โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนรอยเรื่องราวของทั้งสองพรรค ทำไมถึงขั้นที่ ‘อภิสิทธิ์’ ประกาศไม่จับมือกับกล้าธรรมเป็นอันขาด

The MATTER

เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2568 เวลา 07.33 น. • Brief

“พรรคประชาธิปัตย์ ไม่สามารถอยู่ร่วมรัฐบาลเดียวกับพรรคกล้าธรรมได้ครับ”

นี่คือคำพูดของ ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อคืนวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมาในเวทีดีเบตเวทีแรกที่จัดโดย ไทยรัฐทีวี ในงานเมื่อวานนี้ แคนดิเดตแต่ละคนได้กล่าวถึงเงื่อนไขของพรรคตนเอง ในการจับมือ-ไม่จับมือทำงานร่วมกับพรรคไหน (ในกรณีที่ได้เป็นรัฐบาล)

ก่อนหน้านี้ พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในช่วงของความเปลี่ยนแปลงภายในอย่างชัดเจน ทั้งความขัดแย้งกรณีแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค การแบ่งกลุ่ม แบ่งขั้วภายในพรรค โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกันภายในพรรคยังสะท้อนออกมาให้เห็นหลายครั้ง ทั้งมติการร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย รวมถึงการย้ายพรรคของ ส.ส. หลายคน

ภาพที่ชัดเจนที่สุด เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เมื่อหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้ออกไปเข้าร่วมกับพรรคกล้าธรรมอย่างเป็นทางการ แถมยังไม่ได้เป็นคนเดียว เพราะยังนำ อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ไปด้วยอีก 8 คน

นี่จึงไม่แปลกเลยที่อภิสิทธิ์ในฐานะหัวหน้าพรรคคนปัจจุบันจะมีจุดยืนที่ชัดเจน ว่าจะไม่จับมือกับกล้าธรรม ที่ดึงคนจากประชาธิปัตย์ไปร่วม รวมถึง ยังเป็นขั้วขัดแย้งเก่าภายในพรรคด้วย

ล่าสุดวันนี้ (24 ธันวาคม) อัครแสนคีรี โล่ห์วีระ โฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ท่าทีดังกล่าวของอภิสิทธิ์ สะท้อนให้เห็นว่า เขามุ่งสร้างความแตกแยกมากกว่าแสวงหาความสามัคคี เพื่อร่วมกันทำงานให้ประเทศเดินหน้า

ขณะที่ รัดเกล้า–อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีนี้เพื่ออธิบายจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ โดยบอกว่า จุดเริ่มต้นของการกลับมาอีกครั้งของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป้าหมายสำคัญของการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อตำแหน่งหรืออำนาจ แต่เพื่อกอบกู้ความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์ และทำให้พรรคกลับมาเป็นทางเลือกที่ดีอีกครั้ง ท่ามกลางสภาพการเมืองที่ประชาชนจำนวนมาก รู้สึกอึดอัดและหมดหวัง

“สิ่งที่เป็นที่ประจักษ์เกี่ยวกับคุณอภิสิทธิ์ มาโดยตลอด คือการยึดมั่นในสัจจะวาจา หลักการ ความซื่อสัตย์และมาตรฐานด้านจริยธรรม ซึ่งเป็นคุณค่าที่คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเราเชื่อว่า การเมืองที่ดีต้องเริ่มจากความถูกต้อง ก่อนความได้เปรียบ ด้วยเหตุนี้การประกาศจุดยืนในเวทีดีเบตว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรมได้ จึงเป็นการแสดงความชัดเจนต่อประชาชนไม่ใช่ทำการเมืองแบบกั๊ก หรือการพูดเผื่อทางถอย”

“และขอเรียนให้เข้าใจตรงกันว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ประกาศตัวว่าจะเป็นฝ่ายค้าน แต่เป็นการประกาศเพื่อความชัดเจนตรงไปตรงมาเพื่อเสนอให้ประชาชน “มองเห็นทางเลือก” ว่า ต้องการการเมืองที่ยืนอยู่บนหลักจริยธรรมแบบใด” โพสต์ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...