โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เปิดทางเลือกใหม่รักษา 'ไทรอยด์' ส่องกล้องช่องปาก สลายเนื้องอก

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ลดความกังวลเรื่องแผลที่คอด้วยนวัตกรรมรักษาไทรอยด์ในปัจจุบัน ‘ผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปาก-การสลายเนื้องอกไทรอยด์ด้วยคลื่นไมโครเวฟ' ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ป่วย หากย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ปัญหาเรื่องก้อนโตที่คอ หรือ “โรคไทรอยด์” มักจะเป็นเรื่องชวนหนักใจสำหรับใครหลายคน ไม่ใช่เพียงเพราะตัวโรคที่ต้องรักษา แต่ยังรวมถึงรอยแผลเป็นแนวยาวบริเวณกลางลำคอหลังการผ่าตัดแบบดั้งเดิม ซึ่งมักสร้างความรู้สึกไม่มั่นใจและกลายเป็นเรื่องยากจะปกปิดในชีวิตประจำวัน แต่วันนี้วิวัฒนาการทางการแพทย์และนวัตกรรมปัจจุบันได้เปลี่ยนภาพจำเหล่านั้นไป

นพ. ธัญวัจน์ ศาสนเกียรติกุล ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อ (ไทรอยด์และพาราไทรอยด์) ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลนวเวช บอกเล่าถึงเบื้องหลังการพัฒนาทางการแพทย์ โดยคำนึงถึงผลลัพธ์การรักษาและให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับแนวทางการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ตรวจเลือดไขความลับสมอง คัดกรองผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ระยะเริ่มแรก

วิกฤติ 'Thailand Aging' เงินไม่พอ คนดูแลหาย โรคNCDs พุ่ง

การจำแนกการแสดงอาการของโรคไทรอยด์ว่า สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่

1.กลุ่มโรคที่เกิดจากภาวะฮอร์โมนแปรปรวน เช่น ภาวะไฮเปอร์ไทรอยด์ (ไทรอยด์ทำงานสูง) หรือภาวะไฮโปไทรอยด์ (ไทรอยด์ทำงานต่ำ) ซึ่งแนวทางการรักษาจะมุ่งเน้นการใช้ยารักษาเป็นแกนหลัก ผู้ป่วยจึงยังไม่มีความจำเป็นต้องกังวลเรื่องการผ่าตัด

2.กลุ่มผู้ป่วยที่มีผลฮอร์โมนปกติ แต่ตรวจพบเนื้องอกหรือมะเร็งอุบัติขึ้น โดยปัจจุบันทิศทางการรักษาของแพทย์จะมุ่งเน้นการหลีกเลี่ยงหัตถการผ่าตัดเป็นอันดับแรก หากประเมินแล้วว่าตัวโรคยังไม่มีข้อบ่งชี้ที่จำเป็นสำหรับในกรณีที่ผลการตรวจในขั้นต้นมีความก้ำกึ่ง และยากต่อการวินิจฉัยด้วยการเจาะชิ้นเนื้อส่งตรวจตามปกติ การแพทย์ในปัจจุบันสามารถเพิ่มความถี่ถ้วนด้วยการส่งตรวจพิเศษ ผ่านเทคโนโลยี Molecular Testing หรือการตรวจรหัสพันธุกรรมลึกถึงระดับโมเลกุล เพื่อค้นหาการกลายพันธุ์ของยีนที่เสี่ยงต่อการพัฒนาเป็นรอยโรคเนื้อร้าย ส่งผลให้แพทย์มีข้อมูลเชิงลึกมาประเมินร่วม เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการจำแนกโรค รวมถึงช่วยลดโอกาสการผ่าตัดโดยไม่จำเป็นลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

จากแนวคิดที่ต้องการลดหัตถการได้นำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนกระบวนการคัดกรองทำหน้าที่ตรวจเช็กและวิเคราะห์ลักษณะก้อนเนื้อควบคู่ไปกับประสบการณ์ของแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับแนวทางการดูแลรักษาที่เหมาะสมกับสภาวะของโรค พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับกระบวนการดูแลผู้ป่วยอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด ไปจนถึงการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องหลังการรักษา

วิวัฒนาการการผ่าตัดแบบส่องกล้อง

ภายใต้หลัก Value-Based Healthcare โดยกำหนดให้ผู้ป่วยผ่าตัดทุกคนต้องผ่านการประเมินความพร้อมจากอายุรแพทย์โรคหัวใจและวิสัญญีแพทย์ล่วงหน้า พร้อมทั้งมีทีมสหวิชาชีพคอยติดตามอาการหลังการรักษา เพื่อช่วยลดความวิตกกังวลและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงกระบวนการรักษาได้อย่างทั่วถึง

