อนุทิน ชู 3 แนวทางสร้างไทยแข็งแกร่ง ดันอุตสาหกรรมอนาคต ปฏิรูปราชการ เร่งพัฒนาคน
อนุทิน วางแนวทางสร้าง “Resilient Thailand” รับโลกผันผวน ชู 3 แกนหลัก เปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ดึงลงทุน AI-เซมิคอนดักเตอร์-พลังงานสะอาด ปฏิรูประบบราชการสู่ “Better Government” พร้อมเร่งพัฒนาคน หวังยกระดับไทยจากประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูง
วันที่ 7 ก.ย. 2569 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในกิจกรรม NDC’68 Symposium ภายใต้แนวคิด “Resilient Thailand” ของหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ กติกาการค้า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงาน และโครงสร้างประชากร ทำให้แนวคิดด้านความมั่นคงต้องขยายจากการป้องกันภัยคุกคามภายนอก ไปสู่การสร้างประเทศให้แข็งแกร่งจากภายใน
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ประเทศไทยต้องมีความพร้อมมองเห็นความเปลี่ยนแปลง เตรียมการล่วงหน้า และสามารถเปลี่ยนความท้าทายจากภายนอกให้เป็นโอกาส โดยการสร้างความแข็งแกร่งจากภายในจะต้องดำเนินการใน 3 ด้านสำคัญ**
ด้านแรก คือ การเปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจ โดยไทยยังต้องรักษาจุดแข็งด้านการผลิต การส่งออก การท่องเที่ยว และบริการ ควบคู่กับการสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่และส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น AI และดิจิทัล เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ยานยนต์แห่งอนาคต พลังงานสะอาด การแพทย์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ประเทศไทยไม่ควรเป็นเพียงฐานที่ตั้งโรงงาน แต่ต้องสามารถดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพสูง พร้อมสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่มูลค่าที่สูงขึ้น เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยจากประเทศรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศรายได้สูง
ด้านที่สอง คือ การปฏิรูประบบราชการสู่ “Better Government” โดยภาครัฐต้องมีประสิทธิภาพ คล่องตัว และตอบโจทย์ประเทศมากขึ้น ซึ่งการปฏิรูประบบราชการไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการลดจำนวนหน่วยงานหรือบุคลากร แต่ต้องปรับทั้งวิธีคิด วิธีทำงาน และบทบาทของรัฐ
ภาครัฐควรลดภาระและขั้นตอนที่ไม่จำเป็นในส่วนที่ประชาชนหรือภาคเอกชนสามารถดำเนินการได้ ขณะเดียวกันต้องเพิ่มความเข้มแข็งในภารกิจที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยรัฐบาลต้องทำงานได้ดีขึ้น รวดเร็วขึ้น และสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้
ด้านที่สาม คือ การพัฒนาคน ซึ่งนายกรัฐมนตรีมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยการลงทุนของประเทศไม่ควรมุ่งเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องลงทุนสร้างบุคลากรที่มีความรู้ ทักษะ และความสามารถในการนำเทคโนโลยีและโอกาสใหม่มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจ
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า แนวคิด “Strong Within” ไม่ได้หมายถึงการปิดประเทศ แต่เป็นการทำให้ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะเปิดรับและเชื่อมโยงกับโลก ทั้งด้านการลงทุน เทคโนโลยี ความรู้ และบุคลากรที่มีศักยภาพ พร้อมใช้ความแข็งแกร่งภายในเป็นฐานในการแข่งขันและสร้างประโยชน์ให้แก่คนไทย
พร้อมกันนี้ รัฐบาลพร้อมนำผลการศึกษาและข้อเสนอจาก วปอ. รุ่นที่ 68 ไปพิจารณา โดยเฉพาะข้อเสนอที่สามารถต่อยอดเป็นนโยบายหรือเริ่มดำเนินการได้ เพื่อผลักดันแนวคิดจากการศึกษาและการระดมความคิดเห็นไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
อ้างอิง : www.thaigov.go.th