โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ซาอุฯ-ตุรเคีย-ปากีสถานลงนามข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศท่ามกลางสงครามในภูมิภาค

ไทยโพสต์

อัพเดต 8 สิงหาคม 2569 เวลา 6.59 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ซาอุดีอาระเบีย, ตุรเคีย และปากีสถานลงนามข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศร่วมกัน ท่ามกลางความรุนแรงในภูมิภาคจากการโจมตีของกลุ่มฮูตีและสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย (กลาง), ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรเคีย (ซ้าย) และนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน ถ่ายภาพร่วมกันหลังจากลงนามในข้อตกลงป้องกันร่วมเมกกะ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม (Photo by Handout / Pakistan Prime Minister's Office / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรใหม่ด้านความมั่นคงถือกำเนิดแล้ว หลังจากซาอุดีอาระเบีย, ตุรเคีย และปากีสถานลงนามข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศร่วมกัน ท่ามกลางสถานการณ์รุนแรงในตะวันออกกลางจากการโจมตีของกลุ่มฮูตีและสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

รัฐบาลริยาดกำลังมองหาการเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งดึงประเทศรอบข้างเข้ามาเกี่ยวข้องและทำให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงหยุดชะงัก

สงครามดังกล่าวทำให้อิหร่านและพันธมิตรฮูตีในเยเมนฮึกเหิมขึ้น ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้โจมตีซาอุดีอาระเบีย ขณะที่นักวิเคราะห์กล่าวว่าตอนนี้รัฐบาลวอชิงตันถูกมองว่าเป็นพันธมิตรที่ไม่น่าเชื่อถือมากขึ้นเรื่อยๆ

ในแถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวทางการของซาอุดีอาระเบียและกระทรวงการต่างประเทศของปากีสถาน ระบุว่า ทั้งสามประเทศประกาศการลงนามใน "ข้อตกลงป้องกันร่วมเมกกะ (Mecca Joint Defence Agreement)"

ด้วยเป้าหมาย "ความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะเสริมสร้างความมั่นคง รวมถึงการส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพทั้งในภูมิภาคและนอกภูมิภาค"

กระทรวงการต่างประเทศของปากีสถานระบุว่า ข้อตกลงนี้จะรับประกันว่าการโจมตีสมาชิกชาติใดชาติหนึ่งจะถือเป็นการโจมตีทุกประเทศ บนพื้นฐานของการเสริมสร้างการป้องปรามร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอังการาของตุรเคียออกตัวว่าข้อตกลงนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ

รัฐบาลริยาดย้ำว่า "ข้อตกลงนี้ไม่ได้แสดงถึงความพยายามที่จะสร้างพันธมิตรทางทหารหรือกลุ่มแบ่งแยกทางศาสนา"

รายิด คริมลี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการทูตสาธารณะของซาอุดีอาระเบีย กล่าวในการสัมภาษณ์ว่า "ความร่วมมือนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์หรือการแข่งขันด้านอาวุธแต่อย่างใด แต่เน้นไปที่การสร้างขีดความสามารถที่ยั่งยืน"

เขาเสริมว่า "ความร่วมมือนี้ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศใด ๆ ในภูมิภาค"

นับตั้งแต่สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มต้นขึ้น ซาอุดีอาระเบียได้กระชับความสัมพันธ์กับตุรเคีย, อียิปต์ และปากีสถาน ซึ่งได้ผลักดันให้มีการไกล่เกลี่ยและหาทางออกให้กับความขัดแย้ง

อุมาร์ คาริม ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศของซาอุดีอาระเบียจากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า การจับมือกันครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่อิหร่านอย่างชัดเจน และมีจุดประสงค์เพื่อรับมือกับแนวทางเชิงกลยุทธ์ใหม่ของอิหร่านที่มุ่งไปสู่การครอบงำภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

เขาเสริมว่า ข้อเท็จจริงที่ว่าตุรเคียและปากีสถานมีพรมแดนติดกับอิหร่าน หมายความว่าพวกเขาสามารถใช้อำนาจต่อรองที่แตกต่างออกไปกับรัฐบาลเตหะรานได้

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับกองทัพและรัฐบาลซาอุดีอาระเบียเปิดเผยกับสื่อมวลชนก่อนการลงนามว่า แม้ข้อตกลงนี้อยู่ระหว่างการเจรจามานานแล้ว แต่พัฒนาการล่าสุดในภูมิภาคทำให้การลงนามเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม

นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า ข้อตกลงนี้แสดงให้เห็นถึงความปรารถนาอย่างชัดเจนที่จะกระจายพันธมิตรออกไปนอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา

"ซาอุดีอาระเบีย, ตุรเคีย และปากีสถานไม่ได้พยายามที่จะเข้ามาแทนที่สหรัฐอเมริกา พวกเขาแค่กำลังสร้างศักยภาพเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเองเมื่อรัฐบาลวอชิงตันไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะทำเช่นนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรัฐบาลริยาดที่ต้องการความมั่นคงหลายชั้นมากกว่าร่มเงาเดียวของอเมริกา ภายหลังสงครามกับอิหร่านเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว" นักวิเคราะห์ระบุ

เขาเสริมว่า ข้อตกลงนี้จะสนับสนุนความทะเยอทะยานของซาอุดีอาระเบียในการเป็นผู้จัดระเบียบความมั่นคงในภูมิภาคและกระจายร่มเงาด้านการป้องกันประเทศ ขณะที่ตุรเคียและปากีสถานจะได้รับอิทธิพลทางการเมืองและการเข้าถึงการลงทุนจากซาอุดีอาระเบียที่อาจเกิดขึ้นได้

ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรเคีย, นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน เดินทางมาลงนามข้อตกลงด้วยตนเองร่วมกับมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย ที่เมืองเมกกะของราชอาณาจักรในอ่าวเปอร์เซีย

ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียและปากีสถานเคยประกาศข้อตกลงป้องกันร่วมกันในปี 2025 ไปแล้ว ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ดึงดูดความสนใจเนื่องจากปากีสถานเป็นรัฐเดียวในโลกมุสลิมที่มีอาวุธนิวเคลียร์

ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นในขณะที่การหยุดยิงระหว่างซาอุฯและกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนได้ล่มสลายลง โดยกลุ่มฮูตีได้โจมตีดินแดนและประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย รวมทั้งการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย

กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้เพิ่มแรงกดดันด้วยการข่มขู่การขนส่งสินค้าในทะเลแดงต่อผู้ส่งออกพลังงานในอ่าวเปอร์เซียซึ่งกำลังเผชิญกับความตึงเครียดอยู่แล้วจากการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน

ซาอุดีอาระเบียเป็นผู้นำพันธมิตรทางทหารที่สนับสนุนรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ ในการต่อต้านกลุ่มฮูตีมาตั้งแต่ปี 2015

มีการตกลงหยุดยิงเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่คงอยู่จนกระทั่งเกิดการปะทะกันขึ้นอีกครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อวันพฤหัสบดี กลุ่มฮูตีได้สังหารทหารเยเมนอย่างน้อย 58 นายในการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน ซึ่งเป็นหนึ่งในวันที่นองเลือดที่สุดของความขัดแย้งในรอบหลายปี.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...