โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Data Center กลายเป็น ‘ของดี’ ที่ไม่มีใครอยากให้อยู่หน้าบ้าน จากออสเตรเลีย-มาเลเซียถึงไทย เปิดปม Ghost Demand กับ ‘บิลก้อนใหญ่’ ที่ประเทศอาจต้องจ่าย

THE STANDARD

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
Data Center กลายเป็น ‘ของดี’ ที่ไม่มีใครอยากให้อยู่หน้าบ้าน จากออสเตรเลีย-มาเลเซียถึงไทย เปิดปม Ghost Demand กับ ‘บิลก้อนใหญ่’ ที่ประเทศอาจต้องจ่าย

Data Center โตแรงตามกระแส AI แต่เกมนี้ไม่ได้มีแค่ ‘ไฟต้องพอ’ เมื่อออสเตรเลีย-มาเลเซียเริ่มเจอแรงต้านจากชุมชน ขณะที่ไทยกำลังเจอโจทย์ทั้ง NIMBY และ Ghost Demand

ประเด็นสำคัญ

  • Cloud ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโตขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2010
  • ออสเตรเลีย เจอโจทย์ใหญ่ ไฟ-น้ำ ไม่พอ
  • เพื่อนบ้านมาเลเซีย เริ่มเจอแรงต้าน Data Center หนัก
  • กฎเข้มขึ้น อาจไม่หยุด AI แต่กำลังเปลี่ยน ‘แผนที่ลงทุน’
  • ปรากฎการณ์ NIMBY-Ghost Demand 2 โจทย์ใหม่ไทย รัฐต้องไม่ลงทุนรับ ‘ดีมานด์ลวง’
  • NIMBY : ชาวบ้านไม่ได้ปฏิเสธ Data Center แต่ไม่เอาไว้หน้าบ้าน
  • ‘Ghost Demand’ อีกด้านที่อาจกระทบคนทั้งประเทศ
  • เตือนรัฐอย่าแข่งแจกสิทธิประโยชน์ แนะรอบคอบ ‘ไทยเลือกได้’

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ต้องการ Data Center ไหม แต่คือ ไทยจะดึงคลื่นลงทุน AI อย่างไร ให้เศรษฐกิจได้ประโยชน์ โดยไม่ผลักต้นทุนไฟ-น้ำและโครงสร้างพื้นฐานไปให้คนทั้งประเทศ

ในวันที่ 4 ก.ย. จะมีการประชุมบอร์ดครั้งแรก พร้อมชวนจับตา PDP 2026 ซึ่งจะกำหนดดีมานด์การใช้พลังงาน

นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ไทยต้องเลือกให้รอบคอบ

Cloud ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโตขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2010

การพัฒนา Data Center ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเติบโตอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2010 จากแรงขับเคลื่อนของ Cloud Computing และการสตรีมวิดีโอ ก่อนที่ AI จะเข้ามาเพิ่มแรงส่งอีกระลอก

ข้อมูลจาก McKinsey & Co. ระบุว่า ความต้องการ Data Center ในเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ 28 กิกะวัตต์ในปี 2025 หรือคิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของความต้องการทั่วโลก เป็นรองเพียง ‘อเมริกาเหนือ’ ที่มีสัดส่วน 43% และคาดว่ากำลังการผลิตในภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าภายในปี 2030

เมื่อ Data Center ขยายตัว ความต้องการพลังงานก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน

โดยองค์การพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA คาดการณ์ว่า การใช้ไฟฟ้าของ Data Center ในเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า จาก 173 เทราวัตต์-ชั่วโมงในปี 2025 เป็น 378 เทราวัตต์-ชั่วโมงภายในปี 2030 ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

รัฐบาลในหลายประเทศมองว่าอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตนี้เป็นช่องทางสำคัญในการดึงดูดการลงทุนและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ขณะที่นักวิเคราะห์ยังไม่คาดว่าการก่อสร้าง Data Center จะชะลอตัวลงในเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ Data Center ซึ่งส่วนใหญ่ยังเผชิญกับข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูลที่จำกัด กำลังถูกตรวจสอบจากสาธารณชนมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นแรงกดดันต่อแหล่งพลังงาน น้ำ และสภาพแวดล้อมในพื้นที่

