โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

GCAP GOLD ชี้ CPI สหรัฐฯ ชะลอเบาแรงกดดันเฟด เตือนตึงเครียดฮอร์มุซดันน้ำมันพุ่งแนะย่อซื้อ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 สิงหาคม 2569 เวลา 19.00 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทองคำพุ่งทะลุ 4,400 ดอลลาร์ รับอานิสงส์เงินเฟ้อสหรัฐฯ แตะ 3.4% ดันโอกาสเฟดคงดอกเบี้ย กุมภาพันธ์สูงขึ้น ฝ่ายวิเคราะห์เตือนอย่าชะล่าใจ ปัจจัยเสี่ยงช่องแคบฮอร์มุซดันราคาน้ำมันทรงตัวสูง อาจย้อนกลับมากดดันเงินเฟ้อ กางกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น แนะตั้งรับรอซื้อเมื่อราคาย่อตัว เคาะแนวรับ 4,350 ดอลลาร์ เตือนหลุด 4,300 ดอลลาร์ ถอยรอดูสถานการณ์

14 สิงหาคม 2569 – นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยถึงทิศทางราคาทองคำว่า ตลาดทองคำได้รับปัจจัยบวกหลังจากตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ เดือนกรกฎาคม ออกมาผ่อนคลายลงตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดย Headline CPI ปรับลดลงจาก 3.5% มาอยู่ที่ 3.4% ขณะที่ Core CPI ปรับลดลงจาก 2.6% สู่ระดับ 2.5%

การชะลอตัวของตัวเลขเงินเฟ้อดังกล่าว แม้จะยังสูงกว่าเป้าหมายที่ระดับ 2% ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) แต่ก็ช่วยลดแรงกดดันลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ตลาดปรับลดโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนเหลือเพียงราว 40% และให้น้ำหนักกับการคงดอกเบี้ยมากขึ้น โดยราคาทองคำได้ตอบรับปัจจัยบวกนี้ด้วยการปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือน

จับตาศึกฮอร์มุซ-ราคาน้ำมัน ตัวแปรชี้ชะตาเงินเฟ้อรอบใหม่

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทิศทางดอกเบี้ยของเฟดยังไม่สามารถสรุปได้จากข้อมูล CPI เพียงชุดเดียว เนื่องจากระดับเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย ประกอบกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นก่อนหน้านี้ อาจเริ่มส่งผ่านเข้าสู่ข้อมูลเงินเฟ้อในเดือนสิงหาคม ดังนั้น หากเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง ตลาดยังคงไม่ปิดโอกาสที่เฟดจะกลับมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดในช่วงที่เหลือของปี

นอกจากเรื่องดอกเบี้ยแล้ว สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเส้นทางการเดินเรือยังไม่สามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้อย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ WTI ยืนเหนือ 83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

นางสาวอารีรัตน์ ได้ประเมินถึงผลกระทบซ้อนทับระหว่างความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางดอกเบี้ยไว้ว่า

"หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอาจหนุนทองคำ แต่หากราคาน้ำมันพุ่งจนเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ ตลาดอาจกลับมากังวลการใช้นโยบายการเงินเข้มงวดของเฟด ซึ่งจะหนุนดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ และกลับมากดดันทองคำ" - อารีรัตน์ มุราชัย

เปิดกลยุทธ์สู้ศึกทองคำ แนะ "รอซื้อเมื่อย่อตัว"

ในทางเทคนิค ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าราคาทองคำยังคงอยู่ในโครงสร้างขาขึ้นระยะสั้น หลังจากสามารถทะลุกรอบ 4,300 ดอลลาร์ และกลับขึ้นมายืนเหนือ 4,400 ดอลลาร์ได้สำเร็จ ทว่าเนื่องจากราคาปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากในช่วงก่อนหน้า ทำให้บริเวณโซนแนวต้าน 4,450–4,500 ดอลลาร์ เป็นจุดที่ต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาเริ่มเกิดการพักตัวในระยะสั้น

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น แม้จะยังให้น้ำหนักในฝั่งขาขึ้น แต่แนะนำให้ผู้ลงทุน "รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว" และหลีกเลี่ยงการเข้าซื้อใกล้บริเวณแนวต้าน โดยประเมินแนวรับระยะสั้นไว้ที่ 4,350–4,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (คิดเป็นราคาทองคำในประเทศประมาณ 67,900–67,500 บาท) และตั้งเป้าหมายทำกำไรไว้ที่บริเวณ 4,450–4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (คิดเป็นราคาทองคำในประเทศประมาณ 69,500–70,200 บาท)

ทั้งนี้ ได้กำหนดจุดระวังความเสี่ยง หากราคาทองคำปรับตัวหลุดระดับ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราคาทองคำในประเทศหลุดระดับ 67,000 บาท ผู้ลงทุนควรชะลอการเข้าซื้อทันที เนื่องจากราคามีความเสี่ยงที่จะไหลลงไปสู่ช่วงการพักฐานที่ลึกขึ้น

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...