คน

นายชยพล กล่าวว่า หลักสูตร พตส. มีคนในพรรค ภท.หลายคนเรียนอยู่ เรียกว่าอยู่กันแน่นที่บ้าน กกต. หลักสูตรนี้มีกรรมการหลักสูตรคือ นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ อดีตบอร์ด กกต. และนายอิทธิพร บุญประคอง อดีตประธาน กกต. ทั้งนี้นายกสมาคมหลักสูตร พตส. ประกอบด้วย นายสรอรรถ กลิ่นประทุม, นายอนุทิน และ นายศุภชัย ใจสมุทร ซึ่งคิดว่าหลักสูตร พตส. อาจจะรันด้วยสีน้ำเงินก็เป็นได้ อีกหนึ่งหลักสูตรคือ นธป. จัดขึ้นโดยศาล รธน. เป็นหลักสูตรคอนเนกชัน ซึ่งอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 เรียน 3 คน คือนาย อัฌษไธค์, นายอนุชา และ ร.ต.อ.ปิยะ ส่วนฝั่งพรรค ภท. มี นายอนุทิน, นายสรอรรถ กลิ่นประทุม และพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ โดยมีนายเชาวนะ ไตรมาศ เป็นผู้อนุมัติจบหลักสูตร ยังมีคอนเนกชันด้านนายทุนด้วย คือ นายอัฌษไธค์ ปรากฏชื่อเป็นกรรมการบริษัท ที่เกี่ยวข้องกับนายพิพัฒน์ และนายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สว.ในปัจจุบัน

ก็คงต้องรอผู้ที่ถูกพาดพิงออกมาชี้แจง เพราะหลักสูตรของสถาบันต่างก็มีนักการเมืองทุกพรรคเข้าไปเรียน ดังนั้นการเชื่อมโยงดังกล่าว จะมีน้ำหนักหรือไม่

"ทีมข่าวการเมือง"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...