โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สมการเดิมเริ่มพัง! “ยีลด์สหรัฐ” สูง ไม่ช่วยดอลลาร์ ค่าเงิน EM เดินหน้าแข็งค่า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 สิงหาคม 2569 เวลา 0.15 น. • เผยแพร่ 45 นาทีที่แล้ว

ค่าเงินตลาดเกิดใหม่สวนทางบอนด์สหรัฐมากสุดในรอบกว่า 4 ปี แม้ยีลด์พุ่ง หลังความกังวลหนี้-ขาดดุลกดดอลลาร์ และหนุนเงินทุนไหลสู่สินทรัพย์ EM มากขึ้น

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 16.38 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries) กับสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets: EM) กำลังแตกต่างจากรูปแบบเดิมมากที่สุดในรอบกว่า 4 ปี เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น ไม่สามารถผลักดันให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและกดดันสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ได้เหมือนในอดีต

ดัชนีพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของ Bloomberg มีแนวโน้มขาดทุนในไตรมาสนี้ หลังนักลงทุนเทขายพันธบัตรระยะยาวจากความกังวลเกี่ยวกับทิศทางหนี้รัฐบาลสหรัฐ

ในทางตรงกันข้าม ดัชนีสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ของ MSCI กำลังมุ่งหน้าสู่การปรับตัวขึ้นรายไตรมาสมากที่สุดในรอบกว่า 1 ปี ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ทั้งสองลดลงสู่ระดับติดลบมากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2565 ตามข้อมูลที่ Bloomberg รวบรวม

โดยปกติ เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น สินทรัพย์สกุลดอลลาร์จะมีความน่าสนใจมากขึ้น เงินทุนจึงมีแนวโน้มไหลกลับเข้าสหรัฐ ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่า และสร้างแรงกดดันต่อสกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่

ในปีนี้ ประเทศตลาดเกิดใหม่สามารถดึงดูดเงินทุนจากทั่วโลกได้มากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนต้องการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า รวมถึงกระจายพอร์ตออกจากสินทรัพย์ที่อยู่ในรูปเงินดอลลาร์

แม้ยีลด์สหรัฐที่สูงขึ้นตามปกติควรลดความน่าสนใจของตลาดเกิดใหม่ แต่ครั้งนี้แรงขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐไม่ได้เกิดจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดขึ้นเพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจากความกังวลเกี่ยวกับหนี้และการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐ

ความแตกต่างนี้มีความสำคัญ เพราะยีลด์ที่สูงขึ้นจากเศรษฐกิจแข็งแกร่งหรือ Fed ส่งสัญญาณคุมเข้ม มักเป็นปัจจัยบวกต่อดอลลาร์ แต่หากยีลด์สูงขึ้นเพราะนักลงทุนเรียกร้องผลตอบแทนเพิ่มเพื่อชดเชยความเสี่ยงด้านการคลัง ผลลัพธ์ต่อเงินดอลลาร์อาจแตกต่างออกไป

นักลงทุนเริ่มคาดการณ์มากขึ้นว่า รัฐบาลสหรัฐอาจรับมือกับภาระหนี้และการขาดดุลผ่านนโยบายที่มีลักษณะผ่อนคลายและอาจสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ รวมถึงมาตรการอย่างการซื้อคืนพันธบัตร (Bond Buybacks) ซึ่งอาจลดมูลค่าที่แท้จริงของเงินดอลลาร์ในระยะยาว

มุมมองดังกล่าวนำไปสู่สิ่งที่ตลาดเรียกว่า Dollar Debasement Trade หรือการลงทุนบนสมมติฐานว่ากำลังซื้อและมูลค่าที่แท้จริงของเงินดอลลาร์มีแนวโน้มถูกกัดกร่อน

เมื่อเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ซื้อขายในสกุลดอลลาร์จะมีราคาถูกลงสำหรับประเทศที่ใช้สกุลเงินอื่น ซึ่งสามารถช่วยกระตุ้นอุปสงค์สินค้าโภคภัณฑ์ได้

ผลที่ตามมาคือ สกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ที่เป็นผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์กำลังได้รับแรงหนุน โดยเฉพาะ แอฟริกาใต้ โคลอมเบีย และชิลี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ค่าเงินปรับตัวแข็งค่ามากที่สุดในเดือนนี้

Nick Rees หัวหน้าฝ่ายวิจัยมหภาคของ Monex Europe ระบุว่า กระแส Dollar Debasement ทำให้ตลาดเกิดใหม่ดูน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับตลาดพัฒนาแล้ว ขณะเดียวกันสินค้าโภคภัณฑ์ก็มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับหุ้นหรือพันธบัตร

Rees มองว่า หากความกังวลเกี่ยวกับการลดทอนมูลค่าของเงินดอลลาร์เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง สภาพแวดล้อมดังกล่าวจะเป็นปัจจัยบวกต่อสกุลเงินของประเทศผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ในวงกว้าง นอกเหนือจากแรงหนุนจากการที่นักลงทุนลดการถือครองเงินดอลลาร์หรือสกุลเงินหลักในกลุ่ม G10

ปรากฏการณ์ครั้งนี้จึงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในตลาดการเงินโลก เพราะยีลด์สหรัฐ สูง = ดอลลาร์แข็ง = ค่าเงิน EM อ่อนค่า อาจไม่ใช่สมการที่ทำงานเหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อสาเหตุของยีลด์ที่พุ่งขึ้นมาจากความกังวลต่อฐานะการคลังและมูลค่าที่แท้จริงของเงินดอลลาร์มากขึ้น

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...