สมการเดิมเริ่มพัง! “ยีลด์สหรัฐ” สูง ไม่ช่วยดอลลาร์ ค่าเงิน EM เดินหน้าแข็งค่า
ค่าเงินตลาดเกิดใหม่สวนทางบอนด์สหรัฐมากสุดในรอบกว่า 4 ปี แม้ยีลด์พุ่ง หลังความกังวลหนี้-ขาดดุลกดดอลลาร์ และหนุนเงินทุนไหลสู่สินทรัพย์ EM มากขึ้น
วันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 16.38 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries) กับสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets: EM) กำลังแตกต่างจากรูปแบบเดิมมากที่สุดในรอบกว่า 4 ปี เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น ไม่สามารถผลักดันให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและกดดันสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ได้เหมือนในอดีต
ดัชนีพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของ Bloomberg มีแนวโน้มขาดทุนในไตรมาสนี้ หลังนักลงทุนเทขายพันธบัตรระยะยาวจากความกังวลเกี่ยวกับทิศทางหนี้รัฐบาลสหรัฐ
ในทางตรงกันข้าม ดัชนีสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ของ MSCI กำลังมุ่งหน้าสู่การปรับตัวขึ้นรายไตรมาสมากที่สุดในรอบกว่า 1 ปี ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ทั้งสองลดลงสู่ระดับติดลบมากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2565 ตามข้อมูลที่ Bloomberg รวบรวม
โดยปกติ เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น สินทรัพย์สกุลดอลลาร์จะมีความน่าสนใจมากขึ้น เงินทุนจึงมีแนวโน้มไหลกลับเข้าสหรัฐ ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่า และสร้างแรงกดดันต่อสกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่
ในปีนี้ ประเทศตลาดเกิดใหม่สามารถดึงดูดเงินทุนจากทั่วโลกได้มากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนต้องการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า รวมถึงกระจายพอร์ตออกจากสินทรัพย์ที่อยู่ในรูปเงินดอลลาร์
แม้ยีลด์สหรัฐที่สูงขึ้นตามปกติควรลดความน่าสนใจของตลาดเกิดใหม่ แต่ครั้งนี้แรงขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐไม่ได้เกิดจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดขึ้นเพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจากความกังวลเกี่ยวกับหนี้และการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐ
ความแตกต่างนี้มีความสำคัญ เพราะยีลด์ที่สูงขึ้นจากเศรษฐกิจแข็งแกร่งหรือ Fed ส่งสัญญาณคุมเข้ม มักเป็นปัจจัยบวกต่อดอลลาร์ แต่หากยีลด์สูงขึ้นเพราะนักลงทุนเรียกร้องผลตอบแทนเพิ่มเพื่อชดเชยความเสี่ยงด้านการคลัง ผลลัพธ์ต่อเงินดอลลาร์อาจแตกต่างออกไป
นักลงทุนเริ่มคาดการณ์มากขึ้นว่า รัฐบาลสหรัฐอาจรับมือกับภาระหนี้และการขาดดุลผ่านนโยบายที่มีลักษณะผ่อนคลายและอาจสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ รวมถึงมาตรการอย่างการซื้อคืนพันธบัตร (Bond Buybacks) ซึ่งอาจลดมูลค่าที่แท้จริงของเงินดอลลาร์ในระยะยาว
มุมมองดังกล่าวนำไปสู่สิ่งที่ตลาดเรียกว่า Dollar Debasement Trade หรือการลงทุนบนสมมติฐานว่ากำลังซื้อและมูลค่าที่แท้จริงของเงินดอลลาร์มีแนวโน้มถูกกัดกร่อน
เมื่อเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ซื้อขายในสกุลดอลลาร์จะมีราคาถูกลงสำหรับประเทศที่ใช้สกุลเงินอื่น ซึ่งสามารถช่วยกระตุ้นอุปสงค์สินค้าโภคภัณฑ์ได้
ผลที่ตามมาคือ สกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ที่เป็นผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์กำลังได้รับแรงหนุน โดยเฉพาะ แอฟริกาใต้ โคลอมเบีย และชิลี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ค่าเงินปรับตัวแข็งค่ามากที่สุดในเดือนนี้
Nick Rees หัวหน้าฝ่ายวิจัยมหภาคของ Monex Europe ระบุว่า กระแส Dollar Debasement ทำให้ตลาดเกิดใหม่ดูน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับตลาดพัฒนาแล้ว ขณะเดียวกันสินค้าโภคภัณฑ์ก็มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับหุ้นหรือพันธบัตร
Rees มองว่า หากความกังวลเกี่ยวกับการลดทอนมูลค่าของเงินดอลลาร์เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง สภาพแวดล้อมดังกล่าวจะเป็นปัจจัยบวกต่อสกุลเงินของประเทศผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ในวงกว้าง นอกเหนือจากแรงหนุนจากการที่นักลงทุนลดการถือครองเงินดอลลาร์หรือสกุลเงินหลักในกลุ่ม G10
ปรากฏการณ์ครั้งนี้จึงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในตลาดการเงินโลก เพราะยีลด์สหรัฐ สูง = ดอลลาร์แข็ง = ค่าเงิน EM อ่อนค่า อาจไม่ใช่สมการที่ทำงานเหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อสาเหตุของยีลด์ที่พุ่งขึ้นมาจากความกังวลต่อฐานะการคลังและมูลค่าที่แท้จริงของเงินดอลลาร์มากขึ้น
อ้างอิง : bloomberg.com