สรุปเหตุป่วนใต้ 75 จุด 4 จังหวัด เจ็บ 11 ราย เร่งเยียวยาล่าตัวคนร้าย
24 สิงหาคม 2569 ภาครัฐ 3 ฝ่าย แถลงสรุป เหตุป่วนใต้ ช่วง 22-23 ส.ค. รวม 75 จุด ใน4 จังหวัดชายแดนใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา) ส่งผลให้อาคารและสาธารณูปโภคเสียหายหนัก พร้อมมีผู้บาดเจ็บ 11 ราย โดยกอ.รมน.ภาค 4 สน.เร่งบูรณาการกำลังล่าตัวผู้ก่อเหตุ ด้าน ศอ.บต. จัดตั้งศูนย์สื่อสารช่วยเหลือเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเปิดสายด่วน 1341 ให้ประชาชนแจ้งเบาะแสความลับสูงสุด
ที่ห้องประชุม ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี มีการแถลงร่วม 3 ฝ่าย เพื่อสรุปภาพรวมสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 22-23 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์ว่า หลังเกิดเหตุการณ์ในหลายพื้นที่ในช่วงคืนวันที่ 22-23 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งการวางเพลิง เผายางรถยนต์ เผากล้องวงจรปิด และทำลายสิ่งของทางราชการและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงระบบสาธารณูปโภค ทางภาครัฐให้ความสำคัญไม่เพียงแต่เรื่องของเหตุการณ์ แต่ยังให้ความสำคัญกับผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อประชาชนและการใช้ชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ หน่วยงานความมั่นคงได้เร่งเข้าตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมบูรณาการกำลังทุกฝ่ายในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงเร่งรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานจากจุดเกิดเหตุ เพื่อนำไปสู่การขยายผล ติดตามผู้ก่อเหตุและผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เร่งดูแลพื้นที่ให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และสร้างความปลอดภัยในชุมชน
ด้าน พันตำรวจเอก สรชัช ปร่ำเป็ง ผู้กำกับการสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยถึงเหตุที่เกิดขึ้นใน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา รวมทั้งหมด 75 เหตุการณ์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการเก็บรวบรวมหลักฐานร่วมกับเจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิด เพื่อขยายผลและติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อให้ทราบถึงเส้นทางรองและเส้นทางหลักของกลุ่มผู้ก่อเหตุอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะพยายามทำงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายต่อไ
ขณะที่ พันโท เชิด อักษรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ความรุนแรงล่าสุด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ราย เป็นชาย 6 ราย หญิง 5 ราย และเกิดความเสียหายต่ออาคาร 17 แห่ง ยานพาหนะ 40 คัน เสาไฟฟ้า 32 ต้น เสาสัญญาณโทรศัพท์ และกล้องวงจรปิด 4 ตัว โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เร่งให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
พร้อมจัดตั้ง “ศูนย์สื่อสารและการช่วยเหลือเยียวยาจากเหตุการณ์ความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้” เพื่อเป็นกลไกประสานงานระหว่างผู้ได้รับความเสียหายกับหน่วยงานภาครัฐ เร่งรัดการประเมินและชดเชยความเสียหาย รวมถึงติดตามการช่วยเหลือเป็นรายกรณี โดยมีทีมปฏิบัติงานในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการเยียวยาได้อย่างรวดเร็ว และสามารถติดตามความคืบหน้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมยืนยันว่า ภาครัฐจะดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการดำรงชีวิต การฟื้นฟูความเสียหาย และการประสานความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือประชาชนให้ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบเห็นเบาะแส บุคคล หรือพฤติกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับ ภาครัฐยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งด้านการรักษาความปลอดภัย การติดตามผู้ก่อเหตุ การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เพื่อให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับคืนสู่ความสงบ และประชาชนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย