โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ชาไทย อร่อย หวานมัน แต่มีประโยชน์ไหม?

Thaiger

อัพเดต 12 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวประเทศไทย

ชาไทย 1 แก้วให้น้ำตาลกี่ช้อนชา สีส้มอันตรายไหม และดื่มอย่างไรให้ยังได้ประโยชน์จากใบชา รวมคำตอบจากข้อมูลกรมอนามัยและ อย.

ชาไทยเป็นเครื่องดื่มที่คนไทยดื่มกันแทบทุกวัน และยังดังไกลถึงระดับโลก เว็บไซต์ TasteAtlas เคยจัดให้ติดอันดับ 7 เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่อร่อยที่สุดในโลก

แต่คำถามที่ตามมาคือ ความอร่อยระดับนี้แลกมากับอะไรบ้าง คำตอบสั้น ๆ คือใบชามีประโยชน์จริง ส่วนของหวานมันที่เติมลงไปต่างหากที่เป็นปัญหา

ชาไทย 1 แก้ว ให้อะไรบ้าง

กรมอนามัยระบุว่าชาไทยหรือชาเย็น 1 แก้ว ปริมาณ 200 มิลลิลิตร ให้พลังงานราว 430 กิโลแคลอรี มีคาร์โบไฮเดรต 69 กรัม ไขมัน 15 กรัม และน้ำตาลราว 53 กรัม หรือประมาณ 13 ช้อนชา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละร้าน

ร่างกายไม่ควรได้รับน้ำตาลเกินวันละ 6 ช้อนชา การดื่มบ่อยหรือดื่มทุกวันจึงเพิ่มความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ทั้งเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ มะเร็ง ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคอ้วนลงพุง

พูดง่าย ๆ คือแก้วเดียวเกินโควตาน้ำตาลทั้งวันไปกว่าเท่าตัว

ชาไทย 1 แก้ว น้ำตาลเยอะมาก

แล้วประโยชน์ล่ะ มีบ้างไหม

มีจริง แต่มาจากใบชา ไม่ได้มาจากนมข้นหวาน

ใบชาดำที่ใช้ชงชาไทยมีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มโพลีฟีนอล โดยสารกลุ่มแทนนินอย่างธีอะฟลาวินส์พบมากที่สุดในชาดำ มากกว่าชาขาว ชาอู่หลง และชาเขียวตามลำดับ

ส่วนคาเฟอีนช่วยเรื่องความตื่นตัวและสมาธิ ชาดำ 1 ถ้วย ขนาด 8 ออนซ์ มีคาเฟอีนราว 47 มิลลิกรัม ขณะที่ถ้วยใหญ่ 12 ออนซ์ อาจมีราว 90 มิลลิกรัม ถือว่าน้อยกว่ากาแฟในปริมาณเท่ากันพอสมควร

ปัญหาคือประโยชน์เหล่านี้ถูกกลบด้วยน้ำตาลและไขมันที่มากับสูตรหวานมัน

สีส้มในชาไทย อันตรายไหม

สีส้มสดที่เห็นไม่ได้มาจากใบชา แต่มาจากสีผสมอาหารชื่อ Sunset Yellow FCF ซึ่ง อย. อนุญาตให้ใส่ได้สูงสุด 100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม โดยจัดชาที่ใส่สีเป็นชาปรุงสำเร็จที่ปรุงแต่งสีกลิ่นรส และเกณฑ์นี้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าเป็นสีผสมอาหารที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายและถือว่าปลอดภัยเมื่อใช้ในเกณฑ์ที่กำหนด ปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพมากกว่าคือปริมาณน้ำตาล ไขมัน และคาเฟอีน

อย่างไรก็ตาม มาตรฐานแต่ละประเทศไม่เท่ากัน ผงชาไทยสำเร็จรูปที่ส่งออกไปยุโรปมีข้อห้ามใช้ Sunset Yellow FCF หลังสหภาพยุโรปมีมติแบน โดยอ้างอิงงานศึกษาบางชิ้น

สิ่งที่ควรระวังกว่าคือแหล่งที่มา สีที่อันตรายจริงคือสีปลอมหรือสีอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อใช้กับพลาสติก สิ่งทอ หรือหมึกพิมพ์ ซึ่งไม่ได้ออกแบบมาให้กินได้ จึงควรเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือและมีเครื่องหมาย อย. ชัดเจน

ผลสำรวจยังพบว่ามีการใส่สีสังเคราะห์ตั้งแต่ 1 ถึง 5 สีต่อตัวอย่าง และ 85% ของตัวอย่างใช้มากกว่า 1 สี ขณะที่ชาราวครึ่งหนึ่งไม่ระบุสูตรส่วนประกอบบนฉลาก

นมข้นหวานกับครีมเทียม ตัวไหนน่ากังวลกว่า

ความ “มัน” ของชาไทยมาจากนมข้นหวานและครีมเทียมเป็นหลัก ทั้งสองอย่างเพิ่มทั้งน้ำตาลและไขมันอิ่มตัวโดยที่ผู้ดื่มแทบไม่รู้ตัว

ข่าวดีคือเรื่องไขมันทรานส์คลี่คลายไปแล้ว ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ. 2561 ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายน้ำมันที่ผ่านการเติมไฮโดรเจนบางส่วน รวมถึงอาหารที่มีส่วนประกอบดังกล่าว มีผลตั้งแต่ 9 มกราคม 2562

แต่ไขมันอิ่มตัวและน้ำตาลยังอยู่ครบ การเปลี่ยนมาใช้นมสดแทนครีมเทียมจึงยังเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ภาพจาก : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

ดื่มชาไทยสีส้มอย่างไรให้ยังอร่อย ไม่เกินทำลายสุขภาพ

– สั่งหวานน้อย สูตรหวานน้อยขนาด 12 ออนซ์ ที่ใช้น้ำตาล 1 ช้อนชา และนมสด 50 มิลลิลิตร ให้พลังงานราว 80 ถึง 100 แคลอรี ต่างจากสูตรมาตรฐานหลายเท่า

– เปลี่ยนเป็นนมสดแทนครีมเทียม ได้ทั้งโปรตีนและแคลเซียม แลกกับรสมันที่เบาลง

– ลองชาดำเย็นไม่ใส่น้ำตาล ยังได้สารต้านอนุมูลอิสระเต็ม ๆ โดยไม่มีน้ำตาลตามมา

-ใช้สารให้ความหวานทางเลือก การใช้หล่อฮั้งก้วยแทนน้ำตาลลดพลังงานเหลือราว 40 ถึง 60 แคลอรีต่อแก้ว ขนาด 16 ออนซ์ หากไม่เติมนมข้นหวานเลย หรือราว 100 ถึง 120 แคลอรีหากใช้นมสดอย่างเดียว

– จำกัดความถี่ ให้ชาไทยสูตรเต็มเป็นของกินเล่นประจำสัปดาห์ ไม่ใช่เครื่องดื่มประจำวัน

– เลี่ยงดื่มตอนเย็น คาเฟอีนรบกวนการนอนได้ในคนที่ไวต่อคาเฟอีน

สรุปชาไทยไม่ใช่ผู้ร้าย แต่ก็ไม่ใช่เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

ใบชาให้สารต้านอนุมูลอิสระและคาเฟอีนที่ช่วยเรื่องความตื่นตัวจริง แต่สูตรมาตรฐานที่ขายทั่วไปมีน้ำตาลมากกว่าที่ร่างกายควรได้รับทั้งวันหลายเท่า ส่วนสีส้มอยู่ในเกณฑ์ที่ อย. อนุญาต ตราบใดที่ซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ปรับแค่คำสั่งซื้อกับความถี่ ก็ยังดื่มชาไทยได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ที่มีภาวะเบาหวานหรือโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...