โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิกัดใหม่! ห้อง”พระมหาธาตุแห่งเมืองนคร” ฉลองมรดกโลก

ไทยโพสต์

อัพเดต 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 3.29 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ภายหลังคณะกรรมการมรดกโลก (UNESCO) มีมติเห็นชอบให้ขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลก ถือเป็นแหล่งมรดกโลกแหล่งที่ 9 ของไทย ที่สำคัญเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในภาคใต้ของประเทศไทย ชาวไทยต่างภาคภูมิใจที่วัดพระมหาธาตุเมืองนคร ได้รับการยอมรับในคุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากล ในฐานะศูนย์กลางพุทธศาสนาในระดับภูมิภาค

เพื่อเฉลิมฉลองมรดกโลกล้ำค่า กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวร ห้องพระมหาธาตุแห่งเมืองนครศรีธรรมราช ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์เสมือนเดินอยู่ภายในแหล่งมรดกโลก พร้อมซึมซับเรื่องราวแห่งศรัทธาที่สืบทอดมายาวนาน ถือเป็นหมุดหมายใหม่ส่งเสริมการเรียนรู้และกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ

พนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่าการจัดทพนิทรรศการถาวร ห้องพระมหาธาตุแห่งเมืองนครศรีธรรมราช เริ่มดำเนินการมาเมื่อ 2 ปีก่อน เนื่องจากพระมหาธาตุนครเป็นศูนย์รวมศรัทธาและเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของเมืองนครศรีธรรมราช แต่ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราชกลับยังไม่มีพื้นที่จัดแสดงที่นำเสนอเรื่องราวของพระธาตุนครศรีธรรมราชอย่างครบถ้วน จึงมีแนวคิดที่จะจัดสรรพื้นที่เป็นห้องนิทรรศการเฉพาะ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ภายในองค์พระธาตุ เรื่องราวขององค์พระธาตุ และความสัมพันธ์ของพระมหาธาตุกับเมืองนครศรีธรรมราช รวมถึงร่วมเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญที่วัดพระมหาธาตุฯได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก

อธิบดี ศก. กล่าวต่อว่า ผู้ที่เดินทางไปกราบสักการะพระมหาธาตุนครศร อาจยังไม่มีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับประวัติ ความเป็นมา และคุณค่าของโบราณสถานแห่งนี้ ห้องจัดแสดงจึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อทำหน้าที่เติมเต็มองค์ความรู้ และช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจความสำคัญของพระธาตุนครศรีธรรมราชในมิติต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น สำหรับแนวคิดหลักของนิทรรศการ ใช้คำว่า เกิดมาหนึ่งชาติ ต้องได้กราบพระธาตุเมืองนคร ซึ่งสะท้อนถึงความศรัทธาที่ผู้คนมีต่อพระมหาธาตุนครศรีธรรมราช

“ นิทรรศการจัดทำคำบรรยายประกอบการจัดแสดงถึง 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาถิ่นใต้ ถือเป็นครั้งแรกที่นำภาษาถิ่นใต้มาใช้เป็นภาษาหลักในการสื่อความหมายภายในนิทรรศการ นอกจากจะช่วยให้คนในพื้นที่เข้าถึงเนื้อหาได้ง่ายขึ้น ยังเป็นการอนุรักษ์อัตลักษณ์ทางภาษาและวัฒนธรรมท้องถิ่น ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถเรียนรู้เรื่องราวของพระธาตุนครศรีธรรมราชได้อย่างทั่วถึง” นายพนมบุตร กล่าว

สำหรับห้องพระมหาธาตุแห่งเมืองนครศรีธรรมราช การจัดแสดงออกแบบผสมผสานโบราณวัตถุ สื่อมัลติมีเดีย โมเดลจำลอง และสื่ออินเทอร์แอกทีฟ เพื่อถ่ายทอดประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างครบถ้วน ส่วนที่ 1 พระมหาธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และความสำคัญของพระมหาธาตุเจดีย์ในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของคาบสมุทรภาคใต้ผ่านสื่อมัลติมีเดียและโมเดลจำลองที่ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจพัฒนาการของโบราณสถานแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน

ส่วนที่ 2 พุทธบูชาและประเพณี นำเสนอความศรัทธาที่ผู้คนมีต่อพระมหาธาตุเจดีย์ ผ่านเรื่องราวการกัลปนาวัดที่ปรากฏในเอกสารโบราณ การถวายเครื่องพุทธบูชา และประเพณีสำคัญที่สืบทอดมา จัดแสดงเครื่องพุทธบูชาจากองค์พระมหาธาตุเจดีย์จำนวน 10 รายการ พร้อมสื่ออินเทอร์แอกทีฟที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม

ส่วนที่ 3 พระราชศรัทธาและการดำเนินงานทางโบราณคดี ถ่ายทอดเรื่องราวการทำนุบำรุงและการอนุรักษ์วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ตามหลักสากลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมนำเสนอผลการขุดค้นทางโบราณคดีเมื่อปี พ.ศ. 2552 และ 2559 ผ่านโบราณวัตถุ กราฟิก และสื่อมัลติมีเดีย อธิบายอายุ พัฒนาการ และคุณค่าของวัด รวมถึงจัดแสดงหน้าบันไม้จำหลักจากพระวิหารหลวง

ส่วนที่ 4 นานาสาระ รวบรวมเรื่องราวความเชื่อ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบทบาทของวัดพระมหาธาตุ ในฐานะศูนย์รวมจิตใจและอัตลักษณ์ของชาวนครศรีธรรมราช จำลองบรรยากาศระเบียงคดของวัด เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์เสมือนเดินอยู่ภายในพื้นที่จริง พร้อมซึมซับเรื่องราวแห่งศรัทธาที่สืบทอดต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น

ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ที่นิทรรศการถาวร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 80000 เปิดบริการ ทุกวันพุธ –วันอาทิตย์ เว้นวันจันทร์-วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00–16.00 น. โทร. 0 7534 1075

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...