เมื่อผลการตรวจวินิจฉัยระบุชัดว่าผู้ป่วยมีข้อบ่งชี้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด นวัตกรรมทางการแพทย์ในปัจจุบันได้พัฒนาการผ่าตัดแบบเดิม ไปสู่เทคนิค “การผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปาก” โดยย้ายตำแหน่งการเข้าถึงรอยโรคไปไว้ที่บริเวณริมฝีปากล่างด้านในปาก ทำให้ไม่เกิดแผลบริเวณลำคอภายนอก เทคนิคดังกล่าวยังทำงานร่วมกับระบบกล้องความละเอียดสูง (High Definition) ที่ช่วยขยายภาพโครงสร้างภายในลำคอ ทำให้ศัลยแพทย์สามารถแยกแยะและระมัดระวังเส้นประสาทที่เลี้ยงเส้นเสียง รวมถึงต่อมพาราไทรอยด์ขนาดเล็ก เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะเสียงแหบ รวมถึงภาวะแคลเซียมต่ำหลังผ่าตัด นอกจากนี้ยังมีการใช้เครื่องมือตัดและเย็บปิดหลอดเลือด เพื่อช่วยบริหารจัดการการเสียเลือดระหว่างทำหัตถการ ตลอดจนเครื่องติดตามเส้นประสาท (IONM: Intraoperative Nerve Monitoring) สำหรับช่วยประเมินและระบุตำแหน่งเส้นประสาทสั่งการกล่องเสียงในเคสที่มีความซับซ้อน เช่น กรณีที่มีพังผืดหนาแน่น

ทั้งนี้ ในกรณีที่ก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่เกินขอบเขตที่เหมาะสมสำหรับการส่องกล้อง หรือเป็นรอยโรคที่ลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง แพทย์อาจพิจารณาใช้แนวทาง “การผ่าตัดแบบเปิด (Open Surgery)” เพื่อช่วยให้การรักษาเป็นไปตามแนวทางมาตรฐานและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้ป่วยอย่างเหมาะสม

นวัตกรรมทางเลือก - เทรนด์รักษาแบบไม่ผ่าตัด

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่เปิดทางเลือกใหม่ให้ผู้ป่วยได้อย่างน่าสนใจ คือ เทคโนโลยีการสลายเนื้องอกไทรอยด์ด้วยคลื่นไมโครเวฟ (MWA: Microwave Ablation) โดยหัตถการนี้จะใช้อัลตราซาวนด์นำทางเพื่อส่งพลังงานความร้อน ผ่านเข็มขนาดเล็กจัดการเฉพาะตัวก้อนเนื้องอกที่โตผิดปกติ ส่งผลให้เนื้อไทรอยด์ส่วนดีรอบ ๆ ไม่ได้รับความบอบช้ำ ต่อมไทรอยด์จึงยังสามารถทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนให้ร่างกายได้ตามปกติ ผู้ป่วยจึงลดความเสี่ยงต่อภาวะฮอร์โมนต่ำและลดโอกาสการรับประทานยาฮอร์โมนทดแทนระยะยาว

ที่สำคัญนวัตกรรมดังกล่าว ยังช่วยลดระยะเวลาในการทำหัตถการเมื่อเทียบกับการผ่าตัดใหญ่แบบเดิม เนื่องจากผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องรับการดมยาสลบ แต่ใช้เพียงการฉีดยาชาเฉพาะจุดเท่านั้น ส่งผลให้ร่างกายใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย รวมถึงสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ภายใต้การประเมินของแพทย์ ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้ป่วยที่มีความกังวลใจเกี่ยวกับการผ่าตัดใหญ่ เทคโนโลยีคลื่นไมโครเวฟนี้ เหมาะสำหรับ ผู้ที่เป็นก้อนเนื้อไทรอยด์ชนิดธรรมดา (ไม่ใช่มะเร็ง) ที่ก้อนโตจนเบียดคอหรือส่งผลต่อบุคลิกภาพ แต่ไม่อยากผ่าตัด

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นนวัตกรรมของการรักษาไทรอยด์ปัจจุบันในประเทศไทย และในหลายประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น ต่างมุ่งหน้าสู่แนวคิดการรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Non-surgical Treatment) มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด หรือการนำคลื่นไมโครเวฟมาทำลายเซลล์ผิดปกติแทนการตัดต่อมไทรอยด์ทิ้งทั้งหมด ซึ่งถือเป็นแนวทางที่น่าจับตามองในอนาคต

ปัจจุบันแพทย์พยายามยึดแนวทางการไม่ผ่าตัดไว้ก่อนเป็นอันดับแรก แต่ถ้าตรวจประเมินแล้วว่าจำเป็นต้องผ่าตัดจริง ๆ ก็อยากให้มั่นใจในเทคโนโลยีและทีมสหวิชาชีพยุคนี้ เพราะเครื่องมือและกระบวนการที่มุ่งลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนให้อยู่ในระดับต่ำ เพื่อส่งมอบการรักษาที่เหมาะสมให้กับคนไข้ จากวิวัฒนาการทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า “โรคไทรอยด์” มีทางเลือกในการรักษาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...