โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ข้าวโพด-ข้าวสาลี” พุ่งสูงสุดรอบ 3 ปี อุปทานสหรัฐตึงตัว-ทะเลดำป่วน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 ส.ค. เวลา 08.17 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. เวลา 01.17 น.

ราคาธัญพืชโลกพุ่งแรง ข้าวสาลีทะยาน 12.1% ในสัปดาห์เดียว ขณะที่ข้าวโพดแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2566 จากความกังวลผลผลิตสหรัฐ และอุปสงค์โลกที่แข็งแกร่ง

วันที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 04.00 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาข้าวโพดและข้าวสาลีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี ท่ามกลางแรงกดดันด้านอุปทานทั่วโลก แต่ปัจจัยที่ผลักดันราคาสินค้าเกษตรทั้งสองชนิดแตกต่างกัน โดยข้าวโพดได้รับแรงหนุนหลักจากความกังวลว่าผลผลิตของสหรัฐฯ อาจต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ ขณะที่ราคาข้าวสาลีพุ่งขึ้นจากความเสี่ยงที่การส่งออกจากภูมิภาคทะเลดำจะหยุดชะงัก หลังความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครนทวีความรุนแรงขึ้น

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าข้าวสาลีปิดตลาดวันศุกร์เพิ่มขึ้น 3.1% ที่ 784 เซนต์ต่อบุชเชล หลังระหว่างวันแตะระดับสูงสุดที่ 790.25 เซนต์ต่อบุชเชล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566

ตลอดสัปดาห์ ราคาข้าวสาลีพุ่งขึ้นถึง 12.1% ถือเป็นการปรับขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 และเมื่อเทียบตั้งแต่ต้นปี ราคาข้าวสาลีเพิ่มขึ้นแล้วมากกว่า 54.5% ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคทะเลดำ

ด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าข้าวโพดปิดเพิ่มขึ้น 0.6% ที่ 536.5 เซนต์ต่อบุชเชล หลังแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 541.25 เซนต์ต่อบุชเชล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2566

ราคาข้าวโพดเพิ่มขึ้น 5.5% ในรอบสัปดาห์ และพุ่งขึ้น 15.6% ในเดือนสิงหาคม มีแนวโน้มทำผลงานรายเดือนดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2021 ซึ่งในขณะนั้นราคาเพิ่มขึ้น 19.31% ขณะที่ตั้งแต่ต้นปี ราคาข้าวโพดเพิ่มขึ้นแล้ว 21.8%

แรงขับเคลื่อนหลักของราคาข้าวโพดมาจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับอุปทานและแนวโน้มผลผลิตในสหรัฐฯ ประกอบกับอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง ขณะที่ข้อจำกัดในการส่งออกของยูเครนยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่ออุปทานในตลาดโลก

William Osnato ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลสินค้าโภคภัณฑ์ของ Barchart ระบุว่า นับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมจนถึงปัจจุบัน ตลาดเริ่มมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ปริมาณอุปทานข้าวโพดอาจมีน้อยกว่าที่ประเมินไว้เมื่อต้นเดือน

หนึ่งในปัจจัยสำคัญมาจากรายงาน World Agricultural Supply and Demand Estimates (WASDE) เดือนสิงหาคมของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ซึ่งปรับลดประมาณการผลผลิตข้าวโพดต่อพื้นที่ลงมากกว่าที่ตลาดคาด แม้ยังคาดว่าปริมาณผลผลิตรวมจะสูงเป็นอันดับ 2 ในประวัติการณ์

USDA ปรับลดประมาณการผลผลิตต่อพื้นที่ลง 2.3 บุชเชลต่อเอเคอร์ เหลือ 180.7 บุชเชลต่อเอเคอร์ แนวโน้มผลผลิตยังได้รับแรงกดดันจากผลสำรวจภาคสนามของ Pro Farmer Crop Tour ซึ่งออกมาน่าผิดหวัง โดยพบว่าอากาศร้อนจัดในเดือนกรกฎาคมสร้างความเสียหายต่อผลผลิต หลังหลายพื้นที่ของสหรัฐฯ เผชิญฝนตกมากเกินไปในเดือนมิถุนายน

แม้ฤดูเพาะปลูกจะผ่านช่วงสำคัญที่สุดในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคมไปแล้ว แต่สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยยังสามารถสร้างความเสียหายเพิ่มเติมได้ โดยพื้นที่บางส่วนทางตะวันออกของเขตเพาะปลูกข้าวโพด หรือ Corn Belt เผชิญฝนตกหนักเกินไปในเดือนสิงหาคม ขณะเดียวกันยังพบโรคเชื้อราในข้าวโพดช่วงปลายฤดูเพาะปลูก

Jim McCormick ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ AgMarket.Net ระบุว่า ความกังวลเกี่ยวกับผลผลิตของสหรัฐฯ มีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากอุปทานข้าวโพดทั่วโลกอยู่ในภาวะตึงตัวอยู่ก่อนแล้ว

ก่อนหน้านี้ตลาดคาดหวังว่า ผลผลิตจำนวนมากจากสหรัฐฯ จะเข้ามาช่วยบรรเทาปัญหาอุปทานโลก แต่เมื่อปริมาณผลผลิตของสหรัฐฯ เริ่มมีความไม่แน่นอน ตลาดจึงกำลังเข้าสู่ภาวะที่ราคาต้องปรับสูงขึ้นเพื่อจำกัดความต้องการและจัดสรรอุปทานที่มีอยู่

นอกจากสหรัฐแล้ว อากาศร้อนจัดและภัยแล้งที่เกิดขึ้นในยุโรปตลอดช่วงฤดูร้อนยังสร้างผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลผลิตข้าวโพด ขณะที่ความต้องการนำเข้าจากยุโรปที่แข็งแกร่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่ออุปทานที่มีจำกัด

USDA ปรับเพิ่มประมาณการส่งออกข้าวโพดของสหรัฐฯ อีก 75 ล้านบุชเชล สู่ระดับ 3.3 พันล้านบุชเชล สะท้อนอุปสงค์ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการส่งออกจากยูเครนที่ถูกจำกัด โดยยูเครนถือเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกข้าวโพดรายสำคัญของโลก

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากปัญหาการส่งออกของยูเครนต่อข้าวโพดยังน้อยกว่าที่เกิดขึ้นกับตลาดข้าวสาลี เนื่องจากตลาดได้สะท้อนความเสี่ยงบางส่วนจากการส่งออกข้าวโพดยูเครนที่ติดขัดเข้าไปในราคาแล้ว

ขณะเดียวกัน ผลผลิตข้าวโพดของยุโรปที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาข้าวสาลีเพิ่มเติม เพราะเมื่อข้าวโพดมีปริมาณน้อยลง ยุโรปอาจต้องใช้ข้าวสาลีเป็นอาหารสัตว์มากขึ้น และเก็บข้าวสาลีไว้ใช้ภายในภูมิภาคแทนการส่งออก

ต่างจากข้าวโพด การพุ่งขึ้นของราคาข้าวสาลีมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับปัญหาการส่งออกในตลาดโลก หลังความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครนในภูมิภาคทะเลดำทวีความรุนแรงขึ้น และสร้างความกังวลว่าการขนส่งธัญพืชจากหนึ่งในพื้นที่ส่งออกสำคัญที่สุดของโลกอาจหยุดชะงัก

รัสเซียและยูเครนรวมกันมีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 ของการส่งออกข้าวสาลีทั่วโลก ทำให้ความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งในภูมิภาคดังกล่าวกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคา

Osnato ระบุว่า ความปั่นป่วนหลายด้านในทะเลดำเป็นปัจจัยหลักของตลาดในขณะนี้ โดยความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานสำหรับส่งออกธัญพืชของรัสเซีย ทำให้ตลาดปรับลดคาดการณ์ปริมาณการส่งออกข้าวสาลีของรัสเซียในระยะใกล้

รัสเซียเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นแหล่งอุปทานต้นทุนต่ำที่ราคามักมีอิทธิพลต่อตลาดโลก แต่ปริมาณข้าวสาลีที่สามารถส่งผ่านทะเลดำได้ลดลง

การโจมตีล่าสุดในทะเลอาซอฟ (Sea of Azov) ซึ่งเชื่อมต่อกับทะเลดำ ประกอบกับการโจมตีทางทหารต่อสถานที่ส่งออกธัญพืช เรือบรรทุกน้ำมัน และเรือต่าง ๆ ในภูมิภาคทะเลดำ ทำให้บริษัทเดินเรือต้องเผชิญความยากลำบากมากขึ้น แม้กระทั่งในการจัดหาประกันภัยสำหรับการเดินเรือ

Osnato ระบุว่า สิ่งที่ขับเคลื่อนตลาดคือการเปลี่ยนแปลงของความคาดหวัง และขณะนี้ตลาดมองว่ารัสเซียอาจไม่สามารถส่งออกข้าวสาลีได้ตามปกติ โดยปริมาณการส่งออกอาจลดลงหลายล้านตัน เนื่องจากศักยภาพการขนส่งออกจากทะเลดำได้รับความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ

สภาพอากาศยังเพิ่มแรงกดดันต่ออุปทานข้าวสาลี โดยคลื่นความร้อนรุนแรงทำให้ผลผลิตข้าวสาลีของยุโรปลดลงประมาณ 8–10 ล้านตัน ขณะที่ภัยแล้งยังทำให้ผลผลิตข้าวสาลีชนิด Hard Red Winter ในรัฐเท็กซัส โอกลาโฮมา และแคนซัสของสหรัฐฯ ลดลงด้วย

นอกเหนือจากปัจจัยพื้นฐานด้านอุปทานแล้ว การที่ราคาข้าวโพดและข้าวสาลีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี ยังอาจดึงดูดแรงซื้อเพิ่มเติมจากนักลงทุนที่ใช้กลยุทธ์ตามแนวโน้มราคา

Osnato อธิบายว่า เมื่อสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทำจุดสูงสุดใหม่และขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี นักลงทุนที่ซื้อขายตามโมเมนตัมและระบบอัตโนมัติจะเริ่มเข้ามาสนใจตลาดมากขึ้น ส่งผลให้ทั้งนักลงทุนที่พิจารณาปัจจัยพื้นฐานและนักลงทุนเชิงระบบต่างมองตลาดในเชิงบวก และอาจช่วยเสริมแรงให้ราคาปรับตัวขึ้นต่อไป

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...