ภาพกราฟิกแสดง Data Center และข้อความเกี่ยวกับปัญหา Ghost Demand ที่ประเทศต้องแบกรับ 1

เจมส์ เมอร์ฟี กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ DC Byte บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Data Center กล่าวว่า ‘ข้อจำกัดต่อ Data Center ไม่ใช่เรื่องใหม่’

โดยมีตัวอย่างทั้งในยุโรปและสิงคโปร์ แต่ความเคลื่อนไหวล่าสุดของบางพื้นที่ในสหรัฐฯ ที่เริ่มระงับโครงการก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม อาจเป็นเพียงการ ‘ขยายสิ่งปัญหาใต้พรม’

“ความต้องการยังคงร้อนแรงในแทบทุกตลาดในภูมิภาคนี้ มีเพียงไม่กี่แห่งที่เป็นข้อยกเว้น เช่น ฟิลิปปินส์และเวียดนาม ซึ่งยังไม่ได้รับผลกระทบจากความเฟื่องฟู”

เมอร์ฟีกล่าวกับ Nikkei Asia พร้อมเตือนว่า ปัญหาจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ ผู้พัฒนาโครงการ ‘ไม่ได้มีส่วนร่วมกับชุมชน’

ออสเตรเลีย เจอโจทย์ใหญ่ ไฟ-น้ำ ไม่พอ

กรณีของออสเตรเลียสะท้อนภาพดังกล่าวได้อย่างชัดเจน เมื่อ NextDC ผู้ให้บริการ Data Center รายใหญ่ของประเทศ รายงานการใช้พลังงานและน้ำที่เพิ่มขึ้นในปีงบ 2026 แม้ผลประกอบการของบริษัทจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยรายได้เพิ่มขึ้น 16% และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 82.1 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า การขยายกำลังการให้บริการ Data Center ไม่ได้เพิ่มขึ้นเฉพาะความสามารถในการประมวลผล แต่ยังหมายถึงความต้องการใช้ ‘ทรัพยากร’ ที่มากขึ้น

โดย NextDC ระบุว่าอัตราการใช้น้ำต่อพลังงาน (Water Usage Effectiveness: WUE) เพิ่มขึ้นเป็น 2.40 ลิตรต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง จาก 2.25 ลิตรต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมงในปีก่อน ขณะที่ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Power Usage Effectiveness: PUE) เพิ่มเป็น 1.49 จาก 1.44 ซึ่งเป็นการปรับตัวแย่ลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

เพื่อนบ้านมาเลเซีย เริ่มเจอแรงต้าน Data Center หนัก

สัญญาณการต่อต้านไม่ได้จำกัดอยู่ในออสเตรเลีย แต่เริ่มปรากฏในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน โดยในมาเลเซียมีกรณีที่แรงต่อต้านจากชุมชนทำให้ผู้พัฒนาต้องถอนตัวจากโครงการ ที่โคตา ดามันซารา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์

ผู้พัฒนาโครงการ Data Center ที่ไม่เปิดเผยชื่อ ได้ถอนใบสมัครเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม หลังเผชิญแรงต่อต้านจากประชาสังคมหนัก การถอนตัวเกิดขึ้นหลังมีการยื่นคำร้องออนไลน์ โดยผู้จัดทำคำร้องแสดงความกังวลเกี่ยวกับการขาดความโปร่งใสในการพัฒนาโครงการ รวมถึงผลกระทบด้าน ‘มลภาวะทางเสียง’ และความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ

ซารา ไอเซีย ผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน วัย 28 ปี เข้าร่วมการรณรงค์ ยื่นคำร้องรวบรวมรายชื่อได้มากกว่า 6,000 รายชื่อ ภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์

“หน่วยงานท้องถิ่นควรแจ้งให้พื้นที่โดยรอบทราบเกี่ยวกับการพัฒนาใหม่ใดๆ” ไอเซียกล่าว พร้อมระบุว่า ผู้คนที่เธอพูดคุยด้วย ไม่มีใครได้รับแจ้ง อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับโครงการ

ภาพกราฟิกแสดง Data Center และข้อความเกี่ยวกับปัญหา Ghost Demand ที่ประเทศต้องแบกรับ 2

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้มีการประท้วงในเมืองเกลัง ปาตะห์ รัฐยะโฮร์ ทางตอนใต้ของมาเลเซีย ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสิงคโปร์ โดยชาวบ้านราว 50 คนออกมาประท้วงในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อต่อต้านโรงงานที่ดำเนินการโดย ZDATA Technologies จากจีน ซึ่งให้บริการแก่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน รวมถึง ByteDance (TikTok)

อาดิบ ซัลกาปลี กรรมการผู้จัดการของ Viewfinder Global Affairs บริษัทที่ปรึกษาในมาเลเซีย มองว่า การประท้วงที่เกิดขึ้นในเวลานี้ยังเป็นเพียง ‘การต่อต้านเฉพาะจุด’ มากกว่าจะพัฒนาเป็นประเด็นระดับชาติ แต่เมื่อสาธารณชนตระหนักถึงการลงทุนใน Data Center มากขึ้น เขาคาดว่าจะเห็นการตรวจสอบโครงการที่เข้มงวดกว่าเดิม

“เราสามารถคาดหวังได้ว่าจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้นจากสาธารณชน ไม่ใช่แค่ในมาเลเซียเท่านั้น แต่รวมถึงทั่วทั้งภูมิภาคด้วย” เขากล่าว

กฎเข้มขึ้น อาจไม่หยุด AI แต่กำลังเปลี่ยน ‘แผนที่ลงทุน’

แม้เสียงคัดค้านจากชุมชนจะเพิ่มขึ้น แต่การยกระดับกฎระเบียบอาจไม่ได้ทำให้ความต้องการ Data Center ในภูมิภาคลดลง หากแต่มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนทิศทาง การลงทุนไปยังประเทศหรือพื้นที่ที่ ‘พร้อมรองรับ’ มากกว่า

เมอร์ฟีจาก DC Byte กล่าวว่า “นโยบายสามารถจำกัดการลงทุนของแต่ละประเทศได้ แต่โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI ความต้องการเหล่านั้นจะพบตลาดหรือพื้นที่ที่ยินดีรองรับมันเอง”

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่มอสส์เวลในออสเตรเลีย ไปจนถึงมาเลเซีย จึงสะท้อนโจทย์ร่วมของ Data Center ยุค AI ว่า การแข่งขันเพื่อดึงดูดเงินลงทุนอาจไม่ได้จบลงเพียงการมีพื้นที่และไฟฟ้าเพียงพอ

แต่ต้องสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลกับต้นทุนที่ชุมชนและระบบสาธารณูปโภคต้องแบกรับ

เพราะยิ่ง AI ขยายตัวเร็วเท่าไร คำถามเรื่อง ‘ใครเป็นผู้จ่ายต้นทุนของการเติบโต’ ก็ยิ่งหลีกเลี่ยงได้ยากขึ้นเท่านั้น

ปรากฎการณ์ NIMBY-Ghost Demand 2 โจทย์ใหม่ไทย รัฐต้องไม่ลงทุนรับ ‘ดีมานด์ลวง’

ภาพกราฟิกแสดง Data Center และข้อความเกี่ยวกับปัญหา Ghost Demand ที่ประเทศต้องแบกรับ 3

ณัฐ เหลืองนฤมิตชัย ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า การขยายตัวของ Data Center ในไทยกำลังเผชิญโจทย์สำคัญ 2 ด้านที่ต้องจับตา

คือ ปรากฏการณ์ NIMBY (Not In My Backyard) ที่ประชาชนยอมรับความจำเป็นของ Data Center แต่ไม่ต้องการให้มาตั้งอยู่ใกล้บ้าน

และความเสี่ยงจาก ‘Ghost Demand’ หรือความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ถูกจองไว้จำนวนมาก แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นจริงทั้งหมดหรือไม่

ณัฐ มองว่า Data Center ไม่ใช่ธุรกิจที่ควรถูกมองว่าเป็นภัย เพราะโดยตัวมันเองแทบไม่ได้ปล่อยมลพิษ และความเสี่ยงด้านไฟไหม้ เสียง หรือความร้อน สามารถออกแบบระบบป้องกันและลดผลกระทบได้ หากมีการประเมินตั้งแต่ก่อนก่อสร้าง

อย่างไรก็ตาม เมื่อ Data Center มีขนาดใหญ่ขึ้นหลายเท่าตัวจากในอดีต ผลกระทบที่ต้องพิจารณาก็เปลี่ยนไป จากเดิมที่ Data Center ขนาด 1-5 เมกะวัตต์ อาจแทบไม่สร้างผลกระทบที่ชุมชนรับรู้ได้ แต่ปัจจุบันโครงการขนาดใหญ่สามารถใช้ไฟฟ้าในระดับหลายสิบเมกะวัตต์ และอาจเพิ่มขึ้นไปถึงระดับหลายร้อยเมกะวัตต์

“ปัญหาไม่ใช่ว่า Data Center น่ากลัว แต่เมื่อมันใหญ่ขึ้น มันต้องมีการตรวจสอบผลกระทบที่ดี ทั้งเรื่องเสียง ความร้อน ความเสี่ยงจากไฟไหม้ และการใช้ไฟฟ้า ไม่ใช่สร้างเสร็จแล้วค่อยถามว่าทำไมเสียงดัง หรือทำไมชุมชนได้รับผลกระทบ”

NIMBY : ชาวบ้านไม่ได้ปฏิเสธ Data Center แต่ไม่เอาไว้หน้าบ้าน

ณัฐ กล่าวอีกว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่สะท้อนลักษณะของ NIMBY หรือ ‘Not In My Backyard’ คือประชาชนอาจไม่ได้ปฏิเสธความจำเป็นของ Data Center แต่เมื่อโครงการเข้ามาอยู่ใกล้ชุมชน ความกังวลเรื่องเสียง ความร้อน ความปลอดภัย ระบบน้ำมันสำรอง หรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก็เพิ่มขึ้น

ดังนั้น การแก้ปัญหาไม่ควรใช้เพียงการสื่อสารว่า Data Center ‘ไม่อันตราย’ แต่ต้องทำให้การเลือกพื้นที่และการอนุญาตตั้งอยู่บนข้อมูลที่ชัดเจน

แนวทางหนึ่งคือการกำหนด Zoning หรือพื้นที่รองรับ Data Center ล่วงหน้า เพื่อให้รัฐสามารถประเมินความพร้อมทั้งด้านไฟฟ้า ระบบส่ง น้ำ โครงสร้างพื้นฐาน และผลกระทบต่อชุมชนได้ก่อนเปิดให้ลงทุน

อย่างกรณีของมาเลเซีย สะท้อนบทเรียนดังกล่าว โดยพื้นที่ยะโฮร์เคยได้รับความสนใจจาก Data Center จำนวนมากจากการอยู่ใกล้สิงคโปร์ แต่มีการกำหนดพื้นที่และกลไกกำกับดูแลที่ชัดเจนขึ้น เพื่อไม่ให้การขยายตัวของ Data Center กระทบชุมชนและทรัพยากรของประเทศโดยไม่มีการวางแผน

‘Ghost Demand’ อีกด้านที่อาจกระทบคนทั้งประเทศ

ขณะที่ NIMBY เป็นปัญหาในระดับพื้นที่ อีกโจทย์ที่ใหญ่กว่าคือ Ghost Demand

ณัฐ ชี้ว่า ปัจจุบันมีคำขอใช้ไฟฟ้าจากโครงการ Data Center ในระดับสูงมาก

หากทุกโครงการเกิดขึ้นจริง ความต้องการไฟฟ้าอาจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยในปัจจุบัน

ภาพกราฟิกแสดง Data Center และข้อความเกี่ยวกับปัญหา Ghost Demand ที่ประเทศต้องแบกรับ 4

ปัญหา คือ Data Center สามารถสร้างเสร็จได้ภายใน 1-2 ปี แต่โครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าและระบบส่ง ต้องใช้เวลาหลายปีในการลงทุน

หากรัฐเร่งลงทุนระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับคำขอจำนวนมาก แต่ท้ายที่สุดโครงการบางส่วนไม่เกิดขึ้น หรือใช้ไฟไม่ถึงระดับที่จองไว้ประเทศไทยอาจต้องแบกรับต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับ ‘ความต้องการที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง’

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการดึง Data Center เข้ามาไม่ควรดูเพียงตัวเลขเงินลงทุน แต่ต้องดู Commitment การใช้ไฟฟ้าจริงควบคู่กันด้วย

เตือนรัฐอย่าแข่งแจกสิทธิประโยชน์ แนะรอบคอบ ‘ไทยเลือกได้’

สถานการณ์ปัจจุบันแตกต่างจากในอดีต เพราะเมื่อสิงคโปร์เริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านพลังงาน และมาเลเซียเริ่มชะลอการขยายตัวของ Data Center ไทยจึงกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักลงทุน

ดังนั้น ไทยไม่จำเป็นต้องแข่งขันด้วยการเสนอ สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้มากที่สุดอีกต่อไป

แต่ควรเปลี่ยนเป็นฝ่ายกำหนดเงื่อนไขว่า หากนักลงทุนต้องการเข้ามาใช้ทรัพยากรของไทย นักลงทุนจะสร้างคุณค่าอะไรกลับคืนให้ประเทศ

ทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร การลงทุนในระบบส่งไฟฟ้า การสร้าง Ecosystem รวมถึงมาตรการชดเชยหรือดูแลชุมชนในพื้นที่ตั้งโครงการ

“วันนี้เราไม่จำเป็นต้องให้สิทธิประโยชน์ เพราะทุกคนอยากมาอยู่แล้ว เราควรทำตัวเป็นคนที่หล่อเลือกได้ ให้เขาเข้ามาบอกว่า ถ้าอยากเปิด Data Center ขนาดใหญ่ในไทย จะให้อะไรกับประเทศบ้าง” ณัฐ กล่าวย้ำ

ท้ายที่สุด โจทย์ Data Center ของไทยจึงไม่ใช่การเลือกว่าจะ ‘เอา’ หรือ ‘ไม่เอา’

จับตา PDP 2026 และบอร์ด Data Center ถกนัดแรก 4 ก.ย.

อย่างไรก็ตาม สำหรับไทย สิ่งที่ต้องจับตาคือ การประชุมบอร์ด Data Center นัดแรกในวันที่ 4 กันยายน 2569

โดยมี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน หลังพบข้อกังวลว่า Data Center บางแห่งอาจอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย ในการขออนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารประเภทอื่น ก่อนนำไปประกอบกิจการ Data Center ทำให้การกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมอาจไม่ครอบคลุม

การประชุมครั้งนี้จึงน่าจับตาว่า ไทยจะวางกติกา Data Center อย่างไร

โดย IEA คาดว่าการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ทั่วโลกจะเพิ่มจากราว 415 TWh ในปี 2024 เป็น 945 TWh ในปี 2030 หรือมากกว่า 2 เท่า

ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพียงภูมิภาคเดียวก็มีแนวโน้มใช้ไฟสำหรับ Data Center เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า ในปี 2030

สำหรับไทย ประเด็นนี้ยิ่งต้องจับตา เพราะร่าง PDP 2026 ถูกออกแบบให้รองรับความต้องการไฟฟ้ารอบใหม่จาก Data Center, AI และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

โดยมีแผนเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ราว 50,900 เมกะวัตต์ในช่วง 11 ปีแรก พร้อมเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดและเปิดทางให้เกิด Direct PPA

ภาพกราฟิกแสดง Data Center และข้อความเกี่ยวกับปัญหา Ghost Demand ที่ประเทศต้องแบกรับ 5

ขณะที่มีการประเมินว่า Data Center ในไทยอาจต้องการไฟฟ้าสูงถึง 8,800 เมกะวัตต์

โดยวันที่ 8 กันยายน 2569 กระทรวงพลังงานเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง PDP 2026 ซึ่งจะเป็นอีกหมุดหมายสำคัญว่า ไทยจะจัดสมดุลระหว่าง ‘ไฟที่ AI ต้องการ’ กับ ‘ต้นทุนที่ประเทศต้องจ่าย’ อย่างไร

กรณีศึกษาจากทั่วโลก ทั้งยุโรป สหรัฐฯ ออสเตรเลียและมาเลเซีย กำลังชี้ให้เห็นว่า

การแข่งขันเพื่อเป็นฐาน Data Center ไม่ได้จบที่มีไฟ-น้ำ ให้เพียงพอ แต่ต้องตอบโจทย์ น้ำ สิ่งแวดล้อม ชุมชน และความโปร่งใส ไปพร้อมกัน

หากไทยต้องการให้คลื่นลงทุน Data Center เดินหน้าต่อได้ในระยะยาว จะกำหนดนโยบายอย่างไร ต้องติดตาม

ภาพ: ArDanMe , Lacy Chenault / Shutterstock

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...