‘GolfxMUA’ ช่างแต่งหน้าผู้ค้นพบพื้นที่ที่ทำให้ ‘ตัวตน’ กลายเป็นจุดแข็งในอเมริกา และได้แสดงฝีมือให้โลกเห็นกับการแต่งหน้าเหล่า Drag ตัวท็อป ผ่านรายการ Plastique Tiara Beauty Bar
“ที่ไทยเราทำได้ แต่มันไม่สะใจ และไม่เป็นตัวเอง”
คือประโยคที่อาจนิยามการเดินทางของ GolfxMUA หรือ กอล์ฟ-นฤดม ภูธิพันธุ์ ได้ดีที่สุด จากเมคอัพอาร์ติสต์ที่สั่งสมประสบการณ์และคอนเนกชั่นในประเทศไทยมา 8 ปี สู่การย้ายไปเริ่มต้นใหม่ในนิวยอร์ก เมืองที่ไม่ได้สัญญาว่าจะทำให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่กลับมอบพื้นที่ที่กว้างขึ้นในการเป็นตัวเอง ที่นี่กอล์ฟได้จับใบหน้าที่โด่งดังของวงการ Drag Star อย่าง Plastique Tiara พร้อมร่วมรายการ Plastique Beauty Bar บนยูทูบกับการแต่งหน้าตัวแม่ Drag คนดังมากมาย ทั้ง Pabllo Vittar, Bella Poarch, The Crystal Method และ Katya หรือก่อนหน้านี้เขาก็ได้ฝากไอคอนิกลุคผู้ชนะคนไทย Gawdland รวมถึงทายาทแบรนด์ Anastasia Beverly Hills อย่าง Norvina
“บางครั้งเราไม่ได้ต้องเก่งขึ้น แต่เราแค่ต้องไปอยู่ในที่ที่มองเห็นความเก่งของเรา” กอล์ฟเชื่อแบบนั้น
ด้วยสไตล์การแต่งหน้าที่ไร้กรอบและไม่จำกัดตัวเองอยู่กับ Beauty Standard แบบใดแบบหนึ่ง GolfxMUA อาจเป็นที่รู้จักในประเทศไทยจากผลงาน Drag Makeup ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและความสร้างสรรค์ จนทำให้หลายคนจดจำเขาในฐานะ ‘ช่างแต่งหน้า Drag’ แต่สำหรับกอล์ฟแล้ว Drag Makeup ไม่ได้หมายถึงการแต่งหน้าที่หนาหรือจัดจ้านเพียงอย่างเดียว แต่คือศาสตร์ของการสร้างคาแรกเตอร์ผ่านรายละเอียด ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถต่อยอดไปสู่การทำงานกับศิลปินและคนหลากหลายรูปแบบได้
“เราเชื่อเสมอว่า ในเวลาที่ถูกต้องแล้ว เราจะดึงดูดคนเอเนอร์จี้เหมือนเราเข้าหาเรา เราไม่ได้อยากทำงานเพราะเงินเป็นปัจจัยแรก แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการเป็นตัวของตัวเองอันดับหนึ่ง”
ตลอดหลายปีในประเทศไทย กอล์ฟได้สะสมทั้งฝีมือ ชั่วโมงบิน และคอนเนกชัน จนมีภาษาทางเมคอัพเป็นของตัวเอง ขณะเดียวกัน การทำงานในแต่ละตลาดย่อมมีวิธีสร้างโอกาสและให้คุณค่ากับงานสร้างสรรค์ที่แตกต่างกัน สำหรับตลาดไทย เมคอัพอาร์ติสต์ในยุคนี้ไม่ได้มีเพียงหน้าที่ในการแต่งหน้า แต่ยังต้องสร้างตัวตน ทำคอนเทนต์ เข้าใจเทรนด์ และแข่งขันในตลาดที่มีขนาดจำกัด ขณะที่งานที่เปิดพื้นที่ให้ทดลองและปล่อยความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่อาจไม่ได้ถูกแปลงเป็นโอกาสทางรายได้เสมอไป
การย้ายมานิวยอร์กจึงไม่ได้หมายความว่ากอล์ฟได้ลาออกจากวงการแต่งหน้าในประเทศไทย หากคือการนำประสบการณ์ทั้งหมดที่สั่งสมมาตลอดหลายปีไปทดลองในระบบนิเวศน์ใหม่ๆ ที่มีพื้นที่ให้ความสามารถของเขาทำงานได้กว้างขึ้น ที่นี่เขายังคงต้องทำงานหนักและพิสูจน์ตัวเองไม่ต่างจากเดิม เพียงแต่เมื่อความสร้างสรรค์กลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่ตลาดให้คุณค่า งานที่เป็นตัวของเขามากที่สุดจึงสามารถกลายเป็นทั้งพื้นที่ในการสร้างสรรค์และอาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้
โดย Mirror Thailand ก็ได้มีโอกาสไปพูดคุยกับกอล์ฟที่ร้าน Manhattan Wardrobe Supply ร้านขายอุปกรณ์แต่งหน้าทำผมระดับขึ้นละครเวที ถึงนิวยอร์กซิตี้เลยทีเดียว
เป็นอย่างไรบ้างกับการทำอาชีพเมคอัพอาร์ติสต์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
มาอยู่อเมริกาครั้งนี้ก็ดีใจมาก ที่คนดังในวงการเมคอัพเขาชื่นชมผลงานของเรา และ Plastique Tiara ก็เห็นว่าเราอยู่ที่นี่พอดี ซึ่งบอกเลยว่าเราเป็นเมคอัพอาร์ติสต์เมคอัพอาร์ติสต์คนแรกที่ได้แต่งหน้าให้เธอ และทาง Plastique ก็ชอบเลยชวนไปทำโปรเจกต์ Plastique Beauty Bar ซึ่งมีโอกาสได้ร่วมงานกับแดร็กควีนและเซเลบริตี้หลายท่าน พอได้ทำงานกับคนในฝั่งฮอลลีวู้ด ทุกคนก็ขอคอนแทคฉัน แต่ทำไมอยู่ที่ไทยเรารู้สึกแปลกแยก มีความ struggle ประมาณหนึ่ง
คือที่ไทยเราก็ทำอาชีพนี้ได้ แต่มันไม่สะใจและไม่เป็นตัวเอง การแต่งหน้าสไตล์ของเรามันไม่สร้างเงิน และตลาดที่ไทยมันมีการแข่งขันกันสูงมาก นอกจากเป็นช่างแต่งหน้าแล้วเราต้องขายวิญญาณทำคอนเทนต์ออนไลน์ตามกระแส เพื่อให้ผู้คนมองเห็นเราตลอดเวลา แต่มาที่นี่คือ คนเห็นคุณค่าในงานของเรา มีความต้องการในตลาดที่หลากหลาย และบวกกับเนื้องานของเราก็แมตช์กับเอเนอร์จี้ที่นี่มากกว่า เพราะกอล์ฟคิดว่าบางครั้งเราไม่ได้ต้องเก่งขึ้น แต่เราแค่ต้องไปอยู่ในที่ที่มองเห็นความเก่งของเรา
เราเป็นคนท่ีเป๊ะในการทำงาน และก็เชื่อในข้อนี้เสมอว่า ในเวลาที่ถูกต้องแล้ว เราจะดึงดูดคนเอเนอร์จี้เหมือนเราเข้าหาเรา เราไม่ได้อยากทำงานเพราะเงินเป็นปัจจัยแรก แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญอันดับหนึ่ง คือการเป็นตัวของตัวเอง
หลังจากเรียนจบจาก Cinema Makeup School ที่แอลเอ ถ้าเราดื้ออยู่อเมริกาต่อทั้งที่ยังไม่มีโปรไฟล์ ผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างจากเดิม การตัดสินใจกลับมาลุยงานที่ไทยเกือบ 10 ปี ช่วยให้เราได้ทั้งฝีมือ คอนเนกชัน และประสบการณ์จริง แถมยังได้ พี่นิค บาโรส (เมคอัพอาร์ติสต์ชาวไทยที่แต่งหน้าให้ Lupita Nong’O) มาเป็นเมนเทอร์ช่วยแนะนำเรื่องจังหวะเวลาในการทำงาน เพราะงานในแต่ละเมือง อย่างแอลเอหรือปารีส มันมีบริบทและวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องศึกษาและเตรียมตัวให้ดี
หากเปรียบเทียบคอมมูนิตี้ Drag ที่ไทยและอเมริกา คุณกอล์ฟมองเห็นความแตกต่างกันอย่างไร?
ทั้งสองประเทศทุกคนต้องทำงานสู้และเหนื่อยในการทำงานหนักเหมือนกัน แต่ที่อเมริกามีประชากรที่หลากหลาย และเมืองกว้างกว่า จึงมีคนจำนวนมากที่ยอมรับและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรม Drag ที่มากกว่าการกดไลก์ กดติดตาม เพราะที่นี่มีการมาดูโชว์และสนับสนุนในเรื่องของเงินด้วยจริงๆ จึงสามารถทำให้อาชีพนี้อยู่ได้
แต่ถ้าถามว่าที่นี่คนแต่ง Drag มันคนละเลเวลกับที่ไทยหรือเปล่า ก็บอกว่าไม่ใช่เลย ไม่ใช่ว่ามาเป็น Drag ที่นิวยอร์กแล้วเป็นดาราเลย ทุกคนก็ยังต้องทำงานประจำอยู่ น้อยคนที่จะเป็น Drag อาชีพเดียว ยังมีความปากกัดตีนถีบ ถึงรายได้ที่นี่จะเยอะก็จริง แต่ค่าครองชีพก็สูงด้วย ทุกคนยังต้องสู้กับการใช้ชีวิตอยู่เหมือนกัน
อีกสิ่งหนึ่งที่กอล์ฟประทับใจในคอมมูนิตี้ Drag ที่นี่ คือการสนับสนุนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับ Drag Queen ตัวแม่ที่มีชื่อเสียงหรือประสบความสำเร็จแล้วเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเหล่า Baby Queen ที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แม้บางคนอาจยังแต่งหน้าไม่เก่ง โชว์ยังไม่สมบูรณ์ หรือยังไม่มีชื่อเสียงมากนัก แต่คนดูก็พร้อมที่จะให้กำลังใจ ชื่นชม และให้คุณค่าในสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่
มันไม่ใช่ว่าคนมารอดูแต่ตัวแม่ แล้วพอมีตัวลูกขึ้นมาโชว์คั่นเวลา ทุกคนก็ไม่สนใจ แต่คนที่นี่เขาตั้งใจมาดูตัวลูกด้วย ซึ่งแตกต่างจากบรรยากาศในไทยที่ผู้ชมอาจมีความผูกพันกับ Drag Queen ที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว เช่น Pangina Heels หรือ Gawdland มากกว่า สิ่งที่กอล์ฟมองเห็นจึงไม่ใช่เพียงความแตกต่างของวงการ Drag ระหว่างสองประเทศ แต่คือพลังของคอมมูนิตี้ที่พร้อมสนับสนุนศิลปินตั้งแต่วันที่พวกเขายังอยู่ระหว่างการเติบโต
การต่อสู้กับสภาพจิตใจตัวเองหลังจากมาอยู่ต่างประเทศเป็นอย่างไรบ้าง
กว่าจะจับทางของตัวเองได้ก็รู้สึกเฟลหลายรอบ แต่ต้องขอบคุณ พี่อาร์ต-อารยา อินทรา ที่คอยให้คำแนะนำและชี้แนวทาง ในวงการเมคอัพไทยไม่มีช่างแต่งหน้าที่แต่ง Drag Makeup เป็นหลัก ซึ่งจริงๆ แล้วเราไม่ได้ทำ Drag Makeup เป็นหลักเหมือนกัน แต่พอเรามีโอกาสได้แต่ง Drag Queen เลยทำให้ลูกค้าที่ไทยเข้าใจผิดว่าแต่งแนวอื่นไม่ได้ คนอาจจะคิดว่าการแต่งหน้า Drag แปลว่าแต่งหน้าหนาอย่างเดียว แต่เปล่าเลย นี่คือการแต่งหน้าที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ซึ่งไม่ถูกตีกรอบ
ความรู้สึกของเราคงไม่ต่างจาก Drag ซึ่งเป็นอาชีพที่นอกจากจะซัพพอร์ตตัวเองเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมแล้ว สภาพจิตใจก็เป็นเรื่องสำคัญ ต้องต่อสู้เพื่อทำให้คนยอมรับ แล้วจะไปบีบคอให้คนยอมรับก็ไม่ได้ ต้องผ่านการพิสูจน์ตัวตน พัฒนาตัวเองให้เก่งกว่าคนอื่นกว่าให้เขาจะยอมรับ
คำแนะนำที่ได้จากรุ่นพี่ช่างแต่งหน้าคนไทยในอเมริกา
คำแนะนำที่ดีที่เราได้เรียนรู้จากพี่นิค บาโรส คือ เราต้องกล้าพูด ต้องปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะมองเราแย่หรือไม่ใช้เราต่อ เราต้องกล้าพูดในสิ่งที่เป็นเรา ซึ่งเรามองการทำงานของพี่นิคที่เขาอยู่เลเวลนั้น แล้วเขาเจอปัญหาแบบนี้แล้วเขาต้องปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง ถ้าที่ไทยเราเป็นแบบนั้นเขาอาจจะมองว่าเราเรื่องเยอะ แต่ความจริงคือคุณต้องกล้าที่จะปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง มั่นใจว่าเราสมควรอยู่ตรงนี้ เราไม่ได้โชคดีหรือผีผลัก
เวลาทำงานเราต้องมีความมั่นใจว่าเราทำได้ เพราะถ้าแสดงความไม่มั่นใจเราจะถูกปัดตกได้ทันที แต่ข้อดีของที่นี่คือการมีเพดานที่กว้างในทุกๆ อย่าง เราจึงมีพื้นที่ในการเป็นตัวเองและเลี้ยงตัวเองได้ แต่แค่ต้องมองตัวเองให้ขาดว่าเราอยู่ตรงไหน แล้วพุ่งไปเลย เราสามารถเดินเกมได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งโลกออนไลน์อย่างเดียวก็ได้ จะไปแบบออฟไลน์โดยสมัครเข้าเอเจนซี่ก็ได้ หาคอนเนกชันแบบตัวต่อตัวก็ทำได้เช่นกัน ซึ่งก้าวต่อไปของเราคือ อยากแต่งหน้าศิลปินเซเลบดาราที่ได้ขึ้นสเตจเดินพรมแดง ที่ได้ใช้ความครีเอทด้วยการใช้เมคอัพเยอะๆ เช่น Chappel Roan เป็นต้น
คิดว่าการเป็นเมคอัพอาร์ติสต์คนไทย ได้เปรียบเรื่องอะไรในการทำงานที่ต่างประเทศ
พื้นเพคนไทยเป็นคนละเอียดในงานฝีมือมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ผลงานเรานอกจากความละเอียดแล้ว ช่างแต่งหน้าไทยยังดึงความเป็นโลกตะวันออก ตามเทรนด์และมิกซ์แอนด์แมตช์เทรนด์ทั่วโลกให้เป็นเทรนด์ของตัวเองได้อย่างลงตัว ทำให้การแต่งหน้าดูยกระดับมากขึ้น และแน่นอนว่าคนไทยเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน แคร์คนรอบข้าง และเพื่อนร่วมงาน และอีกเนเจอร์คือเป็นคนขี้เกรงใจ ทำให้เราดูซอฟต์เข้าถึงง่าย น่าร่วมงาน อันนี้คิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ได้เปรียบสำหรับเมคอัพอาร์ติสต์คนไทยที่ทำงานในต่างประเทศ
ในมุมของช่างแต่งหน้ามองว่า Thai Beauty พัฒนาไปถึงไหนแล้ว แล้วมีไอเท็มจากไทยชิ้นไหนที่ชอบแล้วยังนำมาใช้ที่นี่
ตอนนี้ Thai Beauty กำลังเติบโตขึ้น หากมองถึงจุดเด่นของ Thai Beauty เราได้ส่วนผสมของความเป็นเอเชียกับความเป็นตะวันตกรวมกัน ยกตัวอย่างเช่น สีมันจะไม่ละมุนเกินไป มีติดพิกเมนต์ เท็กซ์เจอร์ดี ติดทน เพราะเราถูกพัฒนาท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนชื้น และกิจกรรมของคนไทยเรียกได้ว่าเป็นแบบเอ็กซ์ตรีม ไม่ว่าจะเป็นสงกรานต์ การทำงานในชีวิตประจำวันในห้องแอร์ แต่ต้องออกมากินข้าวเดินถนนในอากาศที่สวิง เรียกได้ว่าคนไทยเจออุปสรรคค่อนข้างเยอะ จึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาได้ดี จนทำให้คิดว่าสินค้าบางตัวของ T-Beauty ดีกว่าเคาน์เตอร์แบรนด์บางอันด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ยังขาดใน T-Beauty คือแรงสนับสนุนจากคนไทยด้วยกัน หรือแคมเปญเป็นวงกว้าง แรงสนับสนุนขององค์กรใหญ่ เพราะจริงๆ เครื่องสำอางบ้านเราไม่แพ้ใครเลย
ซึ่งกอล์ฟแนะนำเครื่องสำอางแบรนด์ไทยให้คนที่นี่แล้วเขาชอบกันมากจริงๆ เช่น กาวติดขนตาของ Cosluxe คือถูกและดีและฝั่งอเมริกาจะมีปัญหาเรื่อง Sensitive Skin ซึ่งพอได้ลองแล้วคนไม่ค่อยแพ้เลย และ Cosluxe Wink to the Blink ซึ่งเป็นกลิตเตอร์จิ้มจุ่ม ใช้งานกลางวันได้ งานกลางคืนได้ อินดอร์หรือเอาท์ดอร์ ออนสเตจ ก็ไม่แพ้ใครเลย ใช้กับลูกค้าที่นี่มีแต่คนถาม และอีกแบรนด์ไทยที่ชอบคือ Supermom ใช้พวกอุปกรณ์แปรงแต่งหน้าและฟองน้ำ หาซื้อง่าย คุณภาพดี ปัจจุบันใช้มาเรื่อยๆ ก็ยังไม่หลุดไม่ร่วง และทำให้เราแต่งหน้าได้ง่ายขึ้นไวขึ้น
Beauty Standard ของคนไทยในสายตาคุณกอล์ฟเป็นอย่างไร หรืออยากบอกอะไรให้กับคนที่ยังไม่มั่นใจในความงามของตัวเอง
กอล์ฟอยากให้เปิดโลก ต้องเสพสื่อหาความชอบอื่นๆ ลองทดลองดูความงามในแบบอื่นๆ ในโลกโซเชียลของเราบ้าง เวลาเราดู Beauty Standard ของคนอื่น มันอาจจะกดดันตัวเองทำให้เราไม่พอใจ ไม่มั่นใจในความสวยของตัวเอง เราอาจต้องลองเปลี่ยนอัลกอริทึ่มในโซเชียลของเราให้หลากหลายมากขึ้น เราจะรู้สึกไม่แปลกแยกและไม่อยู่คนเดียวแล้วเราจะมั่นใจมากขึ้น ค่อยๆ ใช้เวลาค้นหาความงามในแบบของตัวเอง สร้าง Self-Esteem และความงามจากภายในให้แข็งแกร่งมากๆ กอล์ฟเชื่อว่าถ้าเรามีความรู้และคลังข้อมูลในสมองของเราว่า ‘เรามีดี’ เราก็จะรู้สึกมั่นใจได้มากขึ้นครับ
เบื้องหลังลุคไอคอนิกต่างๆ มีอะไรที่คนดูไม่เคยรู้บ้าง
การทำงานกับคนระดับ Plastique เราว่าเขามีคาแรกเตอร์ที่ชัดมาก เราไม่สามารถเข้าไปเปลี่ยนโฉมเขาตามใจเราได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาจะบอกเรามากกว่าว่าอะไรคือสิ่งที่เขารู้สึกว่าเป็น ‘ตัวเขา’ แล้วอะไรที่เราสามารถเอามาเล่นได้ เช่น เรื่องคอนทัวร์หรือคิ้ว เขาอาจจะยังอยากให้เป็นตัวเขาอยู่ แต่พวกตากับปากเราสามารถเล่นได้เต็มที่ ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับคอนเซ็ปต์ของงานวันนั้น
จริงๆ ทุกๆ ไอคอนิกลุคต่างๆ เกิดจากการหาสมดุลหาบาลานซ์ ต้องมองคนที่เราจับหน้าให้ออกว่าเขาสวยอย่างไร อาศัยชั่วโมงบิน การทดลอง คงไม่ใช่แต่งครั้งแรกแล้วสวยไอคอนิกแล้วใช้ลุคนี้หากินได้เลย ความสวยของกอล์ฟคือดูละมุนและสมส่วน ทำให้เขาดูโดดเด่น แต่เป็นเขาอยู่และมีกลิ่นอายความเป็นเรานิดหนึ่ง มันคือมุมมองความงามของกอล์ฟที่เกิดจากการคิด การเดินทาง ประสบการณ์ ทั้งเมคอัพจากทุกๆ วงการ ไม่ว่าจะเป็น บิวตี้ แฟชั่น Drag เวดดิ้ง แล้วทำให้เขาโดดเด่น และเป็นตัวเองที่สวยขึ้น
การคุยเป็นสิ่งสำคัญ ต้องคุยกับลูกค้าว่าต้องการอะไร แล้วจูนให้ไปในทิศทางเดียวกัน เราไม่เชื่อว่าเราเก่งแล้ว ไม่คุยกันเลย คุณนั่งเฉยๆ หลับตาตื่นมาก็สวยเลย ถ้าไม่ได้ไปในไดเรกชั่นเดียวกัน ลูกค้าก็จะไม่ประทับใจในระยะยาว เราอยากให้ทุกคนเจอความงามในแบบของคุณในเวลานั้น แล้วมันจะเกิดพลังงานอเมซิ่งบางอย่าง มีออร่าความมั่นใจ เปล่งประกาย จนทำให้ทุกคนจดจำและกลายเป็นไอคอนิกลุค เมื่อมองย้อนกลับมาลุคนี้ จะมองว่ายังสวยเหนือกาลเวลา
ทุกวันนี้ AI, ฟิลเตอร์ และโซเชียลมีเดีย ส่งผลต่อวิธีการแต่งหน้าของผู้คนอย่างไร
กอล์ฟรู้สึกว่าโซเชียลมีเดียมีผลต่อทั้งเมคอัพและการใช้ชีวิตมาก มันเป็นสิ่งที่ดีถ้าเราใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่ต้องมีสติและรู้เท่าทัน เราใช้โซเชียล แต่อย่าให้โซเชียลใช้เรา ส่วน AI มองว่าเป็นเครื่องมือค้นคว้าหาไอเดียได้เร็วขึ้น ขณะที่ฟิลเตอร์ ก็ช่วยสร้าง Mood & Tone ให้เห็นภาพงานได้ชัดขึ้น แต่สุดท้ายความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการยังต้องมาจากมนุษย์ ถ้าเราใช้เทคโนโลยีให้บาลานซ์กับความคิดของตัวเอง มันจะช่วยให้งานศิลปะไปได้ไกลขึ้น เพียงแต่ข้อเสียคือเทรนด์เปลี่ยนเร็วขึ้น เพราะทุกคนสามารถสร้างและแชร์สิ่งใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา ทำให้ทั้งมาตรฐานและความเร็วของวงการสูงขึ้นตามไปด้วย
คุณคิดว่าทุกวันนี้อาชีพช่างแต่งหน้า ถูกให้คุณค่ามากน้อยอย่างไร และมีอะไรอยากส่งเสียงเพื่ออาชีพนี้บ้าง
เรารู้สึกว่าเรามีคุณค่าโดยไม่จำเป็นต้องฟังเสียงรอบข้าง แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง เราเองก็ไม่ได้มั่นใจในตัวเองตลอดเวลา เพราะแต่ละคนก็มีช่วงชีวิตที่แตกต่างกัน และเราไม่มีทางรู้ว่าแต่ละคนผ่านอะไรมาบ้าง แต่วันหนึ่งเมื่อถึงเวลา คนอื่นอาจมองเห็นและให้คุณค่ากับเรามากขึ้นก็ได้
เรารู้สึกว่าอาชีพช่างแต่งหน้าเป็นอาชีพที่มีคุณค่ามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันทำให้เราได้อยู่กับความสวยงามและสามารถเลี้ยงตัวเองได้ด้วย สิ่งที่เราอยากเห็นต่อไปคือความกล้าและความคิดสร้างสรรค์ อยากให้คนไทยไม่ได้แค่ตามเทรนด์ แต่เป็นคนเซ็ตเทรนด์ อยากเห็น T-Beauty ไปไกลในระดับโลก และมันไม่ใช่หน้าที่ของช่างแต่งหน้าอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากทั้งอินฟลูเอนเซอร์ ศิลปิน และคนในวงการมาช่วยกันสร้าง ‘Thai Trend’ ให้คนทั่วโลกอยากทำตามด้วย
นิยามความสวยในแบบของคุณกอล์ฟ
ความสวยมาจากข้างนอกบวกกับข้างใน ถ้ามันมีข้างในเราจะรู้สึกได้ แต่จับต้องไม่ได้ เหมือนผี มีอินเนอร์ มีพลังงานบางอย่าง ทำไมเรารู้สึกว่าคนนี้มั่นใจและสวยโดดเด้ง โดยบอกไม่ได้ว่าเป็นเพราะอะไร ถ้าเรามั่นใจเราไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าให้สวยที่สุดในวันนั้น แต่แค่เมคอัพเป็นตัวสื่อสารที่ดึงความสวยความมั่นใจจากภายในออกมาภายนอก แววตา สีหน้า ท่าทาง นั่นเอง
บทความต้นฉบับได้ที่ : ‘GolfxMUA’ ช่างแต่งหน้าผู้ค้นพบพื้นที่ที่ทำให้ ‘ตัวตน’ กลายเป็นจุดแข็งในอเมริกา และได้แสดงฝีมือให้โลกเห็นกับการแต่งหน้าเหล่า Drag ตัวท็อป ผ่านรายการ Plastique Tiara Beauty Bar
บทความที่เกี่ยวข้อง
- Lucy Liu นักแสดงหญิงผู้มีอีกหนึ่งอาชีพ คือการเป็นศิลปินที่ชวนเราพูดเรื่องเซ็กซ์และความปรารถนาของผู้หญิง
- ‘GolfxMUA’ ช่างแต่งหน้าผู้ค้นพบพื้นที่ที่ทำให้ ‘ตัวตน’ กลายเป็นจุดแข็งในอเมริกา และได้แสดงฝีมือให้โลกเห็นกับการแต่งหน้าเหล่า Drag ตัวท็อป ผ่านรายการ Plastique Tiara Beauty Bar
- Monthly Wellness Picks สิ้นเดือนอย่าเพิ่งสิ้นใจ ไปบูสต์เอเนอร์จี้กับกิจกรรมและสถานที่ประจำเดือน ส.ค. ที่ทำให้เรามีแรงไปใช้ชีวิตต่อแบบไม่อ่อม!
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com