โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อนุทิน ชู 3 แนวทางสร้างไทยแข็งแกร่ง ดันอุตสาหกรรมอนาคต ปฏิรูปราชการ เร่งพัฒนาคน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 ก.ย เวลา 12.51 น. • เผยแพร่ 07 ก.ย เวลา 05.51 น.

อนุทิน วางแนวทางสร้าง “Resilient Thailand” รับโลกผันผวน ชู 3 แกนหลัก เปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ดึงลงทุน AI-เซมิคอนดักเตอร์-พลังงานสะอาด ปฏิรูประบบราชการสู่ “Better Government” พร้อมเร่งพัฒนาคน หวังยกระดับไทยจากประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูง

วันที่ 7 ก.ย. 2569 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในกิจกรรม NDC’68 Symposium ภายใต้แนวคิด “Resilient Thailand” ของหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ กติกาการค้า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงาน และโครงสร้างประชากร ทำให้แนวคิดด้านความมั่นคงต้องขยายจากการป้องกันภัยคุกคามภายนอก ไปสู่การสร้างประเทศให้แข็งแกร่งจากภายใน

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ประเทศไทยต้องมีความพร้อมมองเห็นความเปลี่ยนแปลง เตรียมการล่วงหน้า และสามารถเปลี่ยนความท้าทายจากภายนอกให้เป็นโอกาส โดยการสร้างความแข็งแกร่งจากภายในจะต้องดำเนินการใน 3 ด้านสำคัญ**

ด้านแรก คือ การเปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจ โดยไทยยังต้องรักษาจุดแข็งด้านการผลิต การส่งออก การท่องเที่ยว และบริการ ควบคู่กับการสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่และส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น AI และดิจิทัล เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ยานยนต์แห่งอนาคต พลังงานสะอาด การแพทย์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ประเทศไทยไม่ควรเป็นเพียงฐานที่ตั้งโรงงาน แต่ต้องสามารถดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพสูง พร้อมสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่มูลค่าที่สูงขึ้น เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยจากประเทศรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศรายได้สูง

ด้านที่สอง คือ การปฏิรูประบบราชการสู่ “Better Government” โดยภาครัฐต้องมีประสิทธิภาพ คล่องตัว และตอบโจทย์ประเทศมากขึ้น ซึ่งการปฏิรูประบบราชการไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการลดจำนวนหน่วยงานหรือบุคลากร แต่ต้องปรับทั้งวิธีคิด วิธีทำงาน และบทบาทของรัฐ

ภาครัฐควรลดภาระและขั้นตอนที่ไม่จำเป็นในส่วนที่ประชาชนหรือภาคเอกชนสามารถดำเนินการได้ ขณะเดียวกันต้องเพิ่มความเข้มแข็งในภารกิจที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยรัฐบาลต้องทำงานได้ดีขึ้น รวดเร็วขึ้น และสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้

ด้านที่สาม คือ การพัฒนาคน ซึ่งนายกรัฐมนตรีมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยการลงทุนของประเทศไม่ควรมุ่งเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องลงทุนสร้างบุคลากรที่มีความรู้ ทักษะ และความสามารถในการนำเทคโนโลยีและโอกาสใหม่มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า แนวคิด “Strong Within” ไม่ได้หมายถึงการปิดประเทศ แต่เป็นการทำให้ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะเปิดรับและเชื่อมโยงกับโลก ทั้งด้านการลงทุน เทคโนโลยี ความรู้ และบุคลากรที่มีศักยภาพ พร้อมใช้ความแข็งแกร่งภายในเป็นฐานในการแข่งขันและสร้างประโยชน์ให้แก่คนไทย

พร้อมกันนี้ รัฐบาลพร้อมนำผลการศึกษาและข้อเสนอจาก วปอ. รุ่นที่ 68 ไปพิจารณา โดยเฉพาะข้อเสนอที่สามารถต่อยอดเป็นนโยบายหรือเริ่มดำเนินการได้ เพื่อผลักดันแนวคิดจากการศึกษาและการระดมความคิดเห็นไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

อ้างอิง : www.thaigov.go.th

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...