“พิพัฒน์”ชูต้นแบบ”ศูนย์จัดจราจรมอสโก”เทคโนโลยีอัจฉริยะ เชื่อมข้อมูลเรียลไทม์ รับมืออุบัติเหตุ-แก้รถติด
“พิพัฒน์” แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีมอสโก นำความรู้ ประยุกต์ต่อยอดจราจรอัจฉริยะของไทย เชื่อมข้อมูลเรียลไทม์ทุกหน่วย เช็กสถานะ วางแผนเดินทาง รับมืออุบัติเหตุ แก้ปัญหารถติด
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงภารกิจเยือนกรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย ระหว่างวันที่ 2–7 สิงหาคม 2569 ว่า ได้มีการหารือและศึกษาระบบบริหารจัดการจราจร ณ ศูนย์จัดการจราจรกรุงมอสโก หรือ Traffic Management Center (TMC Moscow) ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่สามารถนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาการจราจร เพิ่มความปลอดภัย และยกระดับการเดินทางของประชาชนในประเทศไทย
โดย มีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงคมนาคม ร่วมหารือกับผู้บริหาร TMC Moscow ถึงแนวทางบริหารการเดินทางของมหานครขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการใช้ Intelligent Transport System (ITS) ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ระบบวิเคราะห์ภาพ Video Analytics ข้อมูลจราจรแบบ Real-Time และระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะมาทำงานเชื่อมโยงกัน
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า TMC Moscow ใช้ ITS เป็นหัวใจในการรวบรวมและประมวลผลข้อมูลจากระบบต่าง ๆ รวมถึงข้อมูลตำแหน่งยานพาหนะ เพื่อติดตามการเคลื่อนตัวของรถโดยสาร รถแท็กซี่ รถเช่า และการเดินทางรูปแบบอื่น ๆ ทำให้สามารถประเมินความหนาแน่นและสถานการณ์บนโครงข่ายถนนได้ใกล้เคียง Real-Time ตั้งแต่การตรวจพบเหตุ วิเคราะห์สถานการณ์ แจ้งเตือนประชาชน ปรับการจราจร ไปจนถึงการส่งหน่วยงานเข้าแก้ไขปัญหาในพื้นที่ เพื่อให้เมื่อเกิดรถติดหรืออุบัติเหตุ สามารถรับรู้สถานการณ์และแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจร สามารถเชื่อมต่อและบริหารสัญญาณไฟจากระยะไกล พร้อมนำข้อมูลปริมาณและความหนาแน่นของการจราจรมาประกอบการปรับการทำงานของสัญญาณไฟให้เหมาะกับสถานการณ์ แทนการทำงานตามรอบเวลาที่กำหนดไว้เพียงอย่างเดียว
ข้อมูลบางส่วนยังถูกส่งถึงประชาชนโดยตรง ผ่านป้ายอิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 180 จุดบนเส้นทางสำคัญ รวมถึงระบบนำทางและแพลตฟอร์มที่ประชาชนใช้งาน เช่น Yandex Navigator เพื่อแจ้งอุบัติเหตุ การปิดถนน หรือการเปลี่ยนแปลงเส้นทาง ช่วยให้ผู้เดินทางสามารถตัดสินใจเลือกเส้นทางอื่นได้ก่อนเข้าสู่พื้นที่ติดขัด
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ประเทศไทยควรศึกษา โดยใช้ข้อมูลเพื่อ คาดการณ์–เตือนล่วงหน้า บริหารการจราจรทั้งโครงข่าย ให้ประชาชนเสียเวลาบนถนนน้อยลง หากข้างหน้าเกิดอุบัติเหตุ ผู้ที่กำลังเดินทางควรได้รับข้อมูลก่อนถึงจุดเกิดเหตุ ระบบควรช่วยเสนอทางเลือก และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องควรสามารถเห็นและใช้ข้อมูลร่วมกัน
อีกระบบที่น่าสนใจคือ Video Analytics หรือระบบวิเคราะห์ภาพเพื่อตรวจจับเหตุการณ์ผิดปกติบนถนน ซึ่งแยกออกจากกล้องที่ใช้ตรวจจับการฝ่าฝืนกฎจราจรอย่างชัดเจน โดยกล้องเพื่อความปลอดภัยสามารถตรวจพบเหตุการณ์ เช่น รถหยุดผิดปกติ การเคลื่อนที่ย้อนทิศทาง ควัน หรือสิ่งกีดขวางบนเส้นทาง
เมื่อพบเหตุ ระบบสามารถส่งข้อมูลมายังศูนย์ เพื่อประสาน Road Patrol หรือหน่วยลาดตระเวนทางถนน ตำรวจ หน่วยดับเพลิง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ พร้อมแจ้งเตือนผู้ขับขี่ผ่านป้ายอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที
บนถนนวงแหวนสายสำคัญของมอสโก ระบบสามารถตรวจจับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้มากกว่า 10,000 เหตุการณ์ต่อวัน ซึ่งครอบคลุมความผิดปกติหลายประเภท ไม่ได้หมายถึงอุบัติเหตุทั้งหมด โดยระบบดังกล่าวช่วยให้สามารถรับมือเหตุได้รวดเร็ว และลดความเสี่ยงการเกิด “อุบัติเหตุซ้ำซ้อน” จากรถที่ตามมาโดยไม่ทราบว่ามีอุบัติเหตุหรือสิ่งกีดขวางอยู่ข้างหน้า
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า จากการหารือและศึกษาระบบของมอสโก เห็นได้ว่ารูปแบบการเดินทางของประชาชนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การบริหารจราจรจึงไม่สามารถพิจารณาเฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถโดยสารเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ต้องมองยานพาหนะทุกประเภทที่ใช้พื้นที่ถนนร่วมกัน ทั้งรถโดยสารสาธารณะ รถแท็กซี่ รถขนส่งสินค้า ตลอดจนรูปแบบการเดินทางใหม่ที่เพิ่มขึ้น เช่น รถเช่า จักรยานไฟฟ้า และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
อีกเรื่องที่ต้องศึกษาอย่างรอบคอบคือ การพัฒนาพื้นที่ทดลองสำหรับยานยนต์ไร้คนขับ ซึ่งเป็นตัวอย่างของการเก็บข้อมูลจากการใช้งานจริงเพื่อนำไปพัฒนากฎเกณฑ์ที่เหมาะสม ทั้งด้านกฎหมาย มาตรฐานยานพาหนะ การบริหารข้อมูล และผลกระทบต่อผู้ใช้ถนนทุกกลุ่ม
นายสรพงษ์ กล่าวว่า การพัฒนา Smart Transport ต้องให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัยของระบบ” ควบคู่กันไป โดยเฉพาะเมื่อมีการเชื่อมโยงระบบสัญญาณไฟ กล้อง ศูนย์ควบคุม และข้อมูลระหว่างหน่วยงานเข้าด้วยกัน จึงต้องกำหนดมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ Cybersecurity อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการเข้าถึง แทรกแซง หรือเปลี่ยนแปลงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากระบบเหล่านี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยในชีวิตและการเดินทางของประชาชน
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO