กสม. แนะหน่วยงานแก้กม.ก่อสร้าง ที่เข้าเกณฑ์ต้องจัดทำ EIA กรณีการสร้างคอนโดบ ถนนสิโรรส
กสม. แนะหน่วยงานพิจารณาแก้กฎหมายการก่อสร้างโครงการอยู่อาศัยที่เข้าเกณฑ์ต้องจัดทำ EIA และประชาคม หลังปรากฏกรณีการสร้างคอนโดบริเวณถนนสิโรรส จ.เชียงใหม่ หลุดเกณฑ์และก่อให้เกิดผลกระทบ
21 ส.ค.2569- นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ เมื่อเดือนมกราคม 2569 จากผู้ร้องรายหนึ่งระบุว่า ผู้ร้องอาศัยอยู่บริเวณถนนสิโรรส ซอย 5 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง (ผู้ถูกร้องที่ 2) ที่ตั้งอยู่ภายในซอยดังกล่าว ซึ่งซอยมีลักษณะคับแคบไม่เหมาะสมต่อการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ การก่อสร้างส่งผลให้ถนนและทางระบายน้ำได้รับความเสียหาย ทั้งยังก่อผลกระทบต่อชุมชนทั้งด้านมลพิษทางเสียง ฝุ่นละออง กลิ่น และการสั่นสะเทือน โดยที่เทศบาลนครเชียงใหม่ (ผู้ถูกร้องที่ 1) ไม่จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นหรือตรวจสอบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นก่อนการอนุญาตให้ก่อสร้าง ทำให้ประชาชนในชุมชนไม่มีโอกาสได้รับทราบข้อมูล จึงขอให้ตรวจสอบ
กสม. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย หลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า โครงการก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยตามคำร้องมีจำนวนห้องพักและพื้นที่ใช้สอยไม่ถึงเกณฑ์ที่จะต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และไม่ใช่กิจการที่ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนการพิจารณาอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ดังนั้น การที่เทศบาลนครเชียงใหม่ (ผู้ถูกร้องที่ 1) ออกใบอนุญาตให้ก่อสร้างอาคาร และบริษัทเอกชน (ผู้ถูกร้องที่ 2) ก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้จัดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนโดยรอบ จึงยังไม่อาจรับฟังได้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
อย่างไรก็ดี กสม. มีข้อสังเกตว่าการที่โครงการมีจำนวนห้องพักและพื้นที่ใช้สอยต่ำกว่าเกณฑ์การทำ EIA จึงไม่เข้าข่ายกิจการที่ต้องจัดรับฟังความคิดเห็นตามกฎหมาย ทำให้ไม่มีกลไกที่เปิดโอกาสให้ประชาชนในชุมชนได้รับทราบข้อมูลและแสดงความคิดเห็นก่อนการพิจารณาอนุญาต เพื่อให้สามารถเสนอข้อห่วงกังวลและร่วมกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบได้ตั้งแต่ต้น อันเป็นสาระสำคัญของสิทธิในการมีส่วนร่วมของบุคคลและชุมชนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด
ส่วนประเด็นผลกระทบ ปรากฏข้อเท็จจริงว่า เมื่อในช่วงเริ่มต้นของการก่อสร้างอาคาร กิจกรรมการก่อสร้างได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนที่อาศัยอยู่ภายในซอยจริงซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ต่อมาบริษัทผู้ถูกร้องได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา ทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างทั้งด้านเสียง ฝุ่นละออง กลิ่น สิ่งสกปรก และแรงสั่นสะเทือนลดลง รวมทั้งมีแผนที่จะปรับปรุงระบบระบายน้ำและปรับปรุงถนนภายในซอยจนเป็นที่พอใจของผู้ร้องแล้ว ส่วนข้อห่วงกังวลเรื่องผลกระทบด้านการจราจรยังไม่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากโครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้างและยังไม่มีผู้เข้าพักอาศัย ทั้งนี้ ปรากฏว่าผู้ถูกร้องทั้งสองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาผลกระทบด้านการจราจรดังกล่าวไว้แล้ว ในชั้นนี้จึงรับฟังได้ว่าปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสมแล้ว
ด้วยเหตุผลข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะไปยังเทศบาลนครเชียงใหม่ (ผู้ถูกร้องที่ 1) ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้ควบคุมและกำกับดูแลการก่อสร้างของบริษัทเอกชน (ผู้ถูกร้องที่ 2) ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ และหากพบว่าการก่อสร้างส่งผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนให้ใช้อำนาจระงับหรือแก้ไขเหตุรำคาญตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องโดยทันที รวมทั้งติดตามให้บริษัทเร่งวางท่อระบายน้ำและปรับปรุงถนนภายในซอยตามแบบที่กำหนดให้แล้วเสร็จก่อนการเปิดใช้อาคาร พร้อมกันนี้ ให้จัดทำประชาคมเพื่อกำหนดระเบียบการจราจรและแผนการป้องกันผลกระทบด้านการจราจรร่วมกับสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์และประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณซอยดังกล่าว
ในส่วนของบริษัทผู้ก่อสร้างอาคาร ให้นำหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs) ไปปรับใช้ในการประกอบธุรกิจ โดยดำเนินมาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อชุมชนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง เร่งวางท่อระบายน้ำและปรับปรุงถนนตามแบบที่เทศบาลฯ กำหนดให้แล้วเสร็จก่อนเปิดใช้อาคาร ซ่อมแซมหรือชดเชยความเสียหายต่อสาธารณูปโภคหรือทรัพย์สินของประชาชนที่เกิดขึ้นจริงโดยไม่ชักช้า และแจ้งข้อมูลพื้นที่จอดรถของโครงการให้ผู้ซื้อทราบตั้งแต่ขั้นตอนการประชาสัมพันธ์การขาย เพื่อป้องกันปัญหาการนำรถมาจอดบนถนนสาธารณะ
นอกจากนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ (1) สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์กวดขันวินัยจราจรและตรวจตราการจอดรถในพื้นที่ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรือกีดขวางการจราจรบริเวณเส้นทางหลักและภายในซอยโดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน (2) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ให้นำข้อสังเกตของ กสม. เรื่องประเภทและขนาดโครงการอาคารอยู่อาศัยรวมที่ไม่ต้องจัดทำ EIA ไปพิจารณาเป็นแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการออกแบบโครงการให้มีขนาดต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดเพียงเล็กน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และ (3) กรมโยธาธิการและผังเมืองในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมอาคาร ให้นำข้อสังเกตเดียวกันไปเป็นแนวทางในการปรับปรุงกฎหมายกรณีโครงการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ที่อาจกระทบต่อประชาชนหรือชุมชน ซึ่งควรกำหนดให้มีการจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อประกอบการพิจารณาก่อนการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารด้วย