โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แรงงานไทยหาตัวเองให้เจอ

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจที่ต้องการแรงงานที่มีความพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความทันสมัยของเทคโนโลยี และตลาดแรงงานยังต้องการคนที่พร้อมทำงานได้ทันที แต่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยกลับยังไม่แน่ใจว่าตัวเองถนัดอะไร และอยากเติบโตไปในเส้นทางใด สำหรับเคทีซี การพัฒนาคนไม่ใช่เพียงการสร้างบุคลากรให้กับองค์กร แต่คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ค้นพบศักยภาพของตนเอง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) พบว่ามีเพียง 22.3% ของตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครโดยไม่กำหนดประสบการณ์การทำงาน สะท้อนว่าประสบการณ์จริงกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเริ่มต้นอาชีพของคนรุ่นใหม่ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนปัญหาที่ลึกไปกว่าการมีงานหรือไม่มีงาน เพราะในหลายกรณี สิ่งที่คนรุ่นใหม่ขาดอาจไม่ใช่ความรู้ แต่คือโอกาสในการค้นพบว่าตัวเองมีศักยภาพด้านใด และจะเปลี่ยนความรู้ที่มีไปต่อยอดในโลกการทำงานได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม ในอดีตการเลือกคณะเรียนอาจนำไปสู่อาชีพที่ค่อนข้างชัดเจน แต่ปัจจุบันหลายสายอาชีพเกิดขึ้นใหม่ ขณะที่หลายตำแหน่งงานต้องการทักษะที่ผสมผสานระหว่างความรู้ด้านธุรกิจ เทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูลและความคิดสร้างสรรค์ ทำให้การเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะตอบคำถามสำคัญของชีวิตการทำงาน ด้วยเหตุนี้โอกาสในการลงมือทำจริงจึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญไม่แพ้ความรู้ทางวิชาการ

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีของการดำเนินธุรกิจ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เชื่อว่าทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กรและประเทศ คือ "คน" การพัฒนาคนจึงเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่องค์กรให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของการพัฒนาบุคลากรภายใน และการส่งต่อองค์ความรู้สู่สังคม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวเข้าสู่โลกการทำงาน

จากประสบการณ์ของทีมงานที่ดูแลโครงการสหกิจศึกษา KTC COOP (KTC Cooperative Program) สิ่งที่พบอยู่เสมอคือ นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ได้ขาดศักยภาพ แต่หลายคนยังไม่เคยมีพื้นที่ให้ทดลองศักยภาพของตัวเองอย่างจริงจัง มีนักศึกษาคนหนึ่งเข้าร่วมโครงการด้วยความตั้งใจว่าอยากทำงานด้านการตลาด เพราะมองว่าเป็นสายงานที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เรียนมา แต่เมื่อได้มีโอกาสทำงานกับข้อมูลลูกค้า วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค และเห็นว่าข้อมูลสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างไร เขากลับค้นพบว่าตัวเองสนใจงานวิเคราะห์ข้อมูลมากกว่าที่เคยคิด

ขณะที่นักศึกษาอีกหลายคนเริ่มต้นด้วยความไม่มั่นใจ ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม หรือกังวลว่าตนเองจะตามการทำงานในองค์กรไม่ทัน แต่หลังจากได้ร่วมทำงานในโครงการจริง ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทีมงาน และรับผิดชอบภารกิจที่มีเป้าหมายชัดเจน พวกเขากลับมีความมั่นใจมากขึ้น กล้าคิด กล้าถาม และกล้าตัดสินใจมากขึ้นกว่าเดิม ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เห็นว่า คุณค่าของการฝึกงานไม่ได้อยู่ที่การมีประสบการณ์เพิ่มขึ้นหนึ่งบรรทัดในประวัติการทำงาน แต่คือการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ค้นพบตัวเอง

หลายครั้งสิ่งที่นักศึกษาได้รับกลับไป ไม่ใช่เพียงทักษะด้านวิชาชีพ แต่เป็นความชัดเจนในชีวิต บางคนค้นพบว่าตัวเองชอบทำงานกับข้อมูล บางคนหลงใหลการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บางคนรู้ว่าตัวเองมีความสุขกับการทำงานร่วมกับผู้คน หรือบางคนได้คำตอบสำคัญที่สุดว่า เส้นทางที่เคยวางไว้ไม่ใช่เส้นทางที่เหมาะกับตัวเอง นั่นคือเหตุผลที่เคทีซีมองว่าการให้โอกาสสำคัญไม่แพ้การให้ความรู้ เพราะความรู้สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้เสมอ แต่โอกาสในการทดลอง ลงมือทำ และเรียนรู้จากประสบการณ์จริง คือสิ่งที่ช่วยให้คนคนหนึ่งมองเห็นศักยภาพของตัวเองได้อย่างแท้จริง

โครงการสหกิจศึกษา KTC COOP จึงไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงพื้นที่ฝึกงาน แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทำงานกับโจทย์จริง เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง และเข้าใจบริบทของการทำงานในองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างคนหลากหลายสายงาน สำหรับเคทีซี การพัฒนาคนไม่ใช่ภารกิจที่จำกัดอยู่ภายในองค์กร แต่เป็นการลงทุนระยะยาวที่สร้างคุณค่าให้กับสังคมและเศรษฐกิจโดยรวม เพราะทุกครั้งที่คนรุ่นใหม่ได้รับโอกาสในการเรียนรู้ ได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง และได้เติบโตอย่างเต็มความสามารถ ประเทศไทยก็มีโอกาสได้ทรัพยากรมนุษย์ที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของอนาคตมากขึ้น

ในวันที่โลกการทำงานเปลี่ยนเร็วกว่าเดิม ความท้าทายอาจไม่ใช่การทำอย่างไรให้เยาวชนเรียนจบ แต่คือการทำอย่างไรให้พวกเขาได้ค้นพบศักยภาพของตัวเองได้เร็วพอที่จะต่อยอดเป็นคุณค่าให้กับสังคมและเศรษฐกิจ เพราะท้ายที่สุด ประเทศที่แข่งขันได้ไม่ใช่ประเทศที่มีทรัพยากรมากที่สุด แต่คือประเทศที่สามารถดึงศักยภาพของผู้คนออกมาได้มากที่สุด และบางครั้งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของชีวิตอาจเริ่มต้นจาก "โอกาส" เพียงครั้งเดียว ที่ทำให้ใครบางคนมองเห็นคุณค่าของตัวเอง.

บุญช่วย ค้ายาดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...