ซาอุฯ-ตุรเคีย-ปากีสถานลงนามข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศท่ามกลางสงครามในภูมิภาค
ซาอุดีอาระเบีย, ตุรเคีย และปากีสถานลงนามข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศร่วมกัน ท่ามกลางความรุนแรงในภูมิภาคจากการโจมตีของกลุ่มฮูตีและสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย (กลาง), ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรเคีย (ซ้าย) และนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน ถ่ายภาพร่วมกันหลังจากลงนามในข้อตกลงป้องกันร่วมเมกกะ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม (Photo by Handout / Pakistan Prime Minister's Office / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรใหม่ด้านความมั่นคงถือกำเนิดแล้ว หลังจากซาอุดีอาระเบีย, ตุรเคีย และปากีสถานลงนามข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศร่วมกัน ท่ามกลางสถานการณ์รุนแรงในตะวันออกกลางจากการโจมตีของกลุ่มฮูตีและสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
รัฐบาลริยาดกำลังมองหาการเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งดึงประเทศรอบข้างเข้ามาเกี่ยวข้องและทำให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงหยุดชะงัก
สงครามดังกล่าวทำให้อิหร่านและพันธมิตรฮูตีในเยเมนฮึกเหิมขึ้น ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้โจมตีซาอุดีอาระเบีย ขณะที่นักวิเคราะห์กล่าวว่าตอนนี้รัฐบาลวอชิงตันถูกมองว่าเป็นพันธมิตรที่ไม่น่าเชื่อถือมากขึ้นเรื่อยๆ
ในแถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวทางการของซาอุดีอาระเบียและกระทรวงการต่างประเทศของปากีสถาน ระบุว่า ทั้งสามประเทศประกาศการลงนามใน "ข้อตกลงป้องกันร่วมเมกกะ (Mecca Joint Defence Agreement)"
ด้วยเป้าหมาย "ความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะเสริมสร้างความมั่นคง รวมถึงการส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพทั้งในภูมิภาคและนอกภูมิภาค"
กระทรวงการต่างประเทศของปากีสถานระบุว่า ข้อตกลงนี้จะรับประกันว่าการโจมตีสมาชิกชาติใดชาติหนึ่งจะถือเป็นการโจมตีทุกประเทศ บนพื้นฐานของการเสริมสร้างการป้องปรามร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอังการาของตุรเคียออกตัวว่าข้อตกลงนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ
รัฐบาลริยาดย้ำว่า "ข้อตกลงนี้ไม่ได้แสดงถึงความพยายามที่จะสร้างพันธมิตรทางทหารหรือกลุ่มแบ่งแยกทางศาสนา"
รายิด คริมลี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการทูตสาธารณะของซาอุดีอาระเบีย กล่าวในการสัมภาษณ์ว่า "ความร่วมมือนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์หรือการแข่งขันด้านอาวุธแต่อย่างใด แต่เน้นไปที่การสร้างขีดความสามารถที่ยั่งยืน"
เขาเสริมว่า "ความร่วมมือนี้ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศใด ๆ ในภูมิภาค"
นับตั้งแต่สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มต้นขึ้น ซาอุดีอาระเบียได้กระชับความสัมพันธ์กับตุรเคีย, อียิปต์ และปากีสถาน ซึ่งได้ผลักดันให้มีการไกล่เกลี่ยและหาทางออกให้กับความขัดแย้ง
อุมาร์ คาริม ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศของซาอุดีอาระเบียจากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า การจับมือกันครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่อิหร่านอย่างชัดเจน และมีจุดประสงค์เพื่อรับมือกับแนวทางเชิงกลยุทธ์ใหม่ของอิหร่านที่มุ่งไปสู่การครอบงำภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
เขาเสริมว่า ข้อเท็จจริงที่ว่าตุรเคียและปากีสถานมีพรมแดนติดกับอิหร่าน หมายความว่าพวกเขาสามารถใช้อำนาจต่อรองที่แตกต่างออกไปกับรัฐบาลเตหะรานได้
แหล่งข่าวใกล้ชิดกับกองทัพและรัฐบาลซาอุดีอาระเบียเปิดเผยกับสื่อมวลชนก่อนการลงนามว่า แม้ข้อตกลงนี้อยู่ระหว่างการเจรจามานานแล้ว แต่พัฒนาการล่าสุดในภูมิภาคทำให้การลงนามเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม
นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า ข้อตกลงนี้แสดงให้เห็นถึงความปรารถนาอย่างชัดเจนที่จะกระจายพันธมิตรออกไปนอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา
"ซาอุดีอาระเบีย, ตุรเคีย และปากีสถานไม่ได้พยายามที่จะเข้ามาแทนที่สหรัฐอเมริกา พวกเขาแค่กำลังสร้างศักยภาพเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเองเมื่อรัฐบาลวอชิงตันไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะทำเช่นนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรัฐบาลริยาดที่ต้องการความมั่นคงหลายชั้นมากกว่าร่มเงาเดียวของอเมริกา ภายหลังสงครามกับอิหร่านเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว" นักวิเคราะห์ระบุ
เขาเสริมว่า ข้อตกลงนี้จะสนับสนุนความทะเยอทะยานของซาอุดีอาระเบียในการเป็นผู้จัดระเบียบความมั่นคงในภูมิภาคและกระจายร่มเงาด้านการป้องกันประเทศ ขณะที่ตุรเคียและปากีสถานจะได้รับอิทธิพลทางการเมืองและการเข้าถึงการลงทุนจากซาอุดีอาระเบียที่อาจเกิดขึ้นได้
ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรเคีย, นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน เดินทางมาลงนามข้อตกลงด้วยตนเองร่วมกับมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย ที่เมืองเมกกะของราชอาณาจักรในอ่าวเปอร์เซีย
ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียและปากีสถานเคยประกาศข้อตกลงป้องกันร่วมกันในปี 2025 ไปแล้ว ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ดึงดูดความสนใจเนื่องจากปากีสถานเป็นรัฐเดียวในโลกมุสลิมที่มีอาวุธนิวเคลียร์
ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นในขณะที่การหยุดยิงระหว่างซาอุฯและกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนได้ล่มสลายลง โดยกลุ่มฮูตีได้โจมตีดินแดนและประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย รวมทั้งการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย
กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้เพิ่มแรงกดดันด้วยการข่มขู่การขนส่งสินค้าในทะเลแดงต่อผู้ส่งออกพลังงานในอ่าวเปอร์เซียซึ่งกำลังเผชิญกับความตึงเครียดอยู่แล้วจากการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน
ซาอุดีอาระเบียเป็นผู้นำพันธมิตรทางทหารที่สนับสนุนรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ ในการต่อต้านกลุ่มฮูตีมาตั้งแต่ปี 2015
มีการตกลงหยุดยิงเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่คงอยู่จนกระทั่งเกิดการปะทะกันขึ้นอีกครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
เมื่อวันพฤหัสบดี กลุ่มฮูตีได้สังหารทหารเยเมนอย่างน้อย 58 นายในการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน ซึ่งเป็นหนึ่งในวันที่นองเลือดที่สุดของความขัดแย้งในรอบหลายปี.