“สามารถ” สอน “ไอซ์” เดือด! สภาไม่ใช่เวทีส่วนตัว ย้ำสิทธิ–เสรีภาพต้องมาคู่กติกา เพราะนี่คืออำนาจของประชาชน
วันที่ 9 ก.ย.69 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ระบุว่า…
“สามารถ” สอน “ไอซ์” : สภาหมื่นล้านคือสถานที่ชี้ชะตาประเทศ ไม่ใช่เวทีแสดงตามอำเภอใจ — ประชาธิปไตยต้องมีกติกา กรณีเหตุการณ์ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่คุณไอซ์ลุกขึ้นยืนและมีการโต้แย้งกับประธานในลักษณะว่า “ท่านประธานไม่มีสิทธิ์มาละเมิดสิทธิการยืนของดิฉัน” นั้น ผมอยากชวนพี่น้องประชาชนมาทำความเข้าใจ “กติกาของสภา” กันให้ชัดครับ ประชาธิปไตยให้สิทธิและเสรีภาพแก่ทุกคน แต่เมื่อเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร การใช้สิทธิก็ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ กฎหมาย และข้อบังคับการประชุมสภาเช่นเดียวกัน สภาไม่ใช่สถานที่ที่ใครอยากพูดก็พูด อยากยืนก็ยืน หรือไม่พอใจคำวินิจฉัยแล้วจะสร้างกติกาขึ้นมาเอง กติกามีอยู่แล้วครับ ข้อ 9 — ประธานต้องวางตนเป็นกลาง ต้องพูดให้เป็นธรรมว่า สมาชิกไม่ได้มีแต่หน้าที่ปฏิบัติตามประธาน ประธานสภาเองก็อยู่ภายใต้ข้อบังคับเช่นกัน ข้อบังคับกำหนดหน้าที่และอำนาจของประธาน รวมถึงหลักสำคัญว่า ต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น ถ้าสมาชิกเห็นว่าประธานปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลาง สมาชิกย่อมสามารถยก ข้อ 9 ขึ้นเป็นเหตุแห่งการประท้วงได้ ผมยืนยันว่า ประท้วงได้ครับ แต่ต้องแยกให้ออกว่า ข้อ 9 = ฐานเกี่ยวกับหน้าที่และความเป็นกลางของประธาน ส่วน การใช้สิทธิประท้วง = ต้องทำตามวิธีการและกระบวนการที่ข้อบังคับกำหนด ไม่ใช่เพียงลุกขึ้นยืน แล้วถือว่าการยืนนั้นกลายเป็น “การประท้วงข้อ 9” โดยอัตโนมัติ ข้อ 69 — การอภิปรายก็มีกติกา การอภิปรายต้องอยู่ในประเด็น ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน หรือซ้ำซาก และต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเรื่องถ้อยคำ กิริยา และการดำเนินการอภิปราย คุณจะอภิปรายรัฐบาลหนักแค่ไหนก็ได้ คุณจะตรวจสอบรัฐมนตรีเข้มข้นแค่ไหนก็ได้ คุณจะเห็นต่างกับประธานก็ได้ แต่ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กติกาฉบับเดียวกัน การประท้วง — มีสิทธิ แต่ต้องใช้สิทธิให้ถูกวิธี หากสมาชิกเห็นว่ามีการฝ่าฝืนข้อบังคับ สมาชิกมีสิทธิประท้วง หากเห็นว่าประธานไม่วางตนเป็นกลาง ก็สามารถยกข้อ 9 ขึ้นเป็นเหตุแห่งการประท้วง แต่ต้องแสดงเจตนาประท้วงตามกระบวนการที่ข้อบังคับกำหนด เช่น การยืนและยกมือขึ้นพ้นศีรษะเพื่อขอใช้สิทธิ พร้อมระบุให้ชัดว่าประท้วงเรื่องใดและอาศัยข้อบังคับข้อใด เมื่อประธานวินิจฉัยแล้ว กระบวนการประชุมก็ต้องดำเนินต่อไปตามข้อบังคับ เพราะหากสมาชิกทุกคนสามารถสร้าง “วิธีประท้วงส่วนตัว” ขึ้นมาเอง ข้อบังคับการประชุมจะมีไว้ทำไม? และนี่คือสิ่งที่ผมอยากย้ำที่สุด — ทำไมเราจึงต้องให้เกียรติสภา? เพราะสภาแห่งนี้ ไม่ใช่ห้องประชุมธรรมดา แต่เป็นสถานที่ซึ่งอำนาจของประชาชนทั้งประเทศ ถูกส่งผ่านมายังผู้แทนที่ประชาชนเลือกเข้ามา สภาคือ “ที่ตั้งอำนาจ” และในขณะเดียวกันก็เป็น “ที่ตรวจสอบอำนาจ” รัฐธรรมนูญวางหลักว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย และการใช้อำนาจนั้นดำเนินผ่านองค์กรตามรัฐธรรมนูญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงไม่ได้เข้ามานั่งในห้องประชุมในฐานะบุคคลธรรมดา แต่เข้ามาในฐานะ “ผู้แทนของประชาชน” เสียงที่กดลงคะแนนแต่ละครั้ง จึงไม่ใช่เพียงเสียงของ ส.ส. คนหนึ่ง แต่เป็นการใช้อำนาจที่ประชาชนมอบหมายผ่านระบบผู้แทน สภาคือสถานที่ให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ตามระบบรัฐสภา บุคคลจะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องผ่านกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ และสภาผู้แทนราษฎรมีบทบาทโดยตรงในการลงมติให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ อำนาจในการตั้งผู้นำฝ่ายบริหาร เริ่มต้นจากเสียงของผู้แทนประชาชนในสภา นี่คือความยิ่งใหญ่ของสภา สภาคือหัวใจของอำนาจนิติบัญญัติ กฎหมายที่ใช้บังคับประชาชนทั้งประเทศ ต้องผ่านกระบวนการทางนิติบัญญัติ ร่างพระราชบัญญัติ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ กฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายสำคัญ ทั้งหมดต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับของรัฐสภา ทุกมาตราที่ผ่านออกไปสามารถกระทบชีวิต ทรัพย์สิน สิทธิ เสรีภาพ ภาษี และอนาคตของประชาชนหลายสิบล้านคน นี่จึงไม่ใช่สถานที่สำหรับการแสดงละครทางการเมือง สภาเป็นสถานที่ตั้งนายกรัฐมนตรีได้ — และสภาก็มีกลไกถอนความไว้วางใจจากนายกรัฐมนตรีได้เช่นกัน นี่คืออีกด้านหนึ่งของระบอบรัฐสภา ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 151 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะได้ ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด เพราะฉะนั้น วันนี้เสียงในสภาสามารถสนับสนุนให้บุคคลหนึ่งขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี วันหนึ่ง หากรัฐบาลสูญเสียความไว้วางใจทางการเมือง เสียงในสภาก็มีกลไกตามรัฐธรรมนูญในการลงมติไม่ไว้วางใจได้ นี่คือระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ แม้แต่เรื่องเงินของแผ่นดิน รัฐบาลก็ต้องกลับมาขอความเห็นชอบจากสภา ร่างกฎหมายงบประมาณและกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงินเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเกี่ยวข้องกับการจัดเก็บ การใช้จ่าย และการบริหารเงินของประชาชน หากกฎหมายสำคัญด้านการเงินของรัฐบาล โดยเฉพาะกฎหมายที่สะท้อนความเชื่อมั่นและความสามารถในการบริหารประเทศ ไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภา ย่อมเป็น ความพ่ายแพ้ทางการเมืองอย่างร้ายแรง และเกิดคำถามโดยตรงว่ารัฐบาลยังมีเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะบริหารประเทศต่อไปหรือไม่ ในระบบรัฐสภา รัฐบาลจึงต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองอย่างเหมาะสม เพราะ รัฐบาลจะบริหารประเทศโดยไม่ฟังเสียงของผู้แทนประชาชนไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่ผมมองว่า “สภาเป็นทั้งที่ตั้งอำนาจ และเป็นที่ตรวจสอบอำนาจ” ที่นี่ให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีได้ ที่นี่ออกกฎหมายให้คนทั้งประเทศได้ ที่นี่อนุมัติงบประมาณของแผ่นดินได้ ที่นี่ตรวจสอบรัฐบาลได้ และที่นี่มีกลไกตามรัฐธรรมนูญในการถอนความไว้วางใจจากรัฐบาลได้ อำนาจทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอาคารใหญ่โตหรือใช้งบประมาณก่อสร้างระดับหมื่นล้าน แต่อำนาจของสภาศักดิ์สิทธิ์ในทางประชาธิปไตย เพราะต้นทางของอำนาจนั้นมาจากประชาชน ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ส.ส. เป็นเพียงผู้ที่ประชาชนมอบหมายให้เข้ามาใช้อำนาจผ่านระบบผู้แทน ดังนั้น ทุกครั้งที่เดินเข้าสู่ห้องประชุม ต้องจำไว้ว่า เก้าอี้ที่นั่ง ไม่ใช่เก้าอี้ของคุณ ไมโครโฟนที่พูด ไม่ใช่เวทีส่วนตัวของคุณ และอำนาจที่คุณใช้ ก็ไม่ใช่อำนาจส่วนตัวของคุณ มันคืออำนาจของประชาชนทั้งประเทศ! เพราะฉะนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควรเป็นคนกลุ่มแรกที่แสดงให้ประชาชนเห็นว่า สิทธิต้องเดินคู่กับหน้าที่ เสรีภาพต้องเดินคู่กับความรับผิดชอบ อำนาจต้องเดินคู่กับการตรวจสอบ และประชาธิปไตยต้องเดินคู่กับกติกา คุณจะเป็นฝ่ายค้านที่ดุดันก็ได้ คุณจะตรวจสอบรัฐบาลอย่างหนักก็ได้ คุณจะไม่เห็นด้วยกับประธานก็ได้ คุณจะประท้วงประธานก็ได้ แต่ต้องทำภายใต้ข้อบังคับฉบับเดียวกับที่ใช้กับสมาชิกทุกคน เพราะถ้าคนที่มีหน้าที่ออกกฎหมายให้ประชาชนเคารพ กลับไม่เคารพกติกาของสภาเสียเอง แล้วเราจะบอกให้ประชาชนเคารพกฎหมายได้อย่างไร? สภาไม่ใช่เวทีละคร สภาไม่ใช่สนามเด็กเล่น สภาคือพื้นที่ใช้อำนาจของประชาชนผ่านผู้แทน และประชาธิปไตยไม่ใช่ใบอนุญาตให้ใครทำอะไรก็ได้ตามใจ อย่าให้การตัดสินใจเพียงไม่กี่วินาทีในคูหาเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ต้องกลายเป็นความผิดหวังตลอดวาระครับ สามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม #สามารถ #ไอซ์ #สภาผู้แทนราษฎร #รัฐสภา #ประชาธิปไตย #กติกาสภา #ประธานสภา #การเมืองไทย #ฝ่ายค้าน #อำนาจประชาชน #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline