โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

“วรศิษฎ์” รมช.มหาดไทย นำคณะลงพื้นที่ภูเก็ต คุมเข้มจัดระเบียบธุรกิจ “เจ็ตสกี” พร้อมดำเนินคดีผู้ลักลอบเปิดเจ็ตสกีไร้ใบอนุญาต

สวพ.FM91

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“วรศิษฎ์” รมช.มหาดไทย นำคณะลงพื้นที่ภูเก็ต คุมเข้มจัดระเบียบธุรกิจ “เจ็ตสกี” พร้อมดำเนินคดีผู้ลักลอบเปิดเจ็ตสกีไร้ใบอนุญาต ควบคู่กวาดล้างนอมินีต่างชาติ ย้ำรัฐบาลพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกคน แต่หากมาสร้างความเดือดร้อนในพื้นที่พร้อมสั่งการให้ดำเนินการทางกฎหมายทันที

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบการประกอบกิจการเจ็ตสกี โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รวมถึงนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามการจัดระเบียบสังคมและท่องเที่ยวว่า กระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับการจัดระเบียบการท่องเที่ยวทางน้ำ โดยเฉพาะกิจกรรมผู้ให้บริการเจ็ทสกี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์การท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดภูเก็ต แต่ที่ผ่านมากลับส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตชาวบ้าน ชาวประมง และความปลอดภัยของผู้สัญจรทางน้ำ จึงได้สั่งการให้จังหวัดเปิดลงทะเบียนผู้ประกอบการเพื่อแจ้งข้อมูลเรือและตัวตนอย่างถูกต้อง โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 10 สิงหาคม 69 นี้ ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดมาประชุมร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อกำหนดโซนนิ่งและวางกรอบการทำงานในอนาคต

นายวรศิษฎ์ กล่าวต่ออีกว่า จากการลงพื้นที่ตรวจการให้บริการเจ็ทสกีในพื้นที่ล่าสุด พบว่ายังมีกลุ่มผู้กระทำความผิดลักลอบให้บริการโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ปัญหาเจ็ทสกีในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มอย่างชัดเจน คือ กลุ่มที่มีใบอนุญาตถูกต้อง และกลุ่มที่ลักลอบประกอบกิจการ ซึ่งรัฐบาลกำลังรวบรวมฐานข้อมูลทั้งหมดเพื่อนำมาพิจารณาหาทางออกร่วมกันอย่างรอบคอบเพื่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยและสร้างมาตรฐานใหม่ โดยหลังจากปิดรับลงทะเบียน ทางจังหวัดจะจัดประชุมร่วมระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการ พี่น้องชาวบ้าน ชาวประมง และกลุ่มผู้ใช้เรือ เพื่อวางกฎระเบียบร่วมกัน ทั้งการกำหนดพื้นที่ (Zoning) ระยะเวลาการให้บริการ และข้อกำหนดของผู้ให้บริการ รวมถึงมีแนวคิดในการติดตั้งระบบติดตาม (GPS) บนเรือเจ็ทสกีที่ได้รับอนุญาต เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลาว่า มีการรุกล้ำเขตอนุญาตหรือสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้อื่นหรือไม่

“โดยล่าสุดทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และฝ่ายความมั่นคง ได้เข้าตรวจค้นผู้ประกอบการต่างชาติผิดกฎหมาย หรือนอมินี (Nominee) ที่เข้ามาแทรกซึมในธุรกิจท่องเที่ยวรวมถึงธุรกิจเจ็ทสกี ในพื้นที่เป้าหมาย 8 จุด สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 16 ราย (ต่างชาติ 6 ราย คนไทย 10 ราย) ในข้อหาสวมสิทธิ์ประกอบธุรกิจต้องห้าม เช่น ธุรกิจรถเช่า โรงเรียน และระบบไอที รวม 5–6 บริษัท มากไปกว่านั้น จากผลการปราบปรามการถือครองที่ดินผิดกฎหมายของกลุ่มทุนต่างชาติ ซึ่งมีเป้าหมายดำเนินคดีรวม 361 บริษัท ปัจจุบันได้มีการขยายผลดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเฟส 4 และเฟส 5 มีการแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มขึ้นถึง 110 คดี/บริษัท สรุปยอดรวมล่าสุดมีการแจ้งความร้องทุกข์แล้ว 149 คดี, ส่งฟ้องศาลแล้ว 4 คดี และศาลมีคำสั่งปรับแล้ว 4 คดี โดยเน้นย้ำว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างถอนรากถอนโคนเพื่อปกป้องทรัพยากรและคุ้มครองสิทธิของคนไทยอย่างเด็ดขาด” นายวรศิษฎ์ กล่าว

นายวรศิษฎ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่จัดระเบียบเจ็ทสกีและการแก้ไขปัญหาใบอนุญาตในครั้งนี้ ไม่ได้ทำเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้จังหวัดภูเก็ตเท่านั้น แต่เนื่องจากภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศ หากสามารถวางระบบ จัดโซนนิ่งเจ็ทสกี และสร้างมาตรการความปลอดภัยที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้สำเร็จ ผลลัพธ์ที่ได้จะถูกใช้เป็น "ภูเก็ตโมเดล" เพื่อนำไปขยายผลและเป็นต้นแบบในการจัดระเบียบการท่องเที่ยวทางน้ำให้กับเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ ทั่วประเทศ "ในฐานะตัวแทนของรัฐบาล ประเทศไทยพร้อมยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกคนอยู่เสมอ แต่ถ้าหากเข้ามาทำผิดกฎหมาย ข่มขู่ผู้ประกอบการไทย หรือสร้างความเดือดร้อน จะต้องถูกลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อเว้น" นายวรศิษฎ์ กล่าวเน้นย้ำในช่วงท้าย

ที่มา : กองสารนิเทศ สป.มท.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...