โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฮีรูดอยด์ พลิกเกมใหญ่สลัดภาพยารักษาแผลเป็น ชิงตลาดคนชอบออกกำลังกาย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ดีเคเอสเอช ปรับทัพ 'ฮีรูดอยด์' ทะลายกรอบยารักษาแผลเป็น รุกหนักตลาดสายสปอร์ต จับเทรนด์คนรุ่นใหม่หันออกกำลังกายเข้มข้น ดันแบรนด์เข้าไลฟ์สไตล์ประจำวัน ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าเติบโตเท่าตัว แย้มกลยุทธ์ลุยตลาดความงามและเวชสำอาง ชี้เป็นตลาดใหญ่ระดับเดียวกับโปรตีนสุขภาพ

5 สิงหาคม 2569 - นางสาวนันท์นภัส ลิ้มคำ กรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ยา หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของแบรนด์ "ฮีรูดอยด์" (Hirudoid) ว่า บริษัทได้เริ่มปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญในการขยายฐานผู้บริโภค จากเดิมที่เน้นตลาดการรักษาแผลเป็นและรอยฟกช้ำ หันมารุกตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ที่ชอบออกกำลังกาย (Active Lifestyle) อย่างเต็มตัว

การเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นการจัดแคมเปญใหญ่ในรอบหลายปี โดยเริ่มนำแบรนด์เข้าไปเชื่อมโยงกับกระแสกีฬาแนวใหม่อย่าง Hybrid Workout และ HYROX ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่ม Gen X และ Gen Y เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป หันมาเล่นกีฬาที่ผสมผสานทั้งเวทเทรนนิ่ง คาร์ดิโอ และความอึด ส่งผลให้เกิดโอกาสการบาดเจ็บหรือรอยฟกช้ำดำเขียวจากการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ดีเคเอสเอช มองว่า พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้คือโอกาสทางธุรกิจ เพราะการเกิดรอยช้ำไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ป่วยหรืออุบัติเหตุอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของคนปกติที่ใช้ชีวิตประจำวันและออกกำลังกาย

"เราไม่ได้เลือกที่จะเปลี่ยนแบรนด์ แต่เราเลือกที่จะมองหาเซกเมนต์ใหม่ๆ ของผู้บริโภคที่เหมาะกับเรา ที่ผ่านมาคนรุ่นใหม่มีวิถีชีวิตเปลี่ยนไป เราจึงมองว่าสารสำคัญในผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีฤทธิ์ดูแลทั้งรอยฟกช้ำ บวม และเพิ่มความชุ่มชื้น สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ตรงนี้ได้ ไม่ใช่แค่มองเรื่องการรักษาแผลเป็นอย่างเดียว" คุณนันท์นภัส กล่าว

สำหรับทิศทางการเติบโต บริษัทคาดหวังว่าการรุกตลาดผ่านแคมเปญใหม่นี้ จะช่วยผลักดันให้แบรนด์สามารถขยายการรับรู้และเพิ่มกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ได้ใกล้เคียงกับการเติบโตขึ้น "เท่าตัว" โดยต้องการเปลี่ยนภาพจำจากยารักษาโรค มาเป็นผลิตภัณฑ์ประจำหน้าที่ทุกคนต้องมีติดตัวไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน
ในส่วนของช่องทางการจัดจำหน่ายและการสื่อสารการตลาด

แม้ว่าสินค้าหลักยังคงเน้นการกระจายผ่านช่องทางร้านขายยาและโรงพยาบาลเป็นหลัก ผ่านคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกร แต่บริษัทได้เริ่มปรับตัวด้วยการขยายช่องทางจำหน่ายไปยังร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven เพื่อเพิ่มการมองเห็น (Visibility) และทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น

นอกจากกลุ่มคนออกกำลังกายแล้ว บริษัทยังมองเห็นโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มสังคมสูงวัย (Aging Society) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีปัญหาผิวเกิดรอยฟกช้ำได้ง่าย รวมถึงการขยายขอบเขตไปสู่ตลาดความงามและคลินิกเวชกรรม เช่น กลุ่มผู้บริโภคที่ผ่านการทำหัตถการฉีดหน้าหรือศัลยกรรม ซึ่งมักประสบปัญหารอยเขียวช้ำตามมา

ผู้บริหารดีเคเอสเอช ระบุถึง มูลค่าโอกาสทางการตลาดในอนาคตว่า หากประเมินการเติบโตตามขอบเขตใหม่ที่แบรนด์กำลังก้าวไป ตลาดนี้จะไม่ใช่แค่ตลาดผลิตภัณฑ์ลดรอยฟกช้ำที่มีขนาดแคบๆ อีกต่อไป แต่มันคือตลาดการดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์

"ถ้าถามถึงมูลค่าตลาดในสิ่งที่เรากำลังขับเคลื่อนอยู่ เรามองว่ามันเติบโตและวิ่งไปได้ใกล้เคียงกับมูลค่าของตลาดโปรตีน ซึ่งเป็นตลาดดูแลสุขภาพขนาดใหญ่ เพราะผลิตภัณฑ์เราสอดรับกับวิถีชีวิตและการดูแลตัวเองของผู้คนในระยะยาว" คุณนันท์นภัส ระบุ

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มลดรอยฟกช้ำและบวม (กล่องสีแดงและสีน้ำเงิน) ถือเป็นสินค้าหลักที่สร้างรายได้ให้กับแบรนด์เกินกว่า 50% ของพอร์ตโฟลิโอทั้งหมด การขยายกลยุทธ์เข้าสู่ตลาด Active Lifestyle และ Beauty ในครั้งนี้ จึงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน แทนที่จะพึ่งพาเพียงยอดขายจากการจัดกิจกรรมเป็นครั้งคราว

สอดคล้องกับข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่พบว่าในปี 2568 ค่าใช้จ่ายด้านกีฬาของคนไทยปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ย 8,893 บาทต่อคนต่อปี และมีกลุ่มที่ยินดีจ่ายเงินเพื่อการออกกำลังกายสูงถึง 12,186 บาทต่อปี เพิ่มขึ้น 11% สะท้อนชัดเจนว่าผู้บริโภคยุคใหม่พร้อมจ่ายเงินเพื่อดูแลสุขภาพและสรีระร่างกาย สะท้อนเป็นโอกาสเติบโตทางธุรกิจของแบรนด์ฮีรูดอยด์ในระยะยาว

